วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Dubai Marketing

ผมเดินทาง "ดูไบ" ครั้งแรกเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ตอนนั้นคนของเชคที่ดูไบเชิญให้ผมไปรับ Brief งานเพื่อจัดงานแต่งงานของเขา

ตอนนั้นบอกได้เลยว่าข้อมูลที่เกี่ยวกับเมืองนี้มีน้อยมาก รู้เพียงว่า อยู่แถบตะวันออกกลางแน่ๆ เป็นชาติอาหรับ และทันสมัยแต่อยู่ส่วนไหนของตะวันออกกลางนั้นผมไม่ทราบจริงๆ ตอนได้รับเชิญ มีแต่คนคัดค้านไม่อยากให้มา เพราะช่วงนั้นอเมริกันเพิ่งบุกอัฟกานิสถานเพื่อไล่ล่าบินลาเด็น ซึ่งช่วงนั้นกำลังถล่มกันสดๆ ร้อนๆ เลย

หลังจากรับ Brief เราก็ไปทำการบ้านมานำเสนอ งานแต่งงานของเชค โดยมีคู่แข่งเป็น บริษัทจากฝรั่งเศสและ อเมริกา ตอนมาเสนองานตอนนั้นก็รู้สึกว่าเป็นโอกาสที่ไม่ได้มาง่ายๆ แล้วไม่มีอะไรจะเสีย เราเสนอแต่เนื้องานที่เน้นความครีเอทีฟอย่างเดียว ยังไม่เสนอราคาด้วยซ้ำ ซึ่งพอเรานำเสนองานให้เชคพิจารณาแล้ว ท่านตัดสินใจเลือกเราในทันที เพราะชอบงาน "ครีเอทีฟ" ของเรามาก เป็นอีกครั้งที่แสดงให้เห็นว่า งานครีเอทีฟไทยไม่แพ้ใครในโลก

ผมเองเห็นการเปลี่ยนแปลงของตลาดดูไบมากว่าสิบปี เห็นวิธีคิดเห็นวิธีทำการตลาด ผมทึ่งว่าดูไบทำอย่างไรให้โลกหันมามองเขา ในฐานะเป็นแค่เมืองเล็กๆ ในแถบอ่าวอาหรับ จนเรียกว่าทำให้คนรู้จักเมืองเค้ามากกว่าความเป็นประเทศเค้าเสียอีก จึงเป็นอะไรที่น่าศึกษากลยุทธ์ทางการตลาดของเขาเป็นอย่างมาก

ครั้งแรกที่ผมมาดูไบ เมื่อ 2003 ผ่านไป 10 ปีทุกอย่างเปลี่ยนไปมากจริง ในเชิงการบริหาร แม้ว่าจะพลาดครั้งใหญ่ในช่วงที่ฟองสบู่แตกจากการเก็งกำไร พัฒนาที่ดิน การพัฒนาโครงการที่ลงทุนเป็นแสนๆ ล้าน อย่างโครงการ Palm1-3 หรือ The world project 4 โครงการนี้คือการถมทะเลเป็นเกาะเพื่อสร้างทั้งคอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน หรือที่พักอื่นๆ ซึ่งล้วนเป็นโครงการที่สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับดูไบ แถมยังขายหมดทุกโครงการภายในพริบตา

จากโครงการ Palm 1 ที่สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก จึงเกิดโครงการทำนองเดียวกันตามมา จนเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ดูไบต้องล้มลง ซึ่งผมก็เคยคิดไว้นานแล้วว่า สิ่งนี้ก็เกิดขึ้นกับประเทศของเรามาแล้ว แต่สิ่งที่ผมอยากให้ทุกคนเรียนรู้คือ ความสำเร็จทางด้านการตลาดของ ดูไบ ทำอย่างไรที่ทำให้เมืองเมืองนี้ดังไปทั่วโลก ในตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา ดูไบสร้างนวัตกรรมทางการตลาดไว้มากมาย ที่เราควรจะเรียนรู้และเข้าใจ

ส่วนการสร้างแลนด์มาร์ค ดูไบสร้างตึกที่ทำให้คนทั่วโลกรู้สึกว่า ทุกคนที่ไปดูไบต้องไปถ่ายรูป หรือ เยี่ยมชม คือตึก Berj al Arab หรือ ตึกเรือใบที่ทุกคนรู้จัก กลายเป็น สัญลักษณ์ของเมือง ที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องขอผ่านไปให้ได้แค่เห็น ถ่ายรูป หรือเยี่ยมชม นอกจากนั้น ยังประกาศตัวว่าเป็นโรงแรมระดับหกดาวแห่งเดียวในโลก ด้วยความหรูหราทำให้ทุกคนอยากไปสัมผัส

คงต้องยกนิ้วให้ดูไบ ที่ใช้อีเวนท์มาร์เก็ตติ้ง (Event Marketing) ได้เก่งมาก เริ่มจากการดึง Sport event ระดับโลกมาลงที่ดูไบ ที่มีให้ดูทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นเทนนิส โดยเอาเงินรางวัลมาล่อใจ นักเทนนิสมือวางอันดับต้นๆ ของโลกล้วนต้องมาร่วมรายการนี้ การแข่งขันกอล์ฟระดับมือหนึ่งของโลกต้องมาร่วม กระทั่งการแข่งขันรถแข่ง Formular 1 or F1 ที่ทุกคนรู้จักอย่างดีก็เช่นกัน

แต่สิ่งสำคัญที่ทุกคนต้องศึกษาคือ เมื่อมีนักเทนนิสระดับโลกมาแล้ว ทำอย่างไรจะสื่อให้ทั่วโลกหันมามอง และรู้จักดูไบมากขึ้น เขาใช้โอกาสที่มีนักกีฬาระดับโลกที่ต้องมาแข่งขันอยู่แล้วมาต่อยอดสร้างความดังเพิ่มขึ้นไปอีก ไม่ว่าจะเป็นไทเกอร์ วู้ด หรือ นาดาล ต้องมีโชว์การเล่นในที่แปลกๆ อย่างไทเก้อร์ วู้ด ไปโชว์วงสวิงที่ลาน heliport ของตึก Berj al Arab ออกข่าวไปทั่วโลก หรือกรณีเล่นโชว์ในงานแถลงข่าวของ Tennis Dubai open ก็เล่นที่นี่เช่นเดียวกัน ซึ่งสร้างความสนใจแก่สื่อมวลชนเป็นจำนวนมาก เห็นกันทั่วโลก แค่คิดวางแผนเอาไว้ คุณก็จะได้ผลงานทางการตลาดดีๆ ขึ้นมาเอง

นอกจากนี้ ต้องบอกว่า UAE เป็นประเทศที่น่ามาเยี่ยมชมมาก เพราะอยากเห็นอะไรสุดๆ ต้องที่นี่เท่านั้น ยิ่งหลังๆ เมืองหลวงอย่างอาบูดาบีลงมาแข่งขัน สร้างชื่อเสียงแข่งกับดูไบ ยิ่งเกิดอะไรใหม่ๆ ในประเทศนี้เต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็น มัสยิดหินอ่อน มูลค่านับหมื่นล้าน Ferrari world เป็นสนามแข่ง F1 นอกจากตึกหน้าตาประหลาด สร้างสายการบิน Etihad เพื่อมาแข่งกับ Emirate airline ของดูไบ ถ้าเป็นไปได้ก็ลองไปสัมผัสดูนะครับ

สุดท้ายผมว่า หากมีโอกาสเที่ยวต่างประเทศ นอกจากชื่นชมบ้านเมืองของเขาแล้ว เราลองมาประยุกต์ใช้กับบ้านเราให้เกิดประโยชน์กันบ้างดีกว่าครับ