background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

ป้องกีดกันการค้า...ไทยเดินหน้ารับรองปลาป่น

ป้องกีดกันการค้า...ไทยเดินหน้ารับรองปลาป่น

เห็นข่าว กรมประมง กรมปศุสัตว์ สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย สมาคมผู้ผลิตปลาป่นไทย และสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย จับมือกันวางระบบรับรองมาตรฐาน

ใช้ปลาเป็ดผลิตอาหารสัตว์ แล้วต้องชื่นชมการทำงานของทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อธิบดีกรมประมง วิมล จันทรโรทัย ที่เดินหน้ากู้ภาพลักษณ์ของสินค้าไทยได้อย่างรวดเร็วและจริงจัง เป็นผู้นำความร่วมมือของทุกฝ่ายเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องของสินค้ากุ้งไทย ตลอดจนป้องกันการกีดกันทางการค้า ... ก่อนที่ทุกอย่างจะบานปลาย

ระบบรับรองดังกล่าวของกรมประมง จะเริ่มใช้จริงในวันที่ 1 กรกฎาคม 2556 เป็นการรับรองการใช้ปลาเบญจพรรณหรือปลาเป็ด สำหรับการผลิตอาหารสัตว์น้ำ รวมทั้ง ผลักดันให้มีการใช้ปลาเป็ดที่ได้จากการทำประมงที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมาเป็นวัตถุดิบ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสนองตอบมาตรการ IUU Fishing (Illegal, Unreported and Unregulated Fishing) หรือ มาตรการห้ามนำเข้าสินค้าประมงที่มาจากการทำประมงผิดกฎหมาย (Illegal) ไม่มีการรายงานแหล่งที่มาของสินค้าสัตว์น้ำ (Unreported) และไม่มีการควบคุมการได้มาซึ่งสินค้านั้นๆ (Unregulated) ของสหภาพยุโรป โดยจะใช้วิธีการออกใบประกาศให้แก่โรงงานแปรรูปอาหารทะเลและเรือประมง ซึ่งจะใช้ตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของปลาเป็ดว่ามาจากแหล่งที่มีการทำประมงอย่างถูกต้องได้ นับเป็นการช่วยยกระดับมาตรฐานการผลิตอาหารสัตว์ในประเทศให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคและประเทศคู่ค้า

ความร่วมมืออย่างจริงจังของทุกภาคส่วนเริ่มตั้งแต่ต้นน้ำของอาหารสัตว์ ซึ่งก็คือสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ที่ยืนยันว่าแม้จะประสบปัญหาพื้นที่ทำประมงลดลง ต้นทุนการทำประมงสูงขึ้น แต่ชาวประมงทุกคนต้องการที่จะอยู่ในระบบเพื่อสร้างความยั่งยืนให้การประมงของไทย โดยบอกว่าได้พยายามปรับปรุงเครื่องมือให้จับสัตว์น้ำขนาดเล็กได้น้อยลง ด้วยการเสนอภาครัฐให้ขยายตาอวนจากเดิม 2.5 ซม. ให้กว้างขึ้นเป็น 4 ซม.

ขณะที่สมาคมผู้ผลิตปลาป่นไทย ยืนยันว่าโรงงานปลาป่นพร้อมเดินหน้าสู่มาตรฐาน จะมีการตรวจสอบต่อเนื่องไปถึงสมุดบันทึกปูมเรือที่จะบ่งบอกว่าปลาที่ได้มากับเรือประมงนั้นได้มาอย่างไร ทำลายสิ่งแวดล้อมหรือไม่ รวมถึงความพยายามในการยกระดับมาตรฐานโรงงานให้เข้าสู่ GMP และ HACCP ภายใต้การสนับสนุนของกรมปศุสัตว์ เพื่อให้ปลาป่นของไทยสะอาดถูกหลักอนามัย โดยปัจจุบันมีโรงงานปลาป่นที่ได้รับการรับรอง GMP จำนวน 40 โรง และ ได้รับ HACCP จำนวน 32 โรง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และคาดว่าโรงงานปลาป่นของไทยจะเข้าสู่มาตรฐานดังกล่าวได้ 100% ในเร็ววัน

สำหรับตัวเลขการใช้วัตถุดิบของสมาคมผู้ผลิตปลาป่นไทยระบุว่า การผลิต “ปลาป่น” ของไทยในปัจจุบันใช้วัตถุดิบจากเศษปลาที่เหลือจากโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารทะเลถึงร้อยละ 60 และอีกร้อยละ 40 จะได้จากเรือประมงที่ออกจับปลาธรรมชาติ ซึ่งทั้งสองส่วนสามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งวัตถุดิบได้อยู่แล้ว

ความร่วมมือของทุกภาคส่วนเช่นนี้ เชื่อว่าจะทำให้ประเทศไทยก้าวข้ามข้อกล่าวหา และก้าวผ่านการกีดกันทางการค้าได้ไม่ยาก

ประเด็นสำคัญก็คือ ข้อมูลของสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยที่ระบุว่า การผลิตอาหารสัตว์น้ำในปัจจุบันมีสัดส่วนของการใช้วัตถุดิบปลาป่นลดลงมาก และมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ดังจะเห็นจากตัวเลขการใช้ปลาป่นของไทย ลดลงเป็นลำดับจากปี 2538 ใช้อยู่ประมาณ 620,000 เมตริกตัน ลดลงเหลือเพียง 279,000 เมตริกตันในปี 2553 เนื่องจากกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เริ่มไม่ต้องการให้มีผลิตภัณฑ์สัตว์เข้ามาปะปนเป็นส่วนประกอบของอาหารสัตว์ ทำให้บริษัทผู้ผลิตอาหารสัตว์หลายแห่งทำการวิจัยพัฒนาอาหารสัตว์ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ปลาป่นแต่ใช้แหล่งโปรตีนจากพืชแทน ซึ่งไม่กระทบต่อคุณภาพอาหาร และการเจริญเติบโตของสัตว์

ดังนั้น ในอนาคตกุ้งไทย อาจจะไม่ได้กินอาหารที่ทำมาจากปลาป่นเลยก็ได้ ถึงเวลานั้นคงมีมาตรการบังคับใช้กันในรูปแบบอื่นออกมาอีก แต่ในเมื่อสหภาพยุโรป เป็นประเทศคู่ค้าเก่าแก่ มีมูลค่าการค้าต่อไทยมหาศาล เมื่อเขาออกมาตรการที่แม้จะดูเป็นการกีดกัน แต่ถ้าประเทศไทยสามารถตอบสนองได้ มันก็อาจจะเป็นแต้มต่อให้ไทยมีความสามารถด้านการแข่งขันเหนือประเทศคู่แข่ง

...มองแง่บวกแบบนี้...คงทำให้ทุกฝ่ายมีแรงขึ้นอีกเยอะ