วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ช่วงนี้ดูจะเป็นห้วงเวลาของการใช้ "การเจรจา"

แก้ปัญหาความขัดแย้ง ตั้งแต่เรื่องวุ่นๆ ในกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการคัดค้านการใช้สูตร p4p (pay for performance)

หรือ "การจ่ายค่าตอบแทนตามผลการปฏิบัติงาน" ของชมรมแพทย์ชนบท และการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าด้วยการพูดคุยสันติภาพกับขบวนการบีอาร์เอ็น

O ภาพจากวงพูดคุยระหว่างผู้แทนรัฐบาลไทยกับบีอาร์เอ็นยังไม่เคยปรากฏเป็นข่าวออกมา แต่ภาพวงเจรจาหาทางออกเรื่อง p4p มีภาพเผยแพร่กันไปทั้งบางแล้ว เป็นภาพที่รัฐมนตรีสาธารณสุข ปลัดกระทรวง เลขาธิการนายกฯ และแกนนำชมรมแพทย์ชนบท "นั่งโต๊ะกลม" พูดคุยถกเถียงกัน

O ภาพนี้ประทับใจ หมอวันชัย วัฒนศัพท์ อดีตผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า ในฐานะนักไกล่เกลี่ยเจรจามืออาชีพเป็นอย่างมาก โดยปัจจุบันหมอวันชัยผันตัวเองจากสถาบันพระปกเกล้าไปทำโรงเรียนพัฒนาผู้นำและสร้างสันติธรรม "รักสคูล" ในฐานะผู้อำนวยการหลักสูตรการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง อยู่ที่จังหวัดขอนแก่น

O หมอวันชัย บอกว่า สาเหตุที่ประทับใจเพราะเป็นภาพที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้เห็น คือ ภาพการนั่งประชุมโต๊ะกลม รัฐมนตรีนั่งอยู่ในระดับเท่าเทียมกัน กับข้าราชการและกลุ่มแพทย์ชนบท ซึ่งขอชื่นชมทุกฝ่ายไม่เฉพาะรัฐมนตรี เพราะเวทีอย่างนี้คือเวทีของการพูดคุยหาทางออกอย่างแท้จริง สัญลักษณ์ของโต๊ะกลม คือ ความเท่าเทียมกัน ไม่มีใครเหนือกว่าใคร ปกติเราจะเห็นแต่รัฐมนตรีหรือผู้บริหารที่มีอำนาจสูงสุดนั่งหัวโต๊ะ ซึ่งโต๊ะก็เป็นแบบสี่เหลี่ยมยาวๆ เหมือนในที่ประชุม ครม. การจัดวงประชุมแบบนั้น คนที่นั่งด้านข้างจะรู้สึกเหมือนมีอำนาจน้อยกว่า

O อีกเรื่องหนึ่งที่ส่งผลดีในแง่กระบวนการ คือมี สุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่เป็นคนกลางการเจรจาระหว่างฝั่ง หมอประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีสาธารณสุข ผู้บริหารกระทรวง กับฝั่งชมรมแพทย์ชนบท เพราะถ้าคู่ขัดแย้งมาเผชิญหน้ากันโดยไม่มีคนกลาง ก็จะโต้เถียงกันไม่จบ

O ถึงนาทีนี้เป็นที่ทราบกันดีว่า เวทีพูดคุยเจรจาจบลงด้วยดี แม้จะมีการชิงพื้นที่สื่อกันพอหอมปากหอมคอว่าฝั่งของตนเป็นผู้ชนะ แต่สาระที่เป็นเรื่องดี คือ แต่ละฝ่ายละทิ้งประเด็นที่เป็น "จุดยืน" แล้วหันไปพูดเรื่อง "จุดสนใจ" แทน

O สิ่งที่ยันกันไปมาก่อนหน้านี้ เรียกว่า "จุดยืน" เช่น ของฝ่ายแพทย์ชนบท ก็คือ รัฐมนตรีต้องออกไป และ p4p ต้องไม่ใช้ ขณะที่ฝ่ายผู้บริหาร สธ. ก็คือ ต้องใช้ p4p เท่านั้น เวทีเจรจาส่วนใหญ่มักนำ "จุดยืน" มาพูดกัน กลายเป็นนำคำตอบมาเถียงกัน แต่วงเจรจาเรื่อง p4p ก้าวข้ามอุปสรรคข้อนี้ไปได้

O หมอวันชัย บอกว่า การให้ไปพิจารณา "จุดสนใจ" เพื่อหาทางออกร่วมกันว่าจะบริหารจัดการดูแลแพทย์อย่างไร จะเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแบบไหน และทำอย่างไรแพทย์ชนบทกับแพทย์ในเมืองจึงจะอยู่ร่วมกันได้ และอยู่ร่วมกับบุคลากรด้านสาธารณสุขทุกกลุ่มได้ ทั้งหมดนี้นำไปสู่การแก้ปัญหา แทนที่จะทุ่มเถียงกันแค่ว่าต้องใช้ p4p หรือไม่ ซึ่งเถียงกันอย่างไรก็ไม่มีวันจบ

O แม้ว่าประเด็น p4p จะยังไม่จบบริบูรณ์ แต่ก็เชื่อว่าก่อนถึงเดือนต.ค. น่าจะมีฉันทามติที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ออกมา หมอวันชัย สรุปทิ้งท้ายว่า อยากเห็นรัฐบาลแก้ปัญหาประเด็นที่นำไปสู่การเผชิญหน้าด้วยวิธีเดียวกันนี้ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นแก้รัฐธรรมนูญ ออก พ.ร.บ.ปรองดอง หรือแม้แต่เรื่องยุบหรือไม่ยุบโรงเรียนขนาดเล็ก เพราะถ้าเราแก้ความขัดแย้งได้ถูกวิธี โดยใช้กระบวนการที่ถูกต้อง ประเทศไทยไปโลดแน่!