วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ข้ามช็อตประมูลดิจิทัลทีวี(1) "ใครเป็นใคร"ในสนามแข่งใหม่

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์แห่งชาติ (กสท.) อนุมัติราคาประมูลขั้นต้นดิจิทัลทีวี 24 ช่องออกมาแล้ว

น่าจะทำให้มีผู้สนใจเข้าประมูลเพิ่มขึ้น เมื่อได้เห็นราคาเริ่มต้นของช่องประเภทความคมชัดปกติ( Standard Definition ) 17 ช่อง"ร้องว้าว!!" ช่องเด็ก-ครอบครัว 140 ล้านบาท,ช่องข่าว 220 ล้านบาทและช่องวาไรตี้ 380 ล้านบาท

แต่สำหรับช่องประเภทความคมชัดสูง( High Definition ) กลับสูงกว่า SD เฉลี่ยประมาณ 5.5 เท่าตัว ต้องบอกว่า"แพงโคตร!!"

ราคาเริ่มต้น 1,510 ล้านบาทต่อช่อง สูงกว่าช่องเด็ก 10.8 เท่า,ช่องข่าว 6.86 เท่า และช่องวาไรตี้ 4 เท่า เมื่อเทียบกับการใช้แบนด์วิธคลื่นความถี่ช่องรายการแบบ HD 8 Mbps มากกว่าช่องรายการแบบ SD 2.5 Mbps หรือเปลืองกว่าประมาณ 3.2 เท่า แต่ราคาเริ่มต้นกลับแพงกว่าเฉลี่ยมากกว่า 5 เท่าตัว

กสท.คำนวณออกมาแล้วจะได้เงินประมูลขั้นต่ำรวม 24 ช่อง 15,190 ล้านบาท แยกเป็นจากช่อง HD Variety 7 ช่อง 10,570 ล้านบาท, ช่อง SD Variety 2,660 ล้านบาท, ช่อง SD News 1,540 ล้านบาท และช่อง SD Kid&Family 420 ล้านบาท สามารถนำไปสนับสนุนค่าส่วนลดหรือคูปอง Set-Top-Box 22 ล้านครัวเรือน ครัวเรือนละ 690 บาทต่อคูปองส่วนลดที่ยังไม่มีแผนชัดเจนว่าจะกระจายไปยังไงในเมื่อโครงข่ายไม่ได้เสร็จพร้อมกัน 100 %ในปีเดียวแต่อย่างน้อย 3-5 ปี

นอกจากนี้ยังมีการกำหนดช่วงเคาะเพิ่มของการเสนอราคาประมูลช่อง HD 10 ล้านบาทต่อครั้ง, ช่อง SDV 5 ล้านบาทต่อครั้ง,ช่อง SDN 2 ล้านบาทต่อครั้ง และช่องเด็ก-ครอบครัว 1 ล้านบาทต่อครั้ง

ผู้สนใจประมูลจะต้อง"ซื้อซอง"จากกสท.ซองละ 1 ล้านบาทต่อช่องที่กสท.บอกว่าจะใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการพิจารณาซองประมูล ก้อนนี้กสท.จะได้เงินไม่น้อยกว่า 24 ล้านบาท แต่อาจจจะมากถึง 40 ล้านบาท เพราะแต่ละรายสามารถประมูลได้ไม่เกิน 3 ช่อง โดยมีข้อห้ามข้อเดียวคือผู้เข้าประมูล HD ห้ามเข้าประมูลช่องข่าว SD

มองเผินๆเสมือนเป็นมาตรการสกัดคู่แข่งขันไปเยอะให้เหลือแต่"ผู้เล่นรายใหม่"ในสายข่าวจริงๆที่แทบจะพอดีช่อง เช่น Nation Channel ของ NBCที่เตรียมพร้อมเพิ่มทุนทั้งเครือเนชั่นร่วม 2 พันล้านบาท , SpringNewsที่กำลังปรับโฉมใหม่ , TNN24 , VOICETVที่พร้อมยิ่งกว่าพร้อม , Media News ของกลุ่มช่อง 7 , ไทยรัฐทีวีที่กำลังก่อร่างฟอร์มทีมข่าวทีวีครั้งใหญ่ , เดลินิวส์ทีวีที่ไม่เข้าประมูลคงไม่ได้ , T-NEWS ที่กำลังมาแรง และแว่วๆว่าช่อง 3 อาจจะใช้กลยุทธ์"โตแล้วแตก"ให้"ครอบครัวข่าว"ออกมาเป็นบริษัทใหม่เพื่อประมูลช่องข่าว

ในขณะที่กลุ่มคอนเทนท์ข่าวค่ายสิ่งพิมพ์อีก 2 รายที่เข้ามาในธุรกิจโทรทัศน์คือกลุ่มมติชนทีวีที่เพิ่งได้นักลงทุนกระเป๋าหนัก"สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ"ไปถือหุ้น 22 %แทนแกรมมี่กับค่ายโพสต์ที่ยังออกอาการละล้าละลังกับการเข้ามาธุรกิจทีวีที่เพิ่งหมดสัญญาผลิตข่าวและขายโฆษณาให้ช่อง 11สิ้นเดือนเม.ย.ที่ในงบการเงินล่าสุดไตรมาสแรกธุรกิจทีวี"ขาดทุน"

ทั้งสองค่ายสิ่งพิมพ์ยังลังเลๆในการเข้าประมูลดิจิทัลทีวีด้วยตัวเอง น่าจะกลายเป็นพันธมิตรกับ"ผู้เล่นรายใหม่"ที่จับจองช่อง HD-V, SD-V ที่ยังต้องการสัดส่วนรายการข่าวและสาระไม่น้อยกว่า 25 %ของผังรายการที่คิดออกมาก็ไม่น้อยทีเดียวทำได้ถึงวันละ 6 ชั่วโมง

มติชนทีวีน่าจะจับคู่กับ WorkPoint TV อยู่แล้วเว้นแต่ผู้ถือหุ้นใหม่จะใจป้ำควักเงินประมูลเอง ส่วนค่ายบางกอกโพสต์แว่วว่ากำลังถูกจีบจากค่าย In-Touch ที่มีเข็มมุ่งเข้ามาประมูลช่องดิจิทัลทีวีทั้งสามประเภท เพื่อไว้ป้อนเข้าสู่โทรศัพท์ 3 G ที่ดูเหมือนเป็น"ไฟล์ทบังคับ"ให้เข้ามาธุรกิจคอนเทนท์ทีวีที่ยังเป็นรอง ค่ายทรูมูฟที่มีทรูวิชั่นเป็นเคเบิลรายใหญ่ที่สุดของประเทศทำการตลาดแบบ Convergence อย่างได้ผล

หากมองเฉพาะราคาขั้นต้นของช่อง SD-V,SD-N อาจจะร้องว้าว!! ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ น่าจะเป็นกลยุทธ์การประมูลของกสท.ในการ"ล่อเหยื่อ"พวกชอบ"ของถูก"เข้ามาให้เกินจำนวนช่องที่เปิดประมูลอย่างละ 7 ช่อง จึงเป็นไปได้อย่างมากจะเห็น"ผู้เล่นหน้าใหม่"ที่ไม่ได้อยู่ในวงการโทรทัศน์มากกว่ารายใหม่ที่เคยประกาศตัว เช่น กลุ่ม MONO ของตระกูลโพธารามมิกที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์ MThai ที่มียอดคนเข้าอยู่ท็อป 3 ของประเทศ , กลุ่มอมรินทร์ที่มีช่องอัมมรินทร์ทีวี ฯลฯ

ส่วนช่อง SD-K&F ที่กสทช.ให้มีแค่ 3 ช่องได้ทำให้ราคากระโดดจากผลการศึกษาเดิมราคาขั้นต่ำจะไม่เกิน 100 ล้านบาทกลายเป็น 140 ล้านบาท ราคาเพิ่มสูงแบบนี้น่าจะทำให้เหลือผู้เล่นเข้ามาประมูลช่องเด็กน้อยลงหรือลังเลใจมากขึ้น จนน่าห่วงว่าผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของ"ลิขสิทธิ์"การ์ตูนหรือรายการครอบครัวที่มีอยู่ไม่มากบนทีวีดาวเทียมอาจจะสู้ราคาไม่ไหว

มองภาพหลังประมูลช่อง SD-K&F แล้วน่าจะยังอยู่ในมือของ"ผู้เล่นรายเดิม"หรือ"ผู้เล่นรายใหม่"ที่เป็นรายใหญ่ อย่างช่อง 9 หรือ"ผู้เล่นรายใหม่"อย่าง In-Touch, Workpoint ที่มีเงินหน้าตักสูงกว่ามาก

ในขณะที่"ผู้เล่นรายใหม่"ที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์การ์ตูนเป็นหลักไม่มีคอนเทนท์อื่นๆ อย่างกลุ่มโรสเจ้าของ Gang Cartoon, กลุ่มช่อง Cartoon Club, กลุ่มจาน IPM ที่มีช่อง Toon Toon บนจานส้ม, ช่อง KIDZONE ของบริษัท NINE ในเครือเนชั่น อาจจะต้องกลายเป็น"ผู้เช่าเวลา"ในช่องดิจิทัลทีวีเช่นเดิม แม้ว่ายังเป็นเจ้าของช่องทีวีดาวเทียมในกลุ่มช่องการ์ตูนที่ได้รับความนิยมอันดับต้นๆ

ส่วนราคาของช่อง SD-V ที่คิดเฉลี่ยต้นทุนประมูล 15 ปีออกมาเป็นรายปีแค่ 25.3 ล้านบาทเท่านั้นจะทำให้มีผู้ประกอบการเสนอราคาเข้ามาแข่งขันมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่มีข้อห้ามช่อง HD-V กับช่อง SD-V จับคู่กันอาจจะเกิดปรากฏการณ์ 7 คู่ที่มีทั้งเงินทุน,ฮาร์ดแวร์และคอนเทนท์พร้อมมากที่สุดในธุรกิจนี้และยังมีพันธมิตรคอนเทนท์แข็งแรงๆที่ไม่อยากเข้าประมูลดิจิทัลทีวี แต่จะป้อนคอนเทนท์ให้ เช่น เจเอสแอล, ทีวีธันเดอร์, กันตนา ฯลฯ

ผู้เล่นรายเดิม ยักษ์ใหญ่ อสมท.ประกาศตัวชัดเจนว่าสนใจประมูลช่อง HD-V,SD-V และ SD-K&F ซึ่งได้ประกาศตั้งบริษัท ไนน์เอนเตอร์เทนท์ จำกัดเพื่อทำช่องวาไรตี้-บันเทิงโดยตรง ,

ช่อง 3กับช่อง 7 ที่ไม่เคยประกาศชัดเจนว่าสนใจจะประมูลแบบไหน แต่คาดการณ์ได้ว่าน่าจะคิดแบบเดียวกันกับอสมท.คือประมูลทั้ง 3 ช่อง เพื่อรักษา"เม็ดเงิน"ในทุกเซคเมนท์ให้อย่างน้อยเท่าเดิมในการเข้าสู่สนามแข่งขันใหม่ดิจิทัลทีวีที่มีผู้เล่นรายใหม่

ผู้เล่นรายใหม่ นับหน้าตักเงินทุนของบริษัทในธุรกิจนี้แล้วน่าจะมีจำนวนเกินไปเล็กน้อยสำหรับช่อง HD-V ที่เหลืออีก 4 ช่อง

รายที่เปิดตัวชัดเจนแล้วคือ แกรมมี่ที่มีความมุ่งมั่นมากๆในการประมูลกับ In-touch ที่แม้เป็นหน้าใหม่ในธุรกิจทีวี แต่ปัจจุบันมีโครงข่ายภาคดาวเทียมรายเดียวรองรับระบบ HD อยู่แล้ว บนจานดาวเทียม DTV ระบบ KU-Band ที่เปิดช่อง HDTVมาระยะหนึ่งเป็นช่องตัวเอง 2 ช่อง,แกรมมมี่ 2 ช่อง, NextStep 1 ช่อง และมีแผนจะโปรโมทคอนเทนท์แบบ HD สำหรับดาวเทียมไทยคม 6 ระบบ C-Band อีกในเร็วๆนี้ร่วมกับผู้ผลิตจานดาวเทียมและช่องรายการ

แต่รายใหม่ที่ยังไม่ได้ประกาศตัวชัดว่าจะสนใจแบบไหน แต่ในที่สุดน่าจะลงสนามประมูลช่อง HD-V ด้วย เพราะทุกรายมีคอนเทนท์ที่เหมาะกับคุณภาพการรับชมแบบ HD มิเช่นนั้นจะแพ้คู่แข่งในระยะยาวได้คือกลุ่มอาร์เอสที่มีคอนเทนท์กีฬาฟุตบอลโลก-ลาลิกาสเปน แม้ว่าอาร์เอสยังมีปัญหากับกสทช.เรื่องกฏ Must Carry ฟุตบอลโลกจนไปฟ้องศาลปกครองเพื่อให้แก้ไขประกาศนี้ใหม่ แต่ทิศทางธุรกิจของอาร์เอสชัดเจนว่าเข้าสู่ธุรกิจกีฬาฟุตบอลเพื่อให้ครบสูตรคอนเทนท์บันเทิง-กีฬาที่มีมูลค่าทางธุรกิจสูงกว่าคอนเทนท์แบบอื่นๆ

กลุ่มทรูวิชั่นส์ที่มีหน้าตักตุนถือลิขสิทธิ์คอนเทนท์จากต่างประเทศหลากหลาย มากกว่าผู้เล่นทุกรายในแบบ HD ทั้งภาพยนตร์-กีฬา-บันเทิงที่ออกอากาศในแพลทฟอร์มเดิมมากกว่า 14 ช่องแล้ว หากไม่เข้าประมูลช่อง HD-V ย่อมเสียโอกาสในระยะยาว กลุ่มทรูวิชั่นน่าจะเข้าประมูลทั้งช่อง HD-V,SD-V,SD-K&F เพื่อให้เพียงพอต่อการป้อนคอนเทนท์ในทุกเซคเมนท์สำหรับการทำตลาดควบคู่ไปกับทรูวิชั่นเคเบิลทีวีและโทรศัพท์ 3G-4G ที่ออกตัวก่อนค่ายมือถืออื่นๆ

กลุ่ม CTH ที่ถือ King of Contents ลิขสิทธิ์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอีก 3 ฤดูกาลข้างหน้าย่อมมีราคาและความหมายอย่างยิ่ง หาก CTH จะต้องไปซื้อเวลาช่องฟรีทีวีเพื่อออกอากาศหารายได้โฆษณาที่มีมากกว่าค่าสมาชิก ลองเทียบเงินลงทุนประมูลช่อง HD-V แล้วน่าจะคุ้มกว่าในระยะยาวและจะเห็นการผนึกพันธมิตรค่ายไทยรัฐ-สยามกีฬา-CTH ที่เจ้าของไทยรัฐถือหุ้นส่วนตัวอยู่ 25 % ในโครงข่ายภาคพื้นดินที่ใหญ่ที่สุดผ่านเคเบิลท้องถิ่นทั่วประเทศ

อย่าประมาทช่อง 5 เป็นอันขาดว่าจะเลือกเส้นทางเดินช่องทีวีสาธารณะที่ยังมี"คลื่นรบกวน"จากกลุ่มเอ็นจีโออย่างมาก แต่หากส่องกล้องเข้าไปดูที่สนามเป้าช่อง 5 ที่กำลังสร้างตึกสูงกว่า 30 ชั้นมีความพร้อมทุกด้านไม่แพ้ อสมท. ทั้งโครงข่าย,เงินทุนและเครือข่ายพันธมิตรคอนเทนท์เดิม ในการประกอบร่างเข้าแข่งประมูลช่อง HD-V และ SD-V เพื่อจะได้ไม่ต้องปรับผังลดคอนเทนท์บันเทิงลง กลายเป็น"ทีวีสาธารณะเพื่อความมั่นคง"ที่แม้ได้มาแบบฟรีไม่ต้องประมูล แต่"ขวากหนาม"ข้างหน้าสำหรับทีวีสาธารณะยังมีอยู่ไม่น้อยยากจะฝ่าไปได้ จึงน่าจะทำผังช่องใหม่ยื่นขอเป็นทีวีสาธารณะเพื่อความมั่นคงและเข้าประมูลช่องธุรกิจไปจะปลอดภัยไร้กังวลกว่า

มองข้ามช็อตหน้าตา"ผู้เล่นรายเดิม"กับผู้เล่นรายใหม่"ที่หมายมั่นปั้นมือจะเข้าประมูล"ดิจิทัลทีวี" 24 ช่องธุรกิจน่าจะไม่หนีไปกว่านี้รายที่เอ่ยมาไปมากนัก แต่ยังมีอุปสรรคอีกมากสำหรับ"ผู้เล่นรายใหม่"ที่ไม่ใช่หน้าใหม่ในวงการธุรกิจโทรทัศน์ที่เดิมเป็น"พันธมิตร"กับผู้เล่นรายเดิมที่เป็น"ฟรีทีวี"ในฐานะ"ผู้เช่าเวลา-ผู้ร่วมผลิตรายการ"

ขอยกยอดไปเขียนวันอาทิตย์หน้าว่าด้วย"ตุ้มถ่วง"ที่เรียกว่ามาตรการสกัดดาวรุ่งหรืออีกนัยหนึ่งมาตรการ"ไล่กุ้ย"ให้เหลือ"รายใหม่"ให้เข้ามาแข่งขันได้น้อยที่สุดหรือถ้าชนะประมูลได้ช่องดิจิทัลทีวีไป แต่จะต้องแบกน้ำหนัก"หลังแอ่น"ไปอีกหลายปีเพื่อให้"ผู้เล่นรายเดิม"กระทบน้อยที่สุด