วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ว่าด้วยความคิดสร้างสรรค์

คนทำงานวันนี้ คงไม่มีใครไม่อยากมีความคิดสร้างสรรค์

เพราะเจ้าสิ่งนี้ หากมีเมื่อไหร่ เราจะเริ่มไม่ใช่ไก่กา ที่ไม่มีใครนำพา จะไปหรือจะมา ไม่มีใครเดือดร้อนสนใจ

เพราะปัญหาที่เกิดซ้ำซาก ไม่มีใครอยากแตะ เราก็แกะออก

ยามคู่แข่งกระหน่ำบี้ เราก็มีเกมส์ใหม่มาแก้ จนเขาแพ้ทาง

ข้อมูลที่ใครเห็นว่าพื้นๆ มีอยู่ดื่นดาษ แต่คนทั่วไปมองไม่ขาด ก็ไม่พลาดสายตาเรา เมื่อเอามาเชื่องโยงใยกันใหม่ ได้ไอเดียบรรเจิด

พวกเราคงเห็นพ้องกันว่า ปัญหามิใช่อยู่ที่ไม่เห็นความสำคัญของความคิดสร้างสรรค์

แต่ประเด็นสำคัญคือ แล้วฉันจะทำอย่างไร ถึงจะได้มันมาต่างหาก

เฉลยว่า ไม่ยากอย่างที่คิดค่ะ

ยามนี้ มีนักวิจัยด้านการบริหารจัดการจำนวนไม่น้อย ที่ให้ความสำคัญเรื่องสมอง ตลอดจนมุมมองด้านจิตวิทยา เพื่อหาเหตุปัจจัยที่จะช่วยเราในเข้าใจประเด็นที่เห็นและจับต้องยาก เช่น เรื่องความคิดสร้างสรรค์ ที่เราคุยกันวันนี้

หนึ่งในนักวิจัยเหล่านี้ คือ Dr. Heidi Grant Halvorson อาจารย์ไฟแรงแห่งค่ายมหาวิทยาลัย Columbia ซึ่งมีศูนย์ศึกษาเรื่องวิทยาศาสตร์ด้านการโน้มน้าวและสร้างขวัญกำลังใจโดยเฉพาะ

ล่าสุด ดิฉันได้มีโอกาสหารือกับอาจารย์ในเรื่องนี้เป็นกรณีพิเศษ จึงขอหยิบเกร็ดมาเล่าต่อค่ะ

อาจารย์ได้ทำการวิจัยและเขียนตำราว่าด้วยเรื่อง Focus หรือ จุดที่เราเพ่งให้ความสนใจที่จะทั้ง “ช่วย” และ “ฉุด” จะ Focus ให้คิดสะดุด หรือ คิดสะดวก เลือกได้ตามใจชอบค่ะ

Focus มี 2 รูปแบบหลัก คือ Promotion Focus และ Prevention Focus

Promotion Focus คือ การคิดมุ่งเน้นให้เห็นสิ่งที่เราจะ “ได้” หากเราก้าวไปข้างหน้า หากเราประสบความสำเร็จ จะมีอะไรดีๆ เลิศๆ เกิดขึ้นได้บ้าง

อาทิ การตัดสินใจเรื่องเปลี่ยนงาน ท่านที่เน้น Promotion Focus ก็จะจินตนาการจนเห็นเด่นชัด จัดเต็มว่า หากเราเปลี่ยนงาน เราจะสามารถ “ได้” อะไรบ้าง ได้อะไรอย่างที่ใจปราถนา ที่หามานาน จะขอสานฝันในงานใหม่

Prevention Focus คือ การคิดมุ่งเน้นให้เห็นประจักษ์ ว่าเราจะปกปักษ์รักษาสิ่งที่มีไว้ได้อย่างไร เพื่อไม่ให้ “เสีย” มันไปยามต้องก้าวไกลไปข้างหน้า

อาทิ หากกำลังครุ่นคิดจิตกระเจิง ว่าเราควรเปลี่ยนงานใหม่หรือไม่ เมื่อเราใช้ Focus นี้ เราจะคิดสาระตะว่า หากไป จะ “เสีย” อะไรที่มีอยู่ในมือ ความเสี่ยงในการไปมีอะไรบ้าง เป็นต้น

ความคิดทั้งสองประเภท มีทั้งประโยชน์และทั้งโทษในเวลาเดียวกัน

หากเปลี่ยนงานโดยใช้เฉพาะมุมมองที่เน้นเห็นแต่ของดีๆที่อาจจะได้ ผ่าน Promotion Focus อาจกลัดกลุ้มใจได้ในเวลาเปลี่ยนงานจริง เพราะทุกสรรพสิ่งย่อมมีข้อจำกัด

หากอยากเปลี่ยนงานโดยใช้เฉพาะมุมมองที่เน้นเห็นข้อ “เสีย” กรุณาอ่อนเปลี้ยเพลียใจในงานเก่าต่อไป เพราะเราคงไม่กล้าขยับ รับกับความเสี่ยงไม่ได้ สิ่งที่มีในมือยังอยากถือไว้ ไม่อยากหวังลมๆแล้งๆ เลยแห้งอยู่กับที่

สรุปว่า มุมมองทั้งสองต้องใช้อย่างผสมผสาน ด้วยจังหวะที่เหมาะเจาะกลมกลืน

กระนั้นก็ดี อาจารย์ Heidi แนะนำว่า หากเราต้องการมีความคิดสร้างสรรค์โลดแล่น

Focus ที่ควรใช้ก่อนอื่นใด คือ มุมที่ขยายข้อดี ข้อเด่น ข้อที่เป็นประโยชน์ แม้อาจจะมีผิดพลาดบ้าง ก็น่าจะแก้ได้ หากไม่ตายเสียก่อน โดยยังไม่เน้นมองโทษ มองข้อด้อย ข้อจำกัด ที่รังแต่จะมัดความคิด จนติดสะดุด จนหยุดเพราะขยาด ชาตินี้จึงขออยู่อย่างนี้ดีแล้ว

วิธีง่ายๆ ที่อาจารย์แนะนำให้ทำจนคล่องยามต้องการคิดสร้างสรรค์ คือ ลองสั่งความคิด ให้เพ่ง เล็งสิ่งที่เป็นบวก มองหาข้อดี มองส่วนที่เป็นสีสัน

รับประกันว่า หามุมมองใหม่ได้ไม่ยาก

เมื่อหาได้มุมมากหลากหลาย จึงค่อยย้ายมุมมอง ลองไปดูข้อจำกัดของแต่ละทางเลือกใหม่ จะได้สมดุล

มีทั้งความคิดบรรเจิด และเลือกแจ้งเกิดเฉพาะเรื่องที่เสี่ยงเสียน้อย ทั้งมีแผนคอยกัน และแก้จุดด้อย

เมื่อทำได้เช่นนี้ พี่ไก่กาขอคารวะอย่างจริงใจค่ะ