background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

คุณชาย กับนายบุญผ่อง

คุณชาย กับนายบุญผ่อง

กระแสสังคมที่มีต่อคุณชายพุฒิภัทร แห่งวังจุฑาเทพ แรงมากจนคะแนนนิยมของพระเอกหนุ่มวัย 19 ปี พุ่งกระฉูดในเวลาอันรวดเร็ว

คนที่ไม่ค่อยได้ชมละครโทรทัศน์ อย่างผม ก็เลยต้องหาเวลาชมบางตอน ด้วยอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในสังคม
ดูครั้งแรกก็เป็นตอนที่สี่หรือห้า แต่ดูครั้งเดียวก็พบว่าโครงเรื่อง ไม่ได้แตกต่างไปจากเรื่องอื่นเท่าใดนัก หนีไม่พ้นคุณชายผู้สูงศักดิ์ จิตใจงดงาม หลงรักนางเอกสุดสวยและแสนดี แต่ต่ำต้อยกว่าในทางสังคม พร้อมกับสูตรสำเร็จคือมีนางร้าย ที่หมายปองพระเอก และร้ายอย่างเหลือเชื่อ แต่คุณชายก็มีคุณย่าที่มีใจยุติธรรม รวมทั้งสาวใช้ ที่คอยช่วยเหลือนางเอก เป็นระยะๆ
ดูกี่เรื่อง ก็ทำนองนี้ ดูประเดี๋ยวเดียว ก็พอรู้ว่าเรื่องจะเดินต่ออย่างไร และน่าจะจบลงอย่างไร ฉากบ้าระห่ำของนางร้ายที่เหมือนคนโรคจิต และยังมีญาติผู้ใหญ่บางคนคอยช่วยกดดันนางเอกตลอดเวลา นี่แหละละครไทย แต่ก็ยังดี ที่มีบทสนทนา ซึ่งให้ข้อคิดดีๆ จากคำพูดของพระเอก หรือคุณย่า หรือนางเอก ซึ่งช่วยให้ละครมีคุณค่าขึ้นมา ระดับหนึ่ง
คุณชายพุฒิภัทรสุขสมหวัง แต่งงานกับนางเอกไปแล้ว คราวนี้ก็ตามมาตอนต่อไปติดๆชนิดไม่มีเว้นวรรค ด้วยความรักของคุณชายคนถัดมาแห่งวังจุฑาเทพ ซึ่งก็คงช่วยให้สังคม ลืมเรื่องราวที่ทำให้คนไทยเป็นทุกข์ อย่างเช่นการคอร์รัปชัน หรือ ความแตกแยกในสังคม หรือ ค่าเงินบาท และอัตราดอกเบี้ย ไปได้อีกหลายสัปดาห์
ในช่วงเวลาเดียวกับที่คุณชาย พระเอกจากจินตนาการ กำลังโด่งดังทะลุฟ้าอยู่นั้น สถานีโทรทัศน์อีกช่องหนึ่ง ก็ได้นำเสนอเรื่องราวของ คนต่างจังหวัดธรรมดาๆ ที่ไม่มียศถาบรรดาศักดิ์ แต่เขามีตัวตนจริง มีนามว่า นายบุญผ่อง สิริเวชชะพันธ์ พ่อค้าแห่งเมืองกาญจนบุรี ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
เรื่องราวของนายบุญผ่อง ไม่ใช่นิยายจากจินตนาการ แต่เกิดขึ้นจริง ในระหว่างปี พ.ศ. 2486 และได้ถูกนำมาสร้างอิงเรื่องจริง เผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ พีบีเอส ซึ่งยังมีให้ชมต่อเนื่องจนถึงขณะนี้
ผมเดาว่าสัดส่วนของคนไทยที่ติดตามชมเรื่องราวของนายบุญผ่อง น่าจะน้อยกว่าผู้ติดตามคุณชายพุฒิภัทร ชนิดมองไม่เห็นฝุ่น แต่ผมบอกไว้เลยว่า ผมเป็นคนหนึ่ง ที่อยู่ในชนฝ่ายน้อย
คุณชาย เป็นคนดี เป็นหมอที่จิตใจดี แต่เขาเป็นเพียงพระเอกในจินตนาการ ในขณะนี่นายบุญผ่อง เป็นพระเอกที่มีตัวตนจริง เขายอมเสี่ยงชีวิตของตนเองและครอบครัว เพื่อช่วยชีวิตเชลยสงคราม ชาวอังกฤษ ออสเตรเลีย และเนเธอร์แลนด์จำนวนมาก ที่ถูกทารุณกรรมโดยกองทัพญี่ปุ่น ในช่วงเวลาของการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแคว
คนไทยจำนวนมาก รวมทั้งผมเอง ต่างเคยไปเที่ยวและชมสะพานข้ามแม่น้ำแควกันมาแล้ว แต่จะมีสักกี่คนที่ทราบ หรือตระหนักถึงวีรกรรมของ นายบุญผ่อง สิริเวชชะพันธ์ พ่อค้าธรรมดาคนหนึ่ง ที่มีอาชีพค้าขายส่งมอบอาหาร และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ให้แก่ค่ายทหารญี่ปุ่น ซึ่งควบคุมเชลยศึกชาวตะวันตกจำนวนมาก และบังคับให้ทำงานหามรุ่งหามค่ำ ได้รับอาหารไม่เพียงพอ หลายคนติดเชื้อ มาลาเรีย หนาวสั่น เจ็บป่วยโดยไม่มียารักษา ต้องล้มตายราวกับผักหญ้า
นายบุญผ่องได้เห็นภาพเหล่านั้น ด้วยความรู้สึกเศร้าสลด และเขาอดไม่ได้ที่จะคิดเข้าช่วยเหลือ ไม่มีใครทราบว่า นายบุญผ่องคิดหนักและคิดนานเพียงใด ก่อนจะกล้าเสี่ยงชีวิตของตนเองและครอบครัว ด้วยการแอบสอดยาควินิน ไปในบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ที่เขานำส่งให้แก่ทหารญี่ปุ่น และยาของเขาสามารถช่วยชีวิตนักโทษสงครามไว้ได้เป็นจำนวนมาก
ผู้สร้างบท ได้บรรจุบทสนทนาไว้อย่างคมคายในตอนที่ 5 เมื่อพ่อของนายบุญผ่อง บอกกับเขาให้ “....ทำในสิ่งที่ลูกจะมีความภูมิใจติดตัว คนเราไม่มีใครพ้นความตายไปได้ แต่เราเลือกได้ว่าจะตายอย่างคนดี....หรือคนที่ไม่มีคุณค่าใดๆในโลกใบนี้เลย....”
ตำราเรื่อง “ผู้นำ” มักอธิบายว่า “ผู้จัดการ” คือ คนที่ทำงานให้ถูกต้อง แต่ “ผู้นำ” คือ คนที่ทำในสิ่งที่ถูกต้อง (Managers do things right, Leaders do the right things) ถ้านายบุญผ่อง ส่งอาหารและวัสดุอุปกรณ์ให้กองทัพญี่ปุ่นครบถ้วน ตรงเวลา ในราคายุติธรรม ก็ถือว่าเขาเป็น “ผู้จัดการที่ดี” แล้ว แต่เขากล้า ”ทำในสิ่งที่ถูกต้อง” เราจึงเรียกบุญผ่องได้เต็มปากเต็มคำว่าเขาเป็น “ผู้นำ” อย่างแท้จริง
เมื่อสงครามสงบ วีรกรรมของเขา ได้รับการยอมรับโดยฝ่ายสัมพันธมิตร และเขาได้รับแต่งตั้งโดยกองทัพอังกฤษ ให้มียศทางทหาร เป็น พันโท บุญผ่อง สิริเวชชะพันธ์
น่าเสียดาย ที่วีรกรรมของนายบุญผ่อง ไม่ได้เป็นที่รับรู้กันอย่างกว้างขวางเท่าที่ควรในสังคมไทย
ผมเองก็เพิ่งทราบว่า คุณหมอ “เวียรี่” ชาวออสเตรเลีย ซึ่งเป็นเชลยสงครามที่ช่วยรักษาเพื่อนเชลยด้วยกัน จากยาและความช่วยเหลือต่างๆ ของนายบุญผ่องนั้น เมื่อสงครามสงบแล้ว ก็ได้ประสานงานกับรัฐบาลออสเตรเลียจัดตั้งกองทุน The “Weary” Dunlop-Boonpong Exchange Fellowship ขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2531 เพื่อส่งเสริมให้แพทย์ไทย ได้ไปฝึกงานที่ออสเตรเลีย และมีแพทย์ไทยจำนวนมาก ที่ได้รับทุนไปฝึกฝนทักษะทางการแพทย์ที่นั่น เพื่อนำกลับมาช่วยคนไทย ต่อไป
บุญผ่อง โด่งดังในต่างประเทศมานานแล้ว แต่ในประเทศบ้านเกิดของเขาเอง เขากลับเป็น วีรชนที่ไม่มีใครรู้จักเท่าใดนัก จนกระทั่งได้รับการเผยแพร่ผ่านทางละครโทรทัศน์ อิงชีวิตจริงของเขาในขณะนี้
แม้ “บุญผ่อง” จะมีผู้ชมน้อยกว่า “คุณชาย” อย่างมากมาย แต่ระหว่างคุณชาย กับนายบุญผ่อง ผมขอบอกว่า ผมเลือกบุญผ่องครับ