ความพยายามพัฒนาคุณภาพการศึกษาระดับพื้นฐาน เพื่อการเปลี่ยนแปลงไปสู่อนาคต ที่เจริญก้าวหน้าและทันสมัย
จากกำลังหลักในการสร้างประเทศอีกสิบปีข้างหน้า ซึ่งมี สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นผู้รับผิดชอบ โดยมีนักเรียนเป็นวัตถุดิบสุดสำคัญ ที่ปัจจุบันมีเด็กวัยเรียนระดับมัธยมเป็นจำนวนประมาณ4-5 ล้านคน การให้เด็กเป็นศูนย์กลางในการจัดการศึกษา โดยมีโรงเรียนและบ้านเป็นองค์ประกอบสำคัญ การพัฒนาเด็กตามศักยภาพของเด็ก ถูกทำให้เกิดความเป็นพิเศษมากมาย ไม่ว่าโรงเรียนที่จัดตั้งด้วยวัตถุประสงค์พิเศษ ห้องเรียนพิเศษ และเป็นปีที่สองที่รับสมัครนักเรียนเข้าเรียนด้วยเงื่อนไขพิเศษ
หลายกรณีเป็นประโยชน์ และจำเป็นแต่ยังไม่ลงตัว จากโอกาสและความชัดเจนที่เปิดให้เฉพาะผู้มีฐานะพิเศษเท่านั้น แถมได้ไปลดโอกาสของเด็กทั่วไปที่เสียเปรียบอยู่แล้ว ให้น้อยลงไปอีก ระบบการศึกษาที่ใช้เงินกว่า 4 แสนล้านบาทในวันนี้ นอกจากสัมฤทธิผลรั้งท้ายแล้ว ยังเพิ่มความแตกต่างในโอกาสของผู้เข้าเรียนมากขึ้นไปตามชั้นเรียนที่สูงขึ้น และตัวระบบได้กีดกันลูกชาวบ้าน คนทำนาทำไร่ คนต่างอำเภอ โรงเรียนลักษณะพิเศษ และห้องเรียนพิเศษที่เน้นทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และ English Program ได้ระบุเงื่อนไขการคัดเลือก “ผู้ปกครองต้องมีความสามารถสนับสนุนทางการเงินแก่ผู้เรียนจนจบหลักสูตร” ไม่ต้องถามว่าลูกชาวบ้านมีสิทธิไหม
ทำไมจึงมีโรงเรียนที่แข่งขันสูง และเป็นโรงเรียนประจำจังหวัด เพราะเส้นทางของเด็กในโรงเรียนขยายโอกาสเปิดสอนมัธยมต้น (โรงเรียนประชาบาลเดิม) สังกัด สพฐ.ประถมศึกษา ส่วนใหญ่เรียนเพื่อให้จบมัธยม 3 ตามกฎหมายบังคับ ถ้าเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่บางส่วนไปต่อสายอาชีพระดับ ปวช. ได้บ้าง สำหรับโรงเรียนมัธยมศึกษาต่างอำเภอหรือที่ไม่แข่งขันสูง จะมีสัดส่วนน้อยกว่ามากที่สอบเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยหลักของรัฐที่มีชื่อเสียง เรียกว่านับจำนวนหัวได้
เมื่อความเสียเปรียบและเส้นทางอนาคตต่างกันเพิ่มมากขึ้น แต่การเข้ามหาวิทยาลัยต้องมาสอบแข่งกับโรงเรียนประจำจังหวัดอยู่นั่นเอง ผู้ปกครองที่มีศักยภาพจึงดิ้นรนให้บุตรหลานได้เข้าเรียนในโรงเรียนประจำจังหวัด จนมีปัญหาเรื่องเส้นสายและการจ่ายเงินเพื่อให้เด็กมีที่เรียน ซึ่งแก้ไขไม่ได้ในสังคมอุปถัมภ์ แม้จะเป็นเรื่องผิดกฎหมายก็ตาม กระทั่งบางปีการสร้างภาพหลักการที่ถูกต้องกลายเป็นการเพิ่มตัวเลขที่ผู้ปกครองต้องจ่ายให้สูงขึ้น ในยุคที่ประชาชนทุกคนมีสิทธิเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของทางราชการทั้งหมด โรงเรียนต่างมีอินเทอร์เน็ตและเว็บไซต์ และเปิดสอนวิชาคอมพิวเตอร์ชั้นมัธยม แต่ตัวโรงเรียนกลับไม่ยอมเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้เพียงพอ นักเรียนเป็นวัตถุดิบที่สำคัญที่สุด
ขั้นตอนการรับเข้าเรียนต้องชัดเจนและเปิดเผยเพื่อความเท่าเทียมในโอกาส และป้องกันความไม่ถูกต้อง ตั้งแต่การรับสมัคร การสอบ การประกาศผล การรับเพิ่มหลังการประกาศผลแล้ว แม้แต่ห้องสอบที่ไม่ให้เด็กนำนาฬิกาเข้าไป แต่ไม่จัดนาฬิกาให้เด็กดูเวลา เหมือนเป็นประเด็นจุกจิกยิบย่อยแต่ก็สร้างความไม่เท่าเทียม เด็กที่สอบบริหารเวลาไม่ได้ เกิดข้อได้เปรียบเสียเปรียบกับคนอื่น ที่มีนาฬิกาดูเวลา ระบบการประกาศผลที่แตกต่างกัน โรงเรียนที่มีประกาศทั้งลำดับที่ที่สอบได้ คะแนนโอเน็ต และคะแนนที่ได้ในการสอบ ย่อมได้รับความเชื่อถือและตรวจสอบได้ นำข้อมูลไปพัฒนาง่ายกว่าโรงเรียนที่ประกาศเฉพาะเลขที่ในการสอบกับชื่อและนามสกุลนักเรียนที่สอบได้เท่านั้น
โรงเรียนประจำจังหวัดบางแห่งที่อยู่เหนือกรุงเทพฯ เล็กน้อย กำหนดไว้ในการรับเงื่อนไขพิเศษ “เป็นผู้ยากไร้และด้อยโอกาส” จากจำนวนเงื่อนไขพิเศษเกือบ 200 คน เปิดโอกาสให้ลูกชาวบ้าน ชาวไร่ ชาวนา คนนอกเมืองบ้างหรือไม่ ทั้งที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ความชัดเจนในการพิจารณาการบริจาคและหลักฐาน เพื่อให้นำไปใช้พัฒนาคุณภาพทางการศึกษาอย่างแท้จริง ต้องมีความชัดเจน โอกาส และความเท่าเทียมทางการศึกษาของผู้เป็นอนาคตชาติ จำเป็นต้องเกิดขึ้น






