วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สอบรถหรู... เรื่องจริงไม่ง่ายเหมือนให้ข่าว

ดีเอสไอยุค นายธาริต เพ็งดิษฐ์ รับลูกการตรวจสอบ "รถหรูเลี่ยงภาษี" อย่างคึกคัก จริงจัง

เมื่อวานเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 5 แห่ง รวมดีเอสไอด้วยเป็น 6 แห่ง นั่งประชุมร่วมกัน แล้วตั้ง "คณะทำงานพิเศษ" ขึ้นมาตรวจสอบรถหรูย้อนหลัง

วิธีการก็คือจะนำข้อมูล "รถจดประกอบ" ซึ่งหมายถึงรถที่นำเข้าชิ้นส่วนเก่าจากต่างประเทศแล้วนำมาประกอบเป็นรถภายในประเทศที่จดทะเบียนตั้งแต่ 1 ต.ค.2553 เป็นต้นมาเป็นตัวตั้ง ซึ่งกรมการขนส่งทางบกแจ้งตัวเลขแล้วว่ามีอยู่ทั้งสิ้น 6,862 คัน ตัวเลขนี้หมายถึงรถจดประกอบที่แจ้งว่าใช้ "ก๊าซธรรมชาติ" เป็นเชื้อเพลิงเท่านั้น พูดง่ายๆ คือเฉพาะ "รถติดแก๊ส"

จากนั้นคณะทำงาน 6 หน่วยงานก็จะไปนั่งดูว่าแต่ละคันนำเข้าถูกต้องหรือไม่ เสียภาษีถูกต้องหรือเปล่า เอกสารหลักฐานที่นำมาจดทะเบียนเป็น "ของจริง" หรือ "ทำปลอมขึ้นมา"

หน่วยงานสำคัญที่จะมาร่วม "จับผิด" ก็คือสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะมีผู้เชี่ยวชาญมาดูร่องรอยการประกอบ หากเรียบสนิท นอตไม่เคยขันออก-ขันเข้าเลย ก็น่าเชื่อว่าเป็นรถนำเข้ามาทั้งคัน แต่ "สำแดงเท็จ" ว่านำเข้ามาเป็นชิ้นส่วน

สาเหตุที่มีขบวนการ "สำแดงเท็จ" และนำรถที่ไม่ควรติดแก๊ส ไปติดแก๊ส ก็เพราะ "รถนำเข้าทั้งคัน" กับ "รถจดประกอบ" เสียภาษีต่างกันเป็นร้อยถึงหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ หนำซ้ำรถติดแก๊สก็ไม่ต้องผ่านขั้นตอนการตรวจ
มลพิษจากสำนักงานมาตรการผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ สมอ. เท่ากับได้ประโยชน์สองต่อ ประหยัดทั้งเงินและเวลา
เรื่องการตรวจสอบล้างบางพวกซิกแซก เอาเปรียบสังคมแบบนี้ถือเป็นเรื่องดี แต่การให้ข่าวบางทีก็ต้องระมัดระวังด้วย เพราะบางเรื่องก็เข้าข่ายเกินความจริงไปไม่น้อย

อย่างเช่น ที่ดีเอสไอระบุว่าจะตรวจสอบรถจดประกอบที่จดทะเบียนแล้ว 6,862 คัน และอยู่ระหว่างรอจดทะเบียนอีกกว่า 3,000 คัน รวมเป็นยอดรถหลบเลี่ยงภาษีราว 1 หมื่นคันนั้น การไปสรุปว่าเขาเลี่ยงภาษีเลยไม่น่าจะถูกต้อง เพราะการนำเข้าชิ้นส่วนจากต่างประเทศแล้วนำมาประกอบภายในประเทศก่อนวันที่ 3 ก.ย.2555 ถือว่าทำได้ แต่หลังจากนั้นถือว่าผิดกฎหมาย (ตามมติ ครม.และประกาศกระทรวงพาณิชย์)

อีกทั้งคณะทำงาน 6 หน่วยงานก็ตีกรอบร่วมกันเบื้องต้นว่า จะตรวจสอบเฉพาะรถหรูราคาเกิน 4 ล้านบาท ซึ่งไม่น่าเป็นไปได้ที่จะใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิง ฉะนั้นจำนวนรถที่จะถูกตรวจสอบย่อมไม่ถึง 1 หมื่นคันตามที่เป็นข่าวแน่
ข้อมูลที่แย้มมาจากกรมการขนส่งทางบก บอกว่าน่าจะราวๆ 1 พันคัน (จาก 6,862 คัน ไม่รวม 3 พันคันที่รอจด)

เรื่องนี้ต้องเข้าใจ การไปเหมาว่ารถจดประกอบเป็น "รถหรูหนีภาษี" ทั้งหมดก็ไม่ถูก เพราะตัวเลข 6,862 คัน มีรถราคาตั้งแต่คันละ 3 แสนบาทไปจนถึงหลายสิบล้าน มีทั้งรถยนต์เก๋ง รถกระบะ และรถบรรทุกขนาดเล็ก กระบวนการนำเข้าที่ถูกต้อง และเป็นรถใช้แก๊สได้จริง หรือนำเข้าเพื่อธุรกิจการค้าซึ่งไม่ใช่รถหรูก็มีอยู่ ฉะนั้นการไปให้ข่าวแบบเหมารวมจนดูเหมือนเป็นเรื่องใหญ่โตมโหฬารจนสร้างแรงกระเพื่อมไปทั้งวงการก็ถือว่าไม่เหมาะสม

อย่าลืมว่าจุดเริ่มต้นของการตรวจสอบเรื่องนี้ ก็ไม่ใช่ว่าหน่วยงานรัฐหน่วยใดเกิดมีจิตสำนึกล้างบางคอร์รัปชันขึ้นมา แต่เป็นเพราะอุบัติเหตุรถหรู 6 คันถูกไฟไหม้ระหว่างขนย้าย แต่ดันไม่มีใครแสดงตัวเป็นเจ้าของต่างหาก เมื่อเรื่องมันเป็นข่าวฉาวไปทั้งโลกแล้วนั่นแหละ บางหน่วยถึงได้กระโดดเข้ามา

นี่ยังไม่นับว่าเวลาตรวจสอบจริงจะเอาผิดกันได้จริงแค่ไหน เพราะเท่าที่ทราบ แม้ตอนจดทะเบียนจะเป็นรถติดแก๊ส แต่ภายหลังจดทะเบียนแล้วเจ้าของรถก็แจ้งเปลี่ยนเชื้อเพลิงได้ แจ้งเปลี่ยนจังหวัดที่ใช้รถได้ แจ้งเปลี่ยนป้ายทะเบียนก็ยังได้

ต้องตั้งหลักก่อนว่าพวกนี้เขาทำสิ่งที่น่าจะผิดกฎหมาย ให้กลายเป็นถูกกฎหมาย ฉะนั้นถ้ากระบวนการในชั้น "กลั่นกรอง" มันสกัดไว้ไม่ได้ สิ่งนั้นก็กลายเป็นของถูกกฎหมายไปแล้ว เสมือนแหที่ควรตาถี่ๆ แต่ดันตาห่าง ช่องโหว่ช่องว่างมันก็ถ่าง ทั้งปลาเล็ก ปลายักษ์ หลุดรอดไปหมด พอปลาหลุดลงน้ำแล้วจะให้ไปตามจับมันก็ยาก!

หน่วยงานที่ทำหน้าที่เป็น "แห" คอยดักปลาใหญ่นิสัยไม่ดี แต่กลับไม่ทำหน้าที่ แถมปล่อยปลาหลุดหมด ยังไม่เห็นดีเอสไอพูดถึงว่าจะดำเนินการกันอย่างไร