วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วัดใจบอร์ดปตท. ชี้ชะตา'ไพรินทร์'

หนาวๆ ร้อนยามนี้คงเป็น ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน)

บริษัทพลังงานแห่งชาติของไทย ซึ่งมีฐานะเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ โดยกระทรวงการคลังถือหุ้น 51.11% ความไม่มั่นคงบนเก้าอี้ซีอีโอของไพรินทร์ ไม่ได้มีสาเหตุจากความสามารถในการบริหารจัดการ แต่เป็นปัญหาทางด้านเทคนิคชนิดที่เจ้าตัวคงคาดไม่ถึงเช่นกัน

ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาไพรินทร์ถูกทาบทามให้เป็นกรรมการอิสระของ บริษัท เฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ จำกัด (มหาชน) หรือ เอฟ แอนด์ เอ็น บริษัทที่เพิ่งถูก Takeover กิจการ โดยเจริญ สิริวัฒนภักดี มหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของไทย การถูกทาบทามเป็นบอร์ดเอฟแอนด์เอ็นไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะไพรินทร์เป็นคนเก่ง เป็นคนมีความรู้ความสามารถ สมัยที่ร่ำเรียนอยู่ในรั้วจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็สามารถคว้าเกียรตินิยมอันดับหนึ่งคณะวิศวกรรมศาสตร์มาครองได้ และที่ผ่านมาไพรินทร์ตอบรับคำเชิญและเข้าร่วมการประชุมบอร์ดเอฟ แอนด์ เอ็น ไปแล้ว

โดยปกติแล้วการที่ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจจะไปดำรงตำแหน่งบอร์ดหน่วยงานอื่นๆ นั้น จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากบอร์ดต้นสังกัดก่อน ก็ไม่รู้ว่ากรณีนี้บอร์ดปตท.ได้รับรู้รับทราบและเห็นชอบให้ไพรินทร์ไปทำหน้าที่บอร์ดเอฟ แอนด์ เอ็น หรือไม่ แต่การที่เจ้าตัวยื่นใบลาออกจากบอร์ดเอฟ แอนด์ เอ็น ไปเมื่อเร็วๆ นี้ทั้งที่ดำรงตำแหน่งได้เพียงไม่กี่เดือน แสดงให้เห็นว่าประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นแน่นอน

นอกจากนั้น ตำแหน่งซีอีโอของปตท.ยังมาจากกระบวนการสรรหาตาม พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2518 โดยเงื่อนไขข้อหนึ่งกำหนดว่าผู้บริหารรัฐวิสาหกิจต้องสามารถทำงานให้แก่รัฐวิสาหกิจนั้นได้เต็มเวลา

บางคนอาจตั้งข้อสังเกตว่าธุรกิจของเอฟ แอนด์ เอ็น ซึ่งเป็นผู้นำธุรกิจเครื่องดื่ม อาหาร และอสังหาริมทรัพย์ ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับธุรกิจของปตท.จึงไม่น่ามีประเด็น Conflict of Interest แต่ต้องไม่ลืมว่าปตท.มีธุรกิจหลากหลาย และหนึ่งในธุรกิจค้าปลีกสำคัญของปตท.คือกิจการ Cafe Amazon ซึ่งเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Cafe Amazon ระบุว่าเป็นร้านกาแฟแบรนด์ไทยที่มีสาขามากที่สุดในทวีปเอเชียวันนี้

ชั่วโมงนี้คงไม่ต้องถามว่าการที่ไพรินทร์ตอบรับเป็นบอร์ดเอฟ แอนด์ เอ็น ถือว่าผิดเงื่อนไขการดำรงตำแหน่งซีอีโอปตท.หรือไม่ แม้ปัจจุบันเจ้าตัวจะลาออกเรียบร้อยแล้ว แต่คงไม่สามารถลบล้างข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นได้

ส่วนความผิดของไพรินทร์จะมากน้อยขนาดไหน จะร้ายแรงถึงขั้นต้องพ้นตำแหน่งซีอีโอปตท.หรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ต้องลุ้นระทึกกันต่อไป และต้องไม่ลืมว่าปัญหาทางเทคนิคคล้ายๆ อย่างนี้ ส่งผลให้อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยต้องพ้นจากตำแหน่ง เพราะโชว์การทำอาหารออกรายการทีวีมาแล้ว

บรรดากูรูฟันธงว่าชะตาชีวิตของไพรินทร์วันนี้ ขึ้นอยู่กับพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และวิเชษฐ์ เกษมทองศรี ประธานบอร์ดปตท. หากทั้งสองคนเห็นว่าความผิดของไพรินทร์ไม่ร้ายแรง การดำรงตำแหน่งซีอีโอปตท.ต่อไปก็ไม่น่ามีปัญหา เพียงแต่ต้องหาคำตอบที่มีเหตุผลมาอธิบายสาธารณชนให้ได้ก็เท่านั้น แต่ถ้าบังเอิญว่าทั้งสองคนเห็นไปคนละทาง อนาคตของไพรินทร์ลำบากแน่นอน