เสนอปฏิรูปพรรค "เนื้อใน" พรรคประชาธิปัตย์เองไม่รู้สึกประหลาดใจ เพราะวัฒนธรรมของพรรคการเมืองแห่งนี้
ที่เป็น "ประชาธิปไต้ ประชาธิปไตย" ใครจะพูดจะเสนออะไรก็ได้ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ อาจจะต้องมี "ผู้เสียสละ" เพื่อเปิดช่องให้คนในพรรคได้มีประตูไปสู่การปฏิรูปพรรค >>> ความจริงประชาธิปัตย์ ปฏิรูปพรรคมาโดยตลอด โดยปีพ.ศ.2548 พรรคประชาธิปัตย์ปรับโครงสร้างของผู้บริหารพรรค ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ได้รับเลือกให้เป็นรองหัวหน้าพรรค แต่ต่อมาก็ต้องยอมลาออกจากตำแหน่ง ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน "คนใน" ประชาธิปัตย์ มองไปที่ "ชวน หลีกภัย" อาจจะต้องยอมเป็นผู้เสียสละ แต่จะเกิดขึ้นเมื่อใดนั้น ยังไม่มีใครบอกได้ >>>ไปที่เรื่อง "เงินทองต้องรู้" บรรดานักเล่นหุ้นโทรเช็คข่าวกันให้วุ่นว่ารัฐบาล จะเอายังไงกับค่าเงินบาท แต่เนื่องจากนายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องเดินทางไปบรูไน จึงยังไม่ได้ข้อสรุป >>> ที่สรุปแล้วคือ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นางอลิศรา มหาสันทนะ ที่เปิดเผยว่า ข้อเสนอที่ต้องการให้ ธปท. ลดดอกเบี้ยนโยบายลงเพื่อสกัดเงินทุนไหลเข้านั้น ธปท.คิดว่าคงไม่เป็นผลมากนัก เพราะถ้าดูเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามาในประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในพันธบัตรระยะยาว ทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนในพันธบัตรดังกล่าวลดลงต่อเนื่อง แต่ปรากฏว่าเงินทุนต่างชาติก็ยังคงไหลเข้ามาต่อเนื่อง จึงเชื่อว่าดอกเบี้ยไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ดึงดูดเงินทุนเหล่านี้ >>> ตามมาด้วยการขานรับของ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธปท. นางจันทวรรณ สุจริตกุล ที่บอกว่า กระแสเรียกร้องให้ธปท.ออกมาดูแลค่าเงินบาท ซึ่งปกติ ธปท. ได้ติดตามดูแลค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว เพียงแต่จะมีการดำเนินมาตรการใดๆ ออกมาเพิ่มเติมหรือไม่นั้น ณ ขณะนี้ยังไม่อยากให้ความเห็น ซึ่งถ้ามีธปท.ก็จะประกาศให้ทุกคนได้รับทราบ เพียงแต่ ธปท. ต้องการย้ำให้เห็นว่า การดำเนินมาตรการใดๆ นั้น มักจะมีผลข้างเคียงเสมอ ดังนั้นการจะใช้หรือไม่ใช้จำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ >>> ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติเข้าลงทุนในตลาดพันธบัตรรวม 1.4 แสนล้านบาท และทำให้ยอดคงค้างการถือครองพันธบัตรของนักลงทุนต่างชาติทั้งหมดปรับเพิ่มมาอยู่ที่ 8.5 แสนล้านบาท คิดเป็น 12.6% ของมูลค่าคงค้างในตลาดพันธบัตรทั้งหมด >>> ส่วนการสู้คดี "พระวิหาร" แหล่งข่าวระดับสูงกระทรวงการต่างประเทศ บอกว่า ที่ประชุมรัฐมนตรี (ครม.) มติรับทราบเอกสารแสดงปริมณฑลปราสาทพระวิหารในวันที่ 23 เม.ย. ซึ่งจะไม่มีการปรับแก้ส่วนใดอีก ขั้นตอนเหลือแค่งานทางธุรการ โดยจะส่งเอกสารให้นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก ในวันที่ 25 เม.ย. เพื่อลงนามในฐานะตัวแทนคณะดำเนินการทางกฎหมายคดีพระวิหารของไทย จากนั้นทูตวีรชัย จะนำส่งนายทะเบียนศาลโลก ในวันที่ 26 เม.ย.นี้ >>> ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงของกองทัพ เปิดเผยว่าตามที่ผู้พิพากษาอับดุลคาวิ อะห์เม็ด ยูซูฟ ชาวโซมาเลีย ได้ให้ไทยและกัมพูชา เสนอแนวพิกัดแบบสั้น เพื่อต่อสู้คดีว่าพื้นที่ไทยอยู่ตรงจุดใดว่า แผนที่พิกัดที่จะยื่นให้ศาลโลก เป็นของเก่า ตามแผนที่แนวพิกัดภูมิศาสตร์ที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้มีมติกำหนดแนวขอบเขตปราสาทพระวิหารเมื่อปี 2505 ไม่ได้มีการทำขึ้นใหม่






