ในช่วงสองสามเดือนนี้เรื่องราวเกี่ยวกับเมืองไทยจะกลายเป็นสังคมผู้สูงวัยอย่างรวดเร็วเป็นกระแสที่มาแรงและสร้างความกังวลให้แก่ผู้ดูแลนโยบายต่างๆ
อันสืบเนื่องมาจากการเปลี่ยนโครงสร้างของประชากร การเพิ่มขึ้นของอัตราผู้สูงวัยมีผลพวงหลายอย่างโดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในด้านสวัสดิการของพวกเขา หากผู้สูงวัยไม่มีรายได้ หรือทรัพย์ที่ออมไว้เพียงพอ หรือไม่มีสมาชิกในครอบครัวสนับสนุน ภาระจะตกแก่สังคมมากขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงมีผู้เสนอว่าควรจะสนับสนุนหญิงไทยให้มีลูกโดยเฉลี่ยคนละ 2.1 คน หากหญิงไทยทำได้ ความสมดุลระหว่างผู้สูงวัยและผู้อยู่ในวัยทำงานจะเกิดภาวะสมดุลส่งผลให้ภาระในการดูแลผู้สูงวัยไม่เป็นปัญหาสาหัส ไทยมิใช่ประเทศเดียวที่คิดว่าต้องมีนโยบายในแนวนั้น แต่มันเป็นการคิดสั้นและแคบเกินไปเมื่อมองในบริบทของวิวัฒนาการโลก
ในปัจจุบันนี้โลกมีประชากรเกิน 7 พันล้านคนแล้ว จำนวนประชากรโลกยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งที่ประชากรของหลายประเทศอยู่ในภาวะทรงตัวและของบางประเทศลดลง นักประชากรศาสตร์คาดว่า ประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นถึงราว 9 พันล้านคนแล้วจะทรงตัวที่นั่น แต่การคาดการณ์นั้นไม่น่าจะถูกต้องอีกต่อไปเนื่องจากนโยบายในแนวที่ไทยคิดจะทำนั้นมีประเทศจำนวนมากเห็นด้วยและได้เริ่มดำเนินไปแล้วในหลายประเทศ ยิ่งกว่านั้น การคาดการณ์เรื่องผู้สูงวัยมิได้นำปัจจัยใหม่ๆ เข้ามาพิจารณาโดยเฉพาะความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่จะทำให้ผู้คนอายุยืนมากขึ้นรวมทั้งความสามารถในการสร้างอวัยวะสำคัญๆ ขึ้นมาใหม่แล้วนำไปเปลี่ยนให้ผู้ต้องการ เมื่อผู้สูงวัยอยู่ได้นานขึ้นอีก ผู้อยู่ในวัยมีลูกย่อมต้องมีลูกมากขึ้นกว่าอัตรา 2.1 คนเพื่อรักษาความสมดุล
การมีประชากรแค่ 7 พันล้านคน โลกก็มีปัญหาสารพัดแล้ว การเพิ่มขึ้นไปจนเกิน 9 พันล้านคนย่อมจะทำปัญหาให้สาหัสขึ้น ยกตัวอย่างเรื่องความต้องการด้านอาหารซึ่งตอนนี้มีชาวโลกเกือบพันล้านคนขาดอาหาร ผู้เชี่ยวชาญด้านความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศคาดว่าราวครึ่งหนึ่งของประชากรโลกจะตกอยู่ในภาวะขาดอาหารในคริสต์ศตวรรษนี้เนื่องจากภาวะโลกร้อนจะทำให้ผลิตอาหารได้ยากขึ้น ในอดีต การวิจัยและพัฒนาซึ่งนำไปสู่การผลิตอาหารได้มากขึ้นแบบก้าวกระโดดแก้ปัญหาได้ระดับหนึ่ง แต่มันก็แก้ได้ไม่หมดทั้งที่ต้องใช้สารเคมี
การใช้สารเคมีมีผลพวงสารพัดทั้งต่อบุคคลและต่อสิ่งแวดล้อม เรื่องคนงานของบริษัทขนาดยักษ์จากอเมริกาเหนือที่ไปลงทุนทำเกษตรกรรมในละตินอเมริกาประสบปัญหาร้ายแรงทางสุขภาพหลังจากใช้สารเคมีในไร่ในสวนอาจไม่เป็นข่าวในเมืองไทยแม้จะมีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกันอย่างยืดเยื้อ แต่มันเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับประเทศเล็กๆ ในอเมริกากลาง เรื่องเกษตรกรไทยแยกผลิตผักปลอดสารเคมีไว้รับประทานในครอบครัวของตัวเองจากผักที่นำไปขายในตลาดมิใช่พูดกันลอยๆ มันเป็นเรื่องจริง
ในด้านสารเคมีมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางแล้วว่าร้ายแรงหลังวันที่ราเคล คาร์สัน พิมพ์หนังสือเรื่อง Silent Spring เมื่อปี พ. ศ. 2505 ฤดูใบไม้ผลิในอเมริกาเงียบเฉียบเพราะปราศจากเสียงนกซึ่งตายหรือฟักไข่ไม่ออกจากผลกระทบของการใช้สารเคมี แม้การวิจัยและพัฒนาจะได้สารเคมีใหม่ๆ ขึ้นมาแทน แต่หลังจากเวลาผ่านไปไม่นานมักพบว่าสารเคมีใหม่ๆ ก็ใช่จะปราศจากปัญหา
ทางออกหนึ่งซึ่งนิยมเสนอกันได้แก่การใช้เกษตรอินทรีย์และการทำเกษตกกรรมแบบผสมผสาน แต่นั่นก็มิใช่ทางเลือกที่ปลอดภัยหากใช้กันในระดับโลก ข้อสรุปนี้มาจากการดำเนินชีวิตของชาวอามิชในอเมริกา อาจทราบกันแล้วว่า ชาวอามิชเป็นประชาชนกลุ่มเล็กๆ ที่ปฏิเสธเทคโนโลยีใหม่ ฉะนั้น พวกเขาจึงยังดำเนินชีวิตแบบดั้งเดิมคือ ส่วนใหญ่ทำเกษตรกรรมแบบผสมผสานโดยใช้แรงงานสัตว์เป็นหลัก อาทิเช่น ใช้ม้าลากไถ ลากเกวียน ลากเครื่องเกี่ยวข้าวโพดและลากรถ พวกเขาใช้สารเคมีน้อย หรือไม่ใช่เลย แต่เกษตรกรรมแบบนั้นก็สร้างปัญหาสาหัสมาแล้วโดยเฉพาะจากมูลสัตว์และจากการพังทลายของดิน
ตามธรรมดาชาวอามิชหว่านมูลสัตว์ในไร่เป็นปุ๋ย แต่เมื่อพวกเขาเลี้ยงสัตว์มากขึ้นเนื่องจากชุมชนมีคนมากขึ้น มูลสัตว์นั้นมีมากเกินไปจนดินไม่สามารถดูดซับได้ทัน มันจึงไหลลงธารน้ำซึ่งนำมันไปสู่อ่าวที่เป็นแหล่งผลิตอาหารสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของอเมริกา นอกจากมูลสัตว์แล้ว สัตว์เลี้ยงที่ปล่อยตามธรรมชาติเช่นวัว เมื่อเลี้ยงมากขึ้น มันก็ทำให้ดินพังทลายโดยเฉพาะตามธารน้ำที่มันลงกิน ดินที่พังทลายไหลลงไปในอ่าวนั้นเช่นกัน เมื่อเกิดปัญหา ชาวอามิชไม่ยอมรับว่าต้นตอมาจากพวกเขา เนื่องจากพวกเขาทำมาหาเลี้ยงชีพแบบนั้นมานับร้อยปีและไม่มีเคยมีปัญหามาก่อน แต่พวกเขาลืมไปว่าประชากรอามิชได้เพิ่มขึ้นมากและการทำเกษตรกรรมของพวกเขาเข้มข้นขึ้นจนมีจำนวนวัวต่อพื้นที่หนาแน่นที่สุดในโลก
มีผู้เสนอว่าให้หาทางออกผ่านการบริโภคอาหารมังสวิรัติ แต่การผลิตอาหารมังสวิรัติถ้าจะผลิตให้พอเลี้ยงชาวโลกก็ต้องใช้สารเคมี เรื่องเหล่านี้ย่อมบ่งชี้ว่าการแก้ปัญหาของบางส่วนนั้นอาจดูเสมือนทำได้ แต่เมื่อรวมส่วนเหล่านั้นเข้าไปด้วยกัน มันอาจทำปัญหาให้สาหัสขึ้น ชาวโลกจะต้องเลือกเอาว่าจะรับปัญหาที่เกิดมาจากสารเคมี หรือที่เกิดมาจากธรรมชาติ ในอีกนัยหนึ่ง จะเลือกให้อะไรกินระหว่างเสือกับจระเข้ หรือจะปล่อยให้ทั้งสองกินเพื่อลดจำนวนประชากร






