มาแล้วค่ะ ตามสัญญาที่เคยให้ไว้ว่า หลังจบฤดูกาล การประชุมสามัญผู้ถือหุ้น หลัง 30 เมษายน ดิฉันจะนำเรื่องมาเล่าสู่กันฟัง
ท่านใดที่มีโอกาสเข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้น หรือเรียกกันง่าย สั้น ติดปากว่า AGM-Annual General Meeting จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่แตกต่างกัน เครียดบ้าง ฮาบ้าง แต่มีพัฒนาการขึ้น เราพบว่านักลงทุนตื่นตัวมาก ในการเข้าร่วมประชุม จากเดิมอาจจะไม่เคยสนใจเอกสารที่ส่งตรงถึงมือผู้ถือหุ้น ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน เป็นซองสีน้ำตาล จากศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ หรือ TSD วางทิ้งไว้อย่างนั้น หรือเปิดแล้วอ่านผ่านวางทิ้ง
วันนี้โลกเปลี่ยน ตัวเลขจำนวนผู้ถือหุ้นจาก TSD พบว่า มีบัญชีรายชื่อมากถึง 2.7 ล้านชื่อ แต่ละชื่อมีการถือครองหุ้นเฉลี่ย ประมาณ 3-5 บริษัท ลองคูณตัวเลขของการจัดส่งเอกสารออกไปราว 13.5 ล้านชิ้น กระจายส่งไปทั่วประเทศ นั่นเป็นเอกสารสำคัญที่ทำทางให้พวกเขาเดินเข้าประชุม AGM ได้
อยากเล่า เป็นสองมุม ที่กลายเป็น “คู่ซี้-ตลาดหุ้นไทย” กันไปแล้วละค่ะคือผู้บริหาร และผู้ถือหุ้น มองด้วยกัน ในมุมคนละฉาก
มุมผู้บริหาร : เมื่อคราวถึงเวลาของการประชุมผู้ถือหุ้น เชื่อไหมคะว่า ผู้บริหารหลายท่านนอนไม่หลับ ตื่นเต้นว่าจะเจอมุกไหน ไม้ไหนของผู้ถือหุ้นบ้าง หลายท่านตื่นเต้นที่จะได้เจอกันตามนัด
บางแห่งบรรยากาศการประชุม สนุกสนานมาก เหมือนบรรยากาศปาร์ตี้-เรื่องนี้มีจริงค่ะ ผู้บริหารอารมณ์ดีคึกคัก เล่าผลการดำเนินให้ผู้ถือหุ้นฟัง เหมือนเล่าให้เพื่อนฟัง
บางแห่งมีบรรยากาศเครียดจัด มักเป็นบริษัทที่มีผลขาดทุน ไม่จ่ายเงินปันผล หรืออาการที่อยู่ในไอซียู กรรมการมากันบางตา ผู้สอบบัญชีติดธุระ ที่ปรึกษากฎหมายไม่อยู่ บางแห่งกรรมการพูดกับผู้ถือหุ้นยังกะโกรธกันมาเมื่อชาติปางก่อน เถียงข้างคู เหมือนถูกจับผิดขึ้นหลักประหาร อะไรๆ ก็รู้อยู่แก่ใจ แบบนี้ก็เยอะไป
บางแห่งกรรมการมากับครบกระทง นั่งเรียงให้นับหัวบนเวที แต่บทพูดไม่มี นั่งนานหลายชั่วโมงเข้าก็เผลอหลับ ฟ้องด้วยภาพก็มี
บางแห่งผู้บริหารใจดี อยากสมนาคุณผู้ถือหุ้น แจกสินค้าที่บริษัทค้าขายอยู่ แทนคำขอบคุณหรือเลี้ยงโต๊ะจีนซะเลย กลายเป็นความเคยตัว ปีนี้พอไม่แจกขึ้นมาเพราะอยากรัดเข็มขัด เจอขู่จะมาม็อบหน้าห้องประชุม อย่างนี้ก็มี
บางแห่งผู้บริหาร มีโวหารที่พูดเรื่องแนวทางขยายตัวของกิจการไว้มาก พอมาปีนี้ มีผู้ถือหุ้นบุกมาทวงถามว่า ไอ้ที่พูดไว้นะ ไปถึงไหนแล้ว ไปไม่ถูกทางกันเลย
บางแห่งน่าเห็นใจที่ถูกซักแบบเอาเป็นเอาตาย เหมือนเป็นจำเลย ถูกทนายซัก กุญแจสำคัญของงานที่มีผู้คนหลายสายพันธุ์แบบนี้ ต้องมีท่านประธานกรรมการบริษัท ที่พลิ้วๆ แบบว่า “เอาอยู่” ผู้ถือหุ้นคนไหนพูดนอกประเด็น เป็นตัดบทแบบนิ่มนวลแต่เด็ดขาด แถมบทฮา..ตรึม…เข้าไว้ ประเดี๋ยวมีคนช่วยเอง
บางแห่งที่เป็นสภาพกึ่งๆ รัฐวิสาหกิจ วันนั้นจะเป็นวันสวรรค์เปิดของพนักงาน ที่สวมบทผู้ถือหุ้น มีใบมอบฉันทะมาเป็นปึกๆ รับของชำร่วย จนคิวยาวเหยียด ผู้ถือหุ้นต้องรอนานกว่าสองชั่วโมงก็มี แถมอีกว่าเป็นวันที่ลุกขึ้นถามผู้บริหาร ได้ฉอด ฉอด สาแก่ใจไปได้อีกแบบ
บางแห่ง มีจำนวนผู้ถือหุ้นมากจำนวน ว่ากันว่า ตั้งแต่หลักห้าหมื่นรายขึ้นไป ก็บริหารจัดการยากมาก เพราะทายใจไม่ถูกว่าจะมากับนับพัน หรือนับหมื่น เรื่องนี้น่าเห็นใจผู้บริหาร
บางแห่งผู้บริหารใจเย็นเป็นน้ำแข็งขั้วโลก ใจดี ทำงานเก่ง กำไรดี มีธรรมาภิบาล แต่เจอผู้ถือหุ้นอัด อัด หลอกด่า ชมไปกระทบกระเทียบไป ให้เสียเกียรติภูมิ แบบนี้น่าเห็นใจมาก
ควรนี้หันมามองฝั่งของผู้ถือหุ้นบ้าง……
มุมผู้ถือหุ้น : เชื่ออีกนั่นแหละค่ะว่า เป็นวันที่ผู้ถือหุ้นตั้งตารอคอย คอยพบหน้าผู้บริหาร บางคนเป็นไอดอลเลยนะ เจอหน้าเป็นขอถ่ายรูปด้วย เอาไปอวดเพื่อนๆ นักลงทุนด้วยกัน
บางรายทำการบ้านมาดีมาก ลุกขึ้นถามอย่างสุภาพ นุ่มนวล ตรงประเด็น แบบนี้เป็นนักลงทุน ที่ลงทุนในกิจการนั้นๆ ตัวจริง เพราะสมเป็นเจ้าของกิจการที่ออกมาเดินตรวจงาน ตรวจแถวการทำงานตลอดปีที่ผ่านมาของผู้บริหาร
บางรายถามเยอะ น้ำเยอะ เลยเถิด อาจจะไม่เหมาะที่จะถาม เพราะผู้บริหารต้องแจ้งข้อมูลผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ ก่อน
บางรายทำตัวประหนึ่ง เป็นครูใหญ่ ร่ายยาว ว่าควรทำอย่างโน้น อย่างนี้ ฟังดูดีจัง แต่หากจะให้มาทำเอง ทำได้ไหมล่ะ
บางรายแวะมาลงทะเบียน รับของชำร่วย แล้ววิ่งรอก ไปที่อื่นอีก ลากกระเป๋ามาด้วย บนเส้นทางรถไฟฟ้าทั้งบีทีเอส/เอ็มอาร์ที กวาดเรียบตลอดสาย
บางรายอยากทำตัวเป็น ดาวเด่น ดาวสภา พูดอะไรก็ได้ ขอให้ได้ใช้ไมค์เถอะ เสียเวลาผู้ถือหุ้นคนอื่นๆ เขา
บางรายคิดแยบยล รู้สิทธิของผู้ถือหุ้น แม้เพียงหนึ่งหุ้นก็ได้รับสิทธิ เรื่องข้อมูลข่าวสารเช่นเดียวกับหลายร้อย หลายแสนหุ้น จึงหันไปแตกหุ้นเป็นห้าหุ้น สิบหุ้น แล้วลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิของการเป็นผู้ถือหุ้น แบบนี้ เรียกว่า “คนหัวหมอ” รู้สิทธิ แต่ควรรู้หน้าที่ของความเป็นเจ้าของกิจการด้วย ว่าจะต้องทำอย่างไร
บางราย มาเพื่อขอไปเยี่ยมเยือนบริษัท ถือว่าเหมือนไปเที่ยว ตากอากาศ เที่ยวฟรี กินฟรี แสดงสิทธิเป็นเจ้าของบริษัทเต็มที่ พนักงานเสมือนลูกจ้าง โขกสับได้ และต้องเอาใจฉัน น่าเห็นใจคนทำงานที่พูดไม่ออก เพลียใจกันจริงๆ
บางรายชอบใจกับการไปกินขนม กินข้าวตามโรงแรมหรู ตักมาซะพูนจาน จะทานหมดไหมไม่รู้ แต่ขอเยอะเข้าไว้ เหลือทิ้ง แบบนี้กินไม่หมด น่าปรับซะเลย
หลากหลายอารมณ์และมากบทจริงๆ แต่ละปีมีบทตกตะกอนให้เล่ากันได้แปลกใหม่ทุกปี เพราะมีพัฒนาการกันเหมือนโลกยุคดิจิทัลจริงๆ
ที่ดิฉันเล่ามา ล้วนเป็นเรื่องจริง และขอสงวนชื่อของผู้เกี่ยวข้อง เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย เห็นไหมคะว่า ยิ่งกว่าซีรีย์เกาหลีจริงๆ นี่เพียงบางส่วนนะคะ ยังมีเกร็ด อีกมากที่ “อาสาพิทักษ์ผู้ถือหุ้น” ไปเจอมา บางงานต้องทำหน้าที่คนกลางไกล่เกลี่ยให้ แบบต้องวางใจเป็นกลาง และละมุนละม่อม เป็นศาสตร์และศิลปะ อย่างหนึ่งที่พวกเราควรเรียนรู้และนำไปใช้กับชีวิตจริงได้
หากทุกคนปล่อยวาง ใจเขา ใจเรา หัวอก “ผู้บริหาร” ที่ลองมาสลับร่างเป็นผู้ถือหุ้นที่มีแรงกดดันยามหุ้นร่วง ขาดทุน ฉุนขาด โลภมากบ้าง หรือสลับร่าง “ผู้ถือหุ้น” ไปเป็นผู้บริหารแล้วถูกกดดันบนเวทีแบบนั้นบ้างล่ะ นี่แหละค่ะ ใจเขา ใจเรา…ทุกสังคมจะสงบ ร่มเย็น ด้วยประการนี้…






