วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์ปัจจัยแกนนำการเมืองข้างถนนรุ่นใหม่

ประเทศไทยไม่เคยว่างเว้นความวุ่นวายในระดับประเทศ เพราะไม่ว่าฝ่ายไหนจะได้ครองอำนาจรัฐหรือเดินหน้าทำงานเพื่อประเทศสักเท่าไหร่

อีกฝ่ายก็จะดำเนินกลยุทธ์ปั่นป่วนหมายโค่นล้มปรปักษ์อย่างไม่รามือ ในยุคคนกล้าแสดงออกมีมาก ผู้ที่ห้าวหาญและมีวาทศิลป์พอประมาณ ก็มีโอกาสมากขึ้นในการผุดขึ้นมาทดแทนคนเก่าๆ วันนี้เป็นทีของแกนนำเล็กๆ ขึ้นมารับมอบไม้ประท้วงระดับประเทศด้วยพลังมวลชนที่หนุนหลังอย่างคาดไม่ถึง และพวกเขาอาจสร้างการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างได้จริง

ไม่ใช่แค่ต้องอาศัยผู้นำที่ฉลาด มีบุคลิกภาพ มีทีมงานเป็นโขยง พร้อมทุนมหาศาลอย่างสนธิ ลิ้มทองกุลหรือเหล่า นปช. เท่านั้นที่จะนำมวลชนจำนวนมากได้ เราได้เห็นบุคคลที่รู้เรื่องการเมืองน้อยกว่าเรื่องกีฬาอย่างเสธ.อ้าย ขึ้นมานำม็อบเป็นหมื่นมาแล้ว หรือนักวิชาการเด็กๆ อย่างกลุ่มนิติราษฎร์ ก็สามารถเรียกแฟนคลับได้เยอะมากทั้งที่ไม่ต้องอาศัยการเกาะเกี่ยวกับแกนนำเหลืองแดงเจ้าเก่า เวลานี้เรากำลังเห็นมวลชนจำนวนมากที่ก้าวตามนักพูดโนเนมทำเรื่องที่อาจกลายเป็นประเด็นใหญ่โตอย่างเช่น “ม็อบดีเจ” กำลังทำหน้าศาลรัฐธรรมนูญ หรือเครือข่ายร้อยชื่อกำลังตระเวนใกล้ชายแดนด้านเขาพระวิหาร ปัจจัยแห่งความสำเร็จของเขาคือ ช่องทางที่ลงล็อกกับมวลชน การเลือกประเด็นเคลื่อนไหวเจ๋งๆ และการเกาะเกี่ยวกับค่ายอุดมการณ์

สมัยก่อนที่ช่องทางสื่อสารจำกัด ต่อให้เก่งยังไงก็มีผู้ติดตามน้อยมาก บางคนดังแต่ในมหาวิทยาลัย บางคนรู้จักแค่ในท้องถิ่น แต่ทุกวันนี้มีช่องทางสื่อสารเพียบ งสื่อที่พร้อมจะทำข่าวให้หากเห็นว่าใครหรือประเด็นใดขายกระแสได้ก็จะตามข่าวให้หรือเอาไมค์ไปจ่อปาก หรือถึงไม่มีใครส่งเสริมก็อาจรวบรวมเงินที่ไม่ต้องมากนักสร้างช่องทางสื่อสารของตนเองทางคลื่นความถี่ที่ทวีเปิดกันยิ่งกว่าอนุกรมเรขาคณิต จากกรณีนี้ถ้าตนเองมีวาทศิลป์ในการนำเสนอ มีเอกลักษณ์จุดเด่นเป็นของตัวเอง พวกเขาก็จะมีมวลชนติดตามจำนวนหนึ่ง สลักที่เข้ากันได้กับมวลชนคือเปิดโอกาสให้แฟนคลับรู้สึกว่ามีส่วนร่วมที่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับแกนนำ เช่น ให้แฟนคลับมีโอกาสแสดงความคิดเห็นเชิงสนับสนุน บริจาคทรัพย์หรือร่วมปกป้องสถานีวิทยุ เรื่องพวกนี้ไม่ต้องจ้าง ไม่ต้องสนว่าคนติดตามมากเท่าไหร่ เพราะการบอกต่อความคิดแบบปากต่อปากนั้นเป็นตัวเร่งขยายความคิดมวลชนมากกว่าสิ่งที่ตนกำลังสื่อสารเสียอีก

เพื่อต่อยอดความดัง การเสาะหาประเด็นฮอตมาเล่นจะเป็นตัวช่วยขยายศักยภาพของแกนนำ เมืองไทยยุคความเชื่อนำหน้าเหตุผล ดราม่านำหน้าความติ๋ม นั้นมีอะไรให้เล่นมากอยู่แล้ว ขอให้เล่นมุกถูกจังหวะก็จะไม่แป้ก เช่นประเด็นเขาพระวิหาร ไม่ว่าไทยจะแพ้หรือชนะโอกาสของสงครามก็มีเสมอ ถ้าศาลตัดสินว่าเขมรได้พื้นที่ 4.6 ตร.กม.ไป รัฐบาลจะกล้ายกแผ่นดินให้กัมพูชาจริงๆ หรือ ถึงจะเอาเรื่องเข้ารัฐสภาก็จะมีใครกล้ายกมือให้ เพราะคงมีม็อบสารพัดชื่อออกมากดดันให้ไทยอย่าทำตามสั่งศาลโลก สอดคล้องกับฝ่ายกฎหมายของฝั่งตรงข้ามที่พร้อมเชือดอยู่แล้ว ถ้าศาลไม่ตัดสินคดีนี้ก็หมายความว่ากัมพูชาไม่มีสิทธิอยู่ในพื้นที่ทับซ้อน แต่กัมพูชาที่เข้ามาอยู่เต็มพรึ่ดไปหมดจะยอมถอนออกหรือ เวลานั้นม็อบก็จะออกมากดดันให้รัฐบาลและทหารใช้กำลังขับไล่ผู้รุกล้ำออกไป

แกนนำรุ่นใหม่ไม่จำเป็นต้องเกาะเกี่ยวกับแกนนำรุ่นเก่าหรือหัวหน้าค่ายมากนัก ใครที่คิดว่าอำมาตย์หรือทักษิณอยู่เบื้องหลังม็อบทั้งมวลนั้นถือว่าความคิดหยุดนิ่งไม่น้อยกว่าห้าปี ในยุคที่อุดมการณ์ตกผลึกบนความหลากหลายในเฉดสี แกนนำรุ่นใหม่แต่ละคนสามารถหาพื้นที่เล่นของตนเองได้ อย่างไรก็ตาม การติดอยู่กับความเป็นเหลืองแดงนั้นสำคัญ เช่น ถ้าเป็นแกนฝั่งเหลืองนั้นอาจปฏิเสธพวกพันธมิตร แต่มักมีจุดร่วมหลักๆ เช่น อ้างความจงรักภักดี ไม่ชอบใจแทบทุกเรื่องที่ยิ่งลักษณ์ทำ และเห็นใจประชาธิปัตย์ ขณะที่แกนนำฝั่งแดงอาจปฏิเสธขวัญชัย ไพรพนา แต่ก็มีจุดร่วมหลักเช่น เรียกร้องประชาธิปไตย ยกย่องยิ่งลักษณ์และเกลียดชังอดีตนายกรูปหล่อ การเกาะเกี่ยวแบบหลวมๆ เป็นเครือข่าย จะแสวงจุดร่วมสงวนจุดต่างได้ดีกว่าการจัดองค์กรแบบมีหน่วยเหนือหน่วยรองเหมือนพันธมิตรกับ นปช.ที่เทอะทะ ไม่ยืดหยุ่น อย่างไรก็ตาม ถ้าจะให้การเคลื่อนไหวประสบความสำเร็จ บิ๊กเนมของแต่ละสีเสื้อต้องเข้ามาสนับสนุนตามสมควร

ในยามที่ชื่อของแม่เหล็กผู้นำม็อบตัวดังๆ สร่างซาลงไป เพราะไม่มีการปะทะใหญ่นอกสภา หัวหอกเก่าอย่างพันธมิตรกระจัดกระจายไม่ได้รับความนิยมเหมือนเดิม นปช.หมดประเด็นเล่นเพราะอยู่ข้างเดียวกับรัฐบาลและบางส่วนต้องไปทำงานอื่น การหล่อเลี้ยงความขัดแย้งเพื่อรักษาพลังของอุดมการณ์เหลืองแดงนั้นจำเป็นต้องอาศัยแกนนำหน้าใหม่ที่หนุนเติมขึ้นมาในรูปแบบใหม่คือเป็นเครือข่าย ไม่ใช่องค์กร เราจึงยังเห็นการรณรงค์ประท้วงในที่ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง จำนวนมวลชนอาจไม่มาก แต่ไอเดียที่พวกเขาสื่อออกไปผ่านเฟซบุ๊ค ทีวีในเน็ตหรือวิทยุ ทรงพลังหล่อเลี้ยงความคิดมวลชนเป็นอย่างมาก และพลังมวลชนทั้งที่อยู่ที่บ้านก้อนนี้เองที่เป็นตัวเติมความกล้าให้ผู้ที่มีอำนาจจริงๆ ในสมรภูมิการต่อสู้ เล่นเกมแรงใส่กันทั้งในเกมและนอกเกม เช่น ฟ้องร้อง พิพากษา ดึงต่างชาติมาช่วย หรือแม้แต่การใช้กำลัง