สังคมเราเต็มไปด้วย คนบ้า มากมาย

ที่ขึ้นต้นเช่นนี้ไม่มีเจตนาใส่ร้ายหรือกล่าวหาแบบลอยๆ เพราะประจักษ์พยานได้ปรากฏให้เห็นอยู่ในสิ่งที่เราต่างเห็นกันอยู่เป็นปกติ
ทั้งในสื่อและประสบการณ์ในชีวิตประจำวันของแต่ละท่าน คำว่า “บ้า” ในที่นี้มิใช่เป็นเรื่องของอาการผิดปกติทางจิตแต่เพียงอย่างเดียวแต่เป็นเรื่องของพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ส่งผลเสียหายต่อคนและสังคมรอบข้างของ “คนบ้า” เหล่านั้น
เท่าที่ผมลองพิจารณาดู “คนบ้า” อย่างที่เป็นปัญหา พบว่ามีอยู่หลายประเภทของ “ความบ้า” ที่ควรนำเสนอให้เข้าใจตรงกัน เพื่อใครประสบพบเจอจะได้ระแวดระวังหรือหาทางป้องกันตนเองและสังคมให้พ้นอันตรายจากสิ่งไม่คาดฝันเหมือนกรณีจู่ๆ มีคนไปทำร้ายและฆาตกรรมทหารอังกฤษกลางกรุงลอนดอนอย่างบ้าเลือดและไม่เคยมีใครคิดมาก่อนว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ในสังคมศิวิไลซ์อย่างสหราชอาณาจักร
บ้าอย่างแรกที่เห็นอยู่เป็นประจำ คือ “บ้าอำนาจ” เราพบเห็นคนบ้าประเภทนี้อยู่ไม่น้อยทั้งในที่ทำงาน ในชุมชนสังคมที่เราอยู่อาศัยร่วมกัน ขับรถไปตามท้องถนน คงเคยเห็นคนบ้าอวดเบ่งไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร พอถูกเรียกจับกุมก็ขัดขืนแสดงตนว่าเป็นใครมาจากไหน ใหญ่จริงหรือไม่เป็นอีกเรื่องแต่ต้องการแสดงอำนาจเพื่อให้ตนเองไม่ต้องรับผิด
การบ้าอำนาจที่ว่านี้ทำให้สังคมยากต่อการปรองดองสมานฉันท์ เพราะคนที่อยากปรองดองกับคนไม่อยากปรองดองในหลายโอกาสเป็นคนที่แก่งแย่งแข่งดีอยากได้ “อำนาจ” เหมือนกัน จึงทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาอำนาจไว้กับตัว สิ่งใดแม้จะดีต่อการแก้ไขปัญหาแต่ทำให้ตนเองพวกพ้องพรรคพวกต้องกระทบต่อสิ่งเคยมีเคยได้ก็จะคัดค้านอย่างหัวชนฝา เราจะพบเห็นอาการ “บ้า” เหล่านี้ได้ชัดเจนจากการเอาชนะคะคานกันของนักการเมืองทั้งในสนามใหญ่สนามท้องถิ่น แรงสุดๆ ถึงกับเอาชีวิตกันก็มีอยู่บ่อยครั้ง
ความบ้าถัดมาได้แก่ “บ้ายศศักดิ์” อาจฟังดูคล้ายกับบ้าอำนาจ แต่บ้ายศศักดิ์เป็นเรื่องของการอยากได้อยากมีซึ่งอำนาจผนวกกับความฝันส่วนตัวของแต่ละบุคคล บางคนอยากเป็นตำรวจเป็นทหารแต่ด้วยเหตุผลบางประการต้องไปประกอบอาชีพอื่น วันดีคืนดีนึกครึ้มขึ้นมาไปหาเครื่องแบบมาแต่งตัวเดินไปเดินมาให้คนคิดไปว่าเป็นคนมีสีมีเส้นสาย ถ้าทำเพื่อความสุขส่วนตัวก็ไม่น่าเดือดร้อนรำคาญกับคนทั่วไป แต่ที่ร้ายแรง คือ เอาเครื่องแบบ หรือ เอายศศักดิ์ดังว่าไปแสวงหาประโยชน์ กดขี่ ผู้อื่น คนพวกนี้สมควรได้รับโทษอย่างหนัก
อาการผิดปกติอีกประการหนึ่ง คือ “การบ้าบันเทิงเริงรมย์” เป็นปัญหาที่อยู่ในสังคมไทยมาช้านานและคนจำนวนมากมองข้ามปัญหาที่เกิดขึ้น เรามองว่า “ความสนุก” อยู่แบบสบายๆ เป็นลักษณะที่น่านิยมของสังคมไทย แต่คุณภาพชีวิตของเด็กเยาวชนในสังคมของเราทุกวันนี้หากใครย้อนไปดูถึงมาตรฐานที่มีตัวชี้วัดซึ่งได้จากผลวิจัยทั้งของในและต่างประเทศ สะท้อนหลายๆ อย่างให้นักการศึกษาต้องขบคิดกันอย่างหนักว่า ทำไมเด็กไทยจึงยังไม่อยู่ในแนวหน้าในทางวิชาการเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน เราเหมือนว่าจะชนะอยู่กับบางประเทศในกลุ่ม CMLV อย่างกัมพูชา เมียนมาร์ ลาว และ เวียดนาม แต่อีกไม่นานประเทศเหล่านี้กำลังจะวิ่งหนีและนำห่างออกไป
วันนี้มีพื้นที่พอจะปรารภให้เห็นถึงปัญหาหลักๆ ที่ถือเป็น “ความบ้า” ที่ต้องกำจัดอย่างเร่งด่วน ซึ่งถ้าจะพ่วงท้าย ความบ้าบันเทิงเริงรมย์ ต่อด้วย “ความบ้าพนันขันต่อ” ก็น่าจะไม่ผิดหลักการ เพราะความบ้าอย่างหลังเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจในครัวเรือนของหลายครอบครัว เพราะการพนันไม่ว่าจะหวย ม้า บ่อนเบี้ย ฟุตบอล ออนไลน์และสารพัดการพนันเป็นสิ่งทีคนไทยจำนวนมากเสพอยู่เป็นประจำ และเป็นการเสพซึ่งนำมาสู่ปัญหาสังคมอื่นๆ อีกหลายประการ
ทั้งหลายทั้งปวงอยู่ที่พวกเราจะต้องหาทางแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง ต้องเริ่มที่ตนเองก่อนจะร้องเรียกให้ใครมาช่วย เพราะเราเหมือนจะยอมรับกันอยู่กลายๆ ว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ความบ้าแต่เป็นวัฒนธรรม ค่านิยมของสังคมเรา แต่หากมันเป็นค่านิยมหรือวัฒนธรรมในทางลบเราก็น่าจะหาทางแก้ไขเยียวยาไม่ใช่ถ่ายทอดกันไปเหมือนโรคระบาดทางสังคมอย่างที่เป็นอยู่




