"ภาวะฟองสบู่"ในภาคอสังหาริมทรัพย์เมืองไทย กำลังจะเกิดขึ้นจริงหรือ?.. ทำไมผู้แทนจากทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย
และแม้กระทั่งธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย จึงออกมาพูดถึงกรณีนี้ ซ้ำซ้อนไปมาหลายวันติดต่อกัน ในขณะที่ภาคเอกชน เสียงสะท้อนต่อข้อสังเกตนี้ ยังคงเป็นมุมตรงข้าม นั่นคือ เกือบทั้ง 100% ต่างปฏิเสธเป็นเสียงเดียวกันว่า ภาวะอสังหาริมทรัพย์ของไทย ยังไม่เกิดภาวะฟองสบู่แน่ วัดจากยอดขายโครงการต่างๆ ที่เอกชนได้ไปเปิดตัวในช่วงที่ผ่านมา พบว่าต่างขายได้ในอัตราที่ค่อนข้างดี
ล่าสุดบริษัทเอเจนซี่ ฟอร์ เรียลบเอสเตท แอฟแฟร์ส ออกมายืนยันอีกรายว่า "ห้องชุดพักอาศัยในหัวเมืองท่องเที่ยวหลัก ยังไม่เกิดภาวะล้นตลาด" พร้อมโชว์ตัวเลขประกอบชัดเจนเป็นรายพื้นที่ด้วยว่า ในหัวเมืองต่างจังหวัดหลักๆ ทั้ง ภูเก็ต-เชียงใหม่-พัทยา-ขอนแก่น-หัวหิน ทุกตลาดที่กล่าวมานี้ล้วนมียอดขายเกิน 75% แล้วทั้งสิ้น
โดยภูเก็ต มีห้องชุด 15,500 หน่วย มูลค่ารวม 34,600 ล้านบาท พบว่า 75% ขายไปแล้ว เป็นมูลค่า 23,700 ล้านบาท มียอดขายต่อเดือน 1,630 หน่วย สินค้าที่เหลืออยู่คาดว่าจะกินเวลาอีกเพียง 2.3 เดือน ขณะที่เชียงใหม่ ที่มีห้องชุด 10,700 หน่วย มูลค่ารวม 23,400 ล้านบาท พบว่า 71% ขายไปแล้ว เป็นมูลค่า 16,000 ล้านบาท มียอดขายต่อเดือน 2,010 หน่วย สินค้าที่เหลืออยู่จะใช้เวลาอีก 1.5 เดือนขายหมด
ด้านพัทยา มีห้องชุดพักอาศัยมากถึง 122,600 หน่วย มูลค่ารวมถึง 321,000 ล้านบาท พบว่า 75% ขายไปแล้วเช่นกัน เป็นมูลค่า 235,000 ล้านบาท ยอดขายต่อเดือน 5,850 หน่วย คาดว่าจะใช้เวลาอีก 5.2 เดือนสามารถขายได้หมด ส่วนขอนแก่น มีห้องชุดพักอาศัย 5,500 หน่วย มูลค่ารวม 8,950 ล้านบาท พบว่ามีถึง 78% ที่ขายไปแล้ว เป็นมูลค่า 6,800 ล้านบาท มียอดขายต่อเดือน 1,500 หน่วย สินค้าที่เหลืออยู่คาดว่า จะใช้เวลาอีกเพียง 0.8 เดือนขายได้หมด
สำหรับหัวหิน-ชะอำ ที่มีห้องชุดพักอาศัย 17,600 หน่วย มีมูลค่ารวม 58,700 ล้านบาท พบว่า 75% ขายไปแล้ว เป็นมูลค่า 45,000 ล้านบาท มียอดขายต่อเดือน 4,500 หน่วย สินค้าเหลืออยู่คาดว่าจะใช้เวลาอีกเพียง 2.7 เดือนเท่านั้น แสดงว่าสถานการณ์ขายยังดีมาก
ได้ฟังตัวเลขยอดขายแล้ว หลายคนอาจโล่งอกว่าสถานการณ์น่าจะไม่มีปัญหา แต่จะโล่งใจตลอดรอดฝั่งได้หรือไม่ เป็นสิ่งที่ยังต้องติดตาม
เพราะยอดขายที่ว่านั้น หมายถึงยอดโอนด้วยหรือไม่ หรือเป็นเพียงยอดจองและขาย คืออยู่ระหว่างขั้นตอนการขาย เพราะโครงการเหล่านี้ส่วนใหญ่สินค้าที่ขายไปสร้างไป และด้วยการเป็นคอนโดมิเนียม กว่าจะโอนได้หมายความว่าอาคารต้องเสร็จสมบูรณ์ จดทะเบียนอาคารชุดเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเชื่อว่าไม่น้อยกว่า 80% ของข้อมูลข้างต้นคือโครงการที่ยังอยู่ระหว่างก่อสร้าง
ดังนั้นความมั่นใจต่อสถานการณ์ หากต้องการความแน่นอน 100% ควรรอดูที่ยอดโอน ว่าจะเรียบร้อยราบรื่นเกิน 75% ตามยอดที่โชว์มานั้นหรือไม่
เนื่องจากสิ่งที่เริ่มพบสัญญาณในขณะนี้ หลายโครงการสะท้อนว่า มีกรณีลูกค้าชะลอการโอนเกิดขึ้นแล้ว ในบางโครงการที่แล้วเสร็จ เป็นอีกดัชนีที่จะต้องจับตาดูกันว่าลูกค้าจะเป็นตัวจริงหรือนักเก็งกำไร เพราะแม้กระทั่งรถคันแรก ที่เข้าโครงการมากว่า 1.25 ล้านคัน ล่าสุดเริ่มได้ยินค่ายรถออกมายอมรับว่า ลูกค้าส่วนหนึ่งไม่ยอมรับส่งมอบรถ ก็มีแล้วเช่นกัน






