เมื่อพูดถึงสังเวชนียสถาน ทางการอินเดียมีมุมมองว่า เป็นสถานที่สำคัญในเชิงประวัติศาสตร์ และควรแก่การทำนุบำรุง
เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวอินเดียและนักแสวงบุญจากต่างประเทศได้เดินทางไปเที่ยวชม เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว เพิ่มรายได้เข้าอินเดีย
การที่อินเดียเป็นแผ่นดินพุทธภูมินี้เอง มุมมองของไทยที่มีพุทธศาสนาเป็นเสาหลักหนึ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนไทย จึงมีความสำคัญและความหมายที่ลึกซึ้งกว่าการท่องเที่ยวมากนัก
จึงไม่แปลกใจที่ภารกิจของผู้แทนประเทศ เช่น สถานทูต ณ กรุงนิวเดลี นอกเหนือ จากติดตาม กรองสถานการณ์ในอินเดีย ชี้และเปิดช่องธุรกิจการส่งออกและลงทุนในอินเดีย (www.thaiindia.net) ส่งเสริมคนอินเดียที่มีฐานะไปเที่ยวเมืองไทย ดูแลทุกข์สุขคนไทย นักเรียนนักศึกษาในอินเดียแล้ว ยังมีมิติศาสนกิจที่ต่างจากสถานทูตไทยในประเทศอื่น (www.thaiemb.org.in)
จึงไม่แปลกใจที่พระธรรมทูตสายอินเดีย-เนปาล มีภารกิจที่ใหญ่หลวงและลึกซึ้งกว่าภารกิจด้านศาสนา วัฒนธรรมของสถานทูต หรือแตกต่างกว่าภารกิจของพระธรรมทูตในประเทศอื่น
วัดไทย ณ เขตสังเวชนียสถานที่สำคัญ อาทิเช่น พุทธคยา กุสินารา สารนาถ สาวัตถี และลุมพินี ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่อำนวยความสะดวกแก่ผู้แสวงบุญไทยในด้านการทำบุญ ที่พัก ห้องน้ำ อาหาร เท่านั้น แต่พระธรรมทูตภายใต้การนำของพระราชรัตนรังษี (วีรยุทธ์ วีรยุทโธ) ยังได้สร้างผลงานความสำเร็จให้ปรากฏอย่างประจักษ์ชัด ทั้งการพัฒนาสถานที่ จิตใจ และการเข้าถึงชุมชนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการตรวจรักษาโรค โรงเรียนวันอาทิตย์แก่เยาวชนและกิจกรรมอีกมากอย่าง ฯลฯ อันเป็นการกระชับความสัมพันธ์ไทย-อินเดียระดับรากหญ้าอย่างดียิ่ง
เหนือสิ่งอื่นใด พระธรรมทูตในอินเดีย-เนปาล ได้อาศัยดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งพุทธภูมิ มาเป็นกุศโลบายเพื่อพยายามกล่อมเกลาจิตใจของผู้แสวงบุญและคนไทยด้วยกันเองให้สะอาดขึ้น สงบ ระงับขึ้น มีความละอายต่อบาป และแกร่งกล้าห้าวหาญในทางธรรมขึ้น
ทุกๆ ปี จะมีกลุ่มข้าราชการ ผู้พิพากษา พ่อค้า ประชาชน ตลอดจนพระสงฆ์ สามเณรจากประเทศไทยไปแสวงบุญ อุปสมบทหมู่ ปฏิบัติธรรมและทัศนศึกษามากขึ้นเรื่อยๆ และในอนาคตหากจะมีการจัดฝึกอบรมหลักสูตรบริหารระดับสูงสำหรับข้าราชการที่วัดไทยพุทธคยาได้เป็นประจำก็ยิ่งเป็นประโยชน์ เพราะการไปอินเดียเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าประเทศนอกภูมิภาคทั้งหมด ได้ซึมซับรสแห่งธรรมในสถานที่จริงตามพุทธประวัติ ที่สำคัญจะได้เรียนรู้และสัมผัสกับวิธีบริหารจัดการของพระธรรมทูตที่มีคุณค่าและคุ้มค่ากว่าหลักสูตรแพงๆ ในมหาวิทยาลัยชั้นนำของฝรั่งมากนัก
เมื่อเร็วๆ นี้ พระราชรัตนรังษี และพระครูปริยัติโพธิวิเทศ (ดร.พระมหาคมสรณ์) ได้เดินทางไปเยี่ยมพวกเราที่กรุงนิวเดลี ท่านได้เล่าถึงดำริโครงการเพาะชำต้นกล้าในหมู่เยาวชน และว่า ทางวัดยินดีต้อนรับเด็กนักเรียนไทยในอินเดียในช่วงปิดภาคเรียนทุกเมื่อ ซึ่งเมื่อสถานทูตติดต่อไป กงสุลใหญ่ชาญชัย จรัญวัฒนากิจ ที่เมืองเจนไน ก็รับลูกทันทีในการจะจัดให้พระราชรัตนรังษีได้มีโอกาสพบนักเรียนไทยในเขตทางใต้อินเดีย เพื่อวางรากฐานให้เป็นโครงการประจำปี
วิสัยทัศน์อีกด้านของพระธรรมทูตคือการหยั่งรากพุทธศาสนาเถรวาทให้เข้มแข็งในอินเดีย เช่น พร้อมที่จะสนับสนุนวัดของชาวพุทธอินเดียโดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมใกล้กับไทย ด้วยการรับพระสงฆ์/พระเณรชาวอินเดียไปอยู่ที่วัดพระธรรมทูตเพื่อฝึกพระธรรมวินัยให้เข้มแข็ง และสนับสนุนให้ได้ไปศึกษาต่อที่มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เพื่อพระสงฆ์เหล่านี้จะได้กลับไปเผยแผ่ศาสนาพุทธสายเถรวาทในชุมชนของตน และคงสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นไว้กับวัดไทยและประเทศไทย
สถานทูตนับว่ามาถูกทางแล้วที่ได้เสนอให้ปีนี้มีการอัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานไปทอดที่วัดของชาวไทผาแกในรัฐอัสสัม ซึ่งพระธรรมทูตยินดีจะช่วยรับพระจากวัดนี้ไปฝึกซ้อมพิธีการรับผ้าพระกฐินพระราชทานที่วัดไทยพุทธคยาก่อนงานพิธีจริงในเดือนพฤศจิกายน ศกนี้
เมื่อสถานทูตได้เล่าถึงโครงการหาช่องทางสนับสนุนให้นักศึกษาไทยมุสลิมจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มีโอกาสไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยมุสลิมชั้นนำในอินเดีย อันเป็นทางเลือกที่น่าจะดีกว่าเมื่อเทียบกับอีกหลายประเทศที่เยาวชนไทยมุสลิมไปเรียนต่อ เพราะอินเดียเป็นสังคมเปิด เป็นประชาธิปไตย และที่สำคัญคือสอนวิชาสายสามัญเป็นภาษา อังกฤษ พระราชรัตนรังษีก็ได้บอกบุญกับสถานทูตทันทีว่า พระธรรมทูตมีความตั้งใจจะสนับสนุนเยาวชนไม่เลือกศาสนาอยู่แล้ว จึงเป็นอีกโครงการหนึ่งนอกศาสนกิจปกติที่สถานทูตจะร่วมโดยสารไปกับพระธรรมทูตในการดำเนินการ
นอกจากนี้ สถานทูตและพระธรรมทูต ยังได้ตกลงที่จะร่วมมือกันนำพุทธศาสนากลับคืนสู่รัฐคุชราตที่มีการขุดพบวัด วิหารพุทธเก่าแก่ และมุขมนตรีนเรนทรา โมดี คนดังผู้อยากเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปของอินเดียได้เชิญชวนให้ทูตไทยร่วมสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงพุทธของคุชราต รัฐที่มีสายการบินไทยสไมล์เชื่อมตรงแล้ว
ที่สำคัญ จากการหารือกับพระราชรัตนรังษีในครั้งนี้ พระธรรมทูตได้ตกลงจะช่วยสถานทูตสานต่อโครงการที่สถานทูตมีดำริไว้ในอันที่จะสร้างสถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุให้เหมาะสม งดงาม แทนที่จะเก็บรักษาอยู่ที่คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยในเมืองวาโดดาราของรัฐคุชราตเช่นที่เป็นอยู่ เพื่อให้ชาวพุทธได้มีเส้นทางบุญเพิ่มเติมนอกเหนือจากเส้นทางสังเวชนียสถานเดิม
ภารกิจปักธงธรรมและธงไทยในแผ่นดินพุทธภูมิข้างต้น ลงตัวอย่างงดงามได้ก็ด้วยวิสัยทัศน์ เมตตาธรรม และความมุ่งมั่นของพระสงฆ์ไทยในอินเดียที่ลงมือทำจริงเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าในแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ของชมพูทวีปเป็นสำคัญ






