ค่ายมือถือต่างทยอยเปิดตัวบริการ 3จี บนคลื่นความถี่ใหม่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ที่ได้รับใบอนุญาตจาก
คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กัน ในช่วง 2-3 วันนี้ ให้ผู้บริโภคที่ตั้งตาคอยการใช้งาน 3จี ได้เปิดประสบการณ์ใหม่ สัมผัสความเร็วการอัพโหลด ดาวน์โหลดข้อมูล ภาพ ตลอดจนเอ็นเตอร์เทนเมนต์ต่างๆ อย่างน่าตื่นเต้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง แต่อัตราค่าบริการ ที่ กสทช. เคยลั่นปากไว้ว่าต้องลดลง 15% ทุกแพ็คเกจ ทุกโปรโมชั่น เมื่อเปรียบเทียบกับอัตราค่าบริการเดิมนั้น ไม่ปรากฏว่าจะมีผู้ให้บริการรายใดลดลงให้เห็นอย่างชัดเจน
ซึ่งสำนักงาน กสทช. แจ้งว่าได้มีหนังสือเรื่องขอให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขในการอนุญาต สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล (International Mobile Telecommunications - IMT) ย่านความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ลงวันที่ 7 พ.ค. 2556 ถึงผู้ให้บริการทั้ง 3 ราย ขอให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อกิจการโทรคมนาคมและเงื่อนไขใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 3 ตลอดจนมติที่ประชุม กทค. ครั้งที่ 16/2556 เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2556 ที่กำหนดแนวทางการตรวจสอบและกำกับดูแลอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขใบอนุญาตไว้อย่างเคร่งครัด
ล่าสุด วานนี้ (8 พ.ค.) ยังได้แต่งตั้ง นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ กสทช. ภารกิจโทรคมนาคม เป็นประธานคณะทำงานติดตามและกำกับดูแลค่าบริการ การประกอบกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล ย่านความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ในการติดตามตรวจสอบการปฏิบัติตามแนวทางการตรวจสอบและกำกับดูแลอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขใบอนุญาตตามมติที่ประชุม กทค. ดังกล่าว และให้รายงานผลการตรวจสอบทุก 15 วัน ต่อเลขาธิการ กสทช. และ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เพื่อเป็นการประเมินผลว่าผู้ประกอบการทั้ง 3 บริษัท ได้ลดราคาอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จี บนคลื่นความถี่ใหม่จริงหรือไม่ และจะแจ้งผลการตรวจสอบให้สาธารณชนได้รับทราบเป็นระยะๆ ต่อไป
ขณะที่ นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการ กสทช. ด้านคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม ระบุว่า ต้องจับตาดูช่วงสิ้นเดือนนี้ ว่า ผู้บริการทั้ง 3 ราย จะลดราคาค่าบริการลงจากแพ็คเกจเดิม 15% ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในช่วงการเปิดประมูลคลื่นหรือไม่ ซึ่งหากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข จะต้องมีผู้ออกมารับผิดชอบ เพราะถือว่าเป็นเงื่อนไขที่ทางผู้บริการจะต้องปฏิบัติตาม จากที่เปิดประมูลคลื่นความถี่ เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2555 หลังจากนั้น ประมาณ 1 สัปดาห์ วันที่ 23 ต.ค. 2555 คณะกรรมการได้ประกาศเงื่อนไขการลดอัตราค่าบริการลงจากแพ็คเกจเดิม 15% ซึ่งอัตราค่าบริการที่ลดลง จะช่วยให้ผู้บริโภคประหยัดเงินได้ประมาณ 8 แสนล้านบาท ถึง 1 ล้านล้านบาทต่อปี
การกล่าวอ้างว่าลดราคาลงบางแพ็คเกจ แต่บางแพ็คเกจไม่ลดราคา หรือปรับราคาสูงขึ้นไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง การแข่งขันกึ่งผูกขาด ท่ามกลางการแข่งขันน้อยราย จะโยนให้ผู้บริโภคเลือกแพ็คเกจที่เหมาะสม หรือฉลาดเลือกเอง เป็นไปได้ยาก หาก กสทช. ยืนยันว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ก็ต้องปฏิบัติให้เห็นจริง และเห็นผลเร่งด่วน มิเช่นนั้น จะมี กสทช. ไว้เป็นที่พึ่งของประชาชนผู้ใช้บริการ...ทำไม






