วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ข้อคิดจากพิซซ่า

เรื่องง่ายๆ ในชีวิตประจำวันอย่างเช่นการกินพิซซ่าอาจแฝงปรัชญาในการจัดการปัญหาได้ด้วย

ข้อคิดแรก เรียกว่า eat-the-crush-first หรือ กินหน้าพิซซ่าก่อนเป็นอันดับแรก เพราะหน้าพิซซ่าคือส่วนที่อร่อยที่สุด วิธีนี้เปรียบเสมือนแก้ไขปัญหาโดยพุ่งไปที่ต้นตอของปัญหาเลยตั้งแต่แรก กล่าวคือ ดูให้ออกว่าต้นตอของปัญหาคืออะไรแล้วแก้ไขที่จุดนั้น วิธีนี้น่าจะเป็นวิธีการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพราะเป็นการจัดการกับปัญหาที่ต้นเหตุ

อีกวิธีหนึ่งเป็นวิธีที่ตรงข้ามกับวิธีแรก เรียกว่า Swiss-cheese approach หรือสวิสชีสที่ใช้ทำพิซซ่านั้นจะมีรูเล็กๆ อยู่เต็มตัว เปรียบเสมือนปัญหาทุกอย่างที่ดูใหญ่โตมักมีจุดเล็กๆ ที่เป็นจุดที่เข้าถึงได้ง่ายอยู่ในนั้นเสมอ ถ้าหากต้นตอของปัญหาเป็นเรื่องที่ใหญ่เกินไป เราอาจไม่มีกำลังภายในพอที่จะจัดการกับต้นตอของปัญหาได้โดยตรง ลองเปลี่ยนมามองหาส่วนเล็กๆ ในปัญหาที่แก้ไขได้ง่ายที่สุดก่อน แล้วเริ่มต้นแก้ไขปัญหาจากจุดนั้น เมื่อแก้ไขส่วนนั้นได้แล้ว ก็มองหาส่วนที่ง่ายที่สุดเป็นอันดับสองต่อไป ค่อยๆ จัดการไปทีละส่วน ในที่สุดปัญหาที่ดูยากก็อาจหมดไปได้โดยง่าย

ข้อคิดที่สาม เรียกว่า Salami approach วิธีนี้คล้ายกับวิธีที่สอง แต่เหมาะกับปัญหาระยะยาวที่มีเส้นตายที่ไกลออกไป แทนที่เราจะผัดวันประกันพรุ่งรอจนใกล้จะถึงกำหนดแล้วค่อยเร่งทำแบบข้ามวันข้ามคืน พยายามแบ่งงานทั้งหมดออกเป็นส่วนๆ ที่เป็นอิสระจากกัน แล้วกำหนดเส้นตายของงานแต่ละส่วน แล้วค่อยๆ ทำไป เพื่อให้งานเดินหน้าไปได้ตั้งแต่เนิ่นๆ เหมือนหน้าของพิซซ่าที่จะมีชิ้นเนื้อเล็กๆ เรียกว่า Salami แบบต่างๆ เป็นส่วนประกอบอยู่เสมอ

ข้อคิดสุดท้ายเรียกว่า discard-the-garnish เวลาเรากินอาหารไม่ว่าจะเป็นพิซซ่าหรืออาหารอย่างอื่น มักจะมีส่วนผสมบางอย่างที่มีไว้ประดับประดาเท่านั้น สุดท้ายแล้วไม่ได้กิน ตัวอย่างเช่น ผักชี เป็นต้น เวลาทำงานก็เช่นเดียวกัน ลองพิจารณาดูว่าส่วนประกอบบางอย่างของงานอาจเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น ถ้าหากถอนส่วนที่ไม่จำเป็นเหล่านี้ออกไปให้หมด งานที่ดูเยอะอาจกลายเป็นงานที่ดูง่ายมากขึ้น เปรียบเสมือนการกินอาหาร ซึ่งที่จริงแล้วผักชีอาจไม่จำเป็นก็ได้ เพราะเราก็ไม่ได้กินมันอยู่ดี บางทีการไม่ต้องใส่ผักเลยตั้งแต่แรก อาจช่วยลดความซับซ้อนของการปรุงอาหารลงโดยที่คุณค่าอาหารก็ไม่ได้เสียไป

วิธีการทำงานหนึ่งๆ นั้นอาจมีได้มากกว่าหนึ่งวิธี ถ้าวิธีที่ใช้อยู่ไม่ได้ผล ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่สามารถทำงานนั้นให้สำเร็จได้เสมอไป บางทีการทดลองเปลี่ยนวิธีการทำงานนั้นเสียใหม่ อาจช่วยให้งานนั้นสำเร็จลุล่วงได้ง่ายอย่างคาดไม่ถึงก็ได้

(แนวคิดจาก หนังสือ Successful Time Management for Dummies โดย Dirk Zeller)