ความยุติธรรมกับความมั่นคง

ความยุติธรรมกับความมั่นคง

มีการตั้งคำถามกันตลอดมาทั้งมิติด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ในทำนองว่าหากจะต้องมีการตัดสินใจหรือการบริหารจัดการ

ระหว่างความยุติธรรมกับความมั่นคง เราจะหากรอบแนวคิดไหนมาเป็นแนวทางในการดำเนินการในเรื่องนั้นๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและสมดุลสำหรับทุกคน

หลายคนเมื่อคิดถึงความยุติธรรมจะเห็นว่าตัวบทกฎหมายจะต้องเป็นกรอบแนวคิดและขอบเขตในการตัดสินใจในทางปฏิบัติจึงไล่ไปตั้งแต่บทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่ถือว่าเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ แล้วมุ่งไปยังกฎหมายในลำดับรองลงมาไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติ พระราชกำหนด พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ระเบียบกระทรวง และเมื่อยึดตัวบทกฎหมายเป็นขอบเขตและแนวทางของการตัดสินใจแล้ว หากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไรก็ตาม คนกลุ่มนี้จะรู้สึกมั่นใจว่าได้กระทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว

สำหรับแนวคิดเรื่องความมั่นคง หลายคนจะให้น้ำหนักกับความมั่นคงและการดำรงอยู่ของอำนาจอธิปไตยทั้ง 3 ด้านไม่ว่าจะเป็นอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจตุลาการ และอำนาจบริหาร ซึ่งถือว่าเป็นอำนาจอธิปไตยของพวกเราทุกคน และอาจมุ่งเป้าในเชิงรูปธรรมไปที่ความมั่นคงทางด้านเขตแดน ดังนั้นขอบเขตของความหมายความมั่นคงจึงมุ่งเน้นไปยังความเข้มแข็งของสถาบันทางสังคมและการเมือง รวมไปถึงเขตแดนประเทศและความเป็นรัฐชาติ

ปัญหาตามประเด็นหัวข้อวันนี้จึงอยู่ที่ว่าหากมีสถานการณ์ที่จะต้องกำหนดนโยบายสาธารณะหรือตัดสินใจทางการบริหารในเรื่องทางความมั่นคงซึ่งแน่นอนว่าสังคมต้องคาดหมายให้เกิดความยุติธรรมหรือความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่ต้องได้รับผลกระทบด้วย สังคมหรือสาธารณะจะมีกรอบแนวความคิดในการตรวจสอบอำนาจในการกำหนดนโยบายหรือการตัดสินใจทางการบริหารในกรณีนั้นอย่างไร

หยิบยกประเด็นนี้มาเป็นอุทาหรณ์เพราะบทเรียนความสูญเสียจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาหลายครั้งในสังคมไทยมีต้นเหตุจากการเสียสมดุลระหว่างการรักษาความมั่นคงกับการอำนวยความยุติธรรม และหลายครั้งเช่นกันได้เกิดผลกระทบต่อการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยของสังคมไทยพ่วงไปด้วย

ในที่นี้มิได้เพิ่มประเด็นของการทบทวนหรือตรวจสอบการกำหนดนโยบายสาธารณะหรือการตัดสินใจทางการบริหารโดยฝ่ายตุลาการเข้าไว้ด้วย เพราะเห็นว่าประเด็นนี้เป็นประเด็นสำคัญที่มีปัญหาและรายละเอียดมากซึ่งต้องใช้เวลามากกว่านี้

มองในแง่มุมของการใช้อำนาจรัฐในการกำหนดนโยบายสาธารณะเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและรักษาความมั่นคงของชาติ โดยมากแล้วจะมีการอ้างอิงหลักนิติธรรมซึ่งก็คือตัวบทกฎหมายเป็นการอำนวยความยุติธรรมเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ แต่จำเป็นจะต้องมีกรอบแนวทางเพื่อให้กระบวนการในการดำเนินการตามนโยบายสาธารณะดังกล่าวเกิดความยุติธรรมอย่างแท้จริงโดยเฉพาะอย่างยิ่งจะต้องเกิดความเป็นธรรมกับผู้ที่ต้องได้รับผลกระทบทุกฝ่าย

หลักการหรือกรอบแนวทางที่สำคัญสำหรับการตรวจสอบกระบวนการในการอำนวยความยุติธรรมเพื่อความมั่นคงในที่นี้จึงต้องนำหลักการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์มาปรับใช้เพื่อให้กระบวนการในการอำนวยความยุติธรรมเป็นไปตามหลักนิติธรรมอย่างแท้จริง

การพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมก็ดี หรือการกำหนดนโยบายสาธารณะเพื่อรักษาความมั่นคงของชาติทั้งในสถานการณ์ทั่วไปหรือในสถานการณ์ฉุกเฉินก็ดี จึงต้องมีองค์ประกอบที่คำนึงถึงการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของปัจเจกบุคคลให้เกิดความเสมอภาคสำหรับทุกฝ่ายโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ

หลักการสิทธิมนุษยชนและการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพจึงมิใช่หลักการที่เป็นนามธรรมตามที่เข้าใจกัน แต่หลักการดังกล่าวมีความเป็นรูปธรรมโดยเฉพาะในแง่ของกระบวนการในการดำเนินการอำนวยความยุติธรรมจะต้องมีความชัดเจนในแต่ละขั้นตอน บนความเข้าใจร่วมกันของทุกฝ่ายว่าแต่ละขั้นตอนของการอำนวยความยุติธรรมนั้นจะต้องเป็นการคุ้มครองชีวิต ร่างกาย และเสรีภาพของทุกคน

การรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของสังคมที่อยู่บนหลักนิติธรรมจึงมีความหมายสำคัญตั้งแต่การกำหนดเป้าหมายของนโยบาย กระบวนการในการดำเนินการตามนโยบาย และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากนโยบาย ทั้งนี้ประชาชนจะสามารถตรวจสอบได้จากกระบวนการในการดำเนินการของทุกฝ่ายที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องว่าได้มีการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของปัจเจกบุคคลที่เข้ามาเกี่ยวข้องโดยเสมอภาคกันหรือไม่

หากมองในมุมนี้จะเห็นได้ชัดเจนว่าผู้ใช้อำนาจรัฐที่เป็นผู้กำหนดนโยบายและนำนโยบายไปปฏิบัติจะต้องรับผิดชอบให้เกิดความสมดุลระหว่างความยุติธรรม ความสงบเรียบร้อยของสังคมและความมั่นคงของชาติ และสิทธิเสรีภาพของประชาชน หากพบว่ามีการเสียสมดุลเกิดขึ้นต้องถือว่ากระบวนการในการดำเนินตามนโยบายสาธารณะดังกล่าวไม่ชอบด้วยหลักนิติธรรมและเป็นการดำเนินการที่ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ของสังคม