หรือสังคมไทยจะตายโหง

หรือสังคมไทยจะตายโหง

แม้ว่าสรรพสิ่งจะไม่คงทนยั่งยืน โดยเป็นไปตามกฎพระไตรลักษณ์ที่พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ ว่าเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป

นั่นคือกฎธรรมชาติของสรรพสิ่ง แต่กระนั้นก็ตาม ก่อนที่จะเสื่อมสลายไป หากเราสามารถชะลอมิให้เสื่อมสลายไปก่อนกาลสมควร ก็ย่อมเป็นเรื่องดี เช่น มีของก็รักษาของให้สามารถใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ตามอายุใช้งาน ไม่ให้แตกหักเสียหายก่อนเวลาอันควร เช่นนี้ ย่อมเป็นการดี

สังคมมนุษย์เกิดขึ้น ดำเนินไป และเสื่อมสลายมาแล้วหลายยุคสมัย อาณาจักรน้อยใหญ่เกิดขึ้นและสูญหายไปนับไม่ถ้วน แม้ในยุคปัจจุบันก็ปรากฏมีประเทศแตกสลาย เช่น สหภาพโซเวียตเมื่อ 20 กว่าปีก่อน แต่ก็ทำให้เกิดประเทศใหม่อีกหลายประเทศ นี่เป็นเรื่องธรรมดาโลก

ความเสื่อมสลายของอาณาจักรหรือประเทศในแต่ละที่และแต่ละยุคมีปัจจัยเงื่อนไขแตกต่างกัน สมัยก่อนอาณาจักรใดอาณาจักรหนึ่งจะเสื่อมสลายลงส่วนมากมักเกิดขึ้นเพราะสงคราม การถูกยึดครองโดยอาณาจักรที่รบเก่งกว่า มีบ้างที่เสื่อมสลายเพราะปัญหาภายในของตน หรือปัญหาจากธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ฝนแล้ง แผ่นดินไหว หรือหลายปัจจัยรวมกัน เช่น การแตกแยกกันของคนในอาณาจักรนั้นๆ บวกกับสงครามรุกรานจากอาณาจักรอื่น ทำให้พ่ายแพ้ ถูกทำลาย ถูกยึดครอง จนไม่สามารถฟื้นตัวได้ก็มี

ประเทศไทยของเราก็มีเกิดมีล่มสลายมาหลายยุคสมัย ตามประวัติศาสตร์ฉบับที่รับรู้กันโดยทั่วไปก็นับเนื่องมาตั้งแต่ยุคสุโขทัย มาถึงยุคอยุธยา ต่อมาถึงยุคกรุงธนบุรี แล้วก็ผ่านมาถึงยุคกรุงเทพฯ หรือรัตนโกสินทร์ในปัจจุบัน แม้ชื่อประเทศก็เปลี่ยนจากสยามเป็นไทย อันแสดงให้เห็นถึงความไม่แน่นอน เกิดขึ้นแล้วก็เสื่อม

ในปัจจุบันนี้ยิ่งเป็นที่แน่ชัดขึ้นว่า ความเสื่อมได้เกิดขึ้นกับสังคมไทยของเราแล้ว เสี่ยงต่อการที่จะถึงความล่มสลายในกาลข้างหน้าอีกครั้งหนึ่ง หากคนไทยไม่ตระหนักถึงความเสื่อมนี้และไม่ช่วยกันแก้ไข เพื่อหยุดยั้งหรือชะลอความเสื่อมไม่ให้เกิดขึ้นรวดเร็วหรือโดยที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น เหตุแห่งความเสื่อมก็คือความไม่ซื่อตรง ไม่ปฏิบัติตามศีลธรรม จรรยาบรรณ กฎหมาย ต่างคนต่างถือเอาตนเองเป็นใหญ่ เห็นแต่ความผิดของคนอื่น เห็นแต่ความถูกต้องของตัวเอง

ความไม่ซื่อตรงเป็นต้นตอของความผิด เพราะหากใครไม่มีความซื่อตรงแล้วก็สามารถทำความผิดได้แทบทุกอย่าง ปัจจุบันนี้สังคมไทยเต็มไปด้วยสิ่งสะท้อนความไม่ซื่อตรงของคนในสังคมทุกระดับ ซึ่งส่งผลถึงความมั่นคงของสังคม หากความมั่นคงเกิดปัญหาคือหาความมั่นคงไม่ได้แล้ว ความเสื่อมย่อมเกิดขึ้น เมื่อความเสื่อมถึงที่สุดก็ถึงความล่มสลาย ปัจจุบันนี้ความเสื่อมของสังคมไทยอยู่ ณ จุดใด ใครคิดถึงบ้าง

ความไม่ซื่อตรงเกิดขึ้นที่ไหนบ้างในสังคมไทย ตอบได้ว่า เกิดขึ้นในทุกแห่ง หากมองอย่างไม่เข้าข้างใครก็จะเห็นความไม่ซื่อตรงเกิดขึ้นในที่ต่างๆ เช่น

1. นโยบายของรัฐบาล มีมากมายหลายนโยบายที่ใช้เงินงบประมาณอย่างไม่คุ้มค่า ไม่เกิดประโยชน์แก่ประชาชนอย่างแท้จริง แม้มีการทักท้วงอย่างแข็งขันจากผู้รู้จริง ก็ไม่สนใจ มีแต่ดำเนินนโยบายไปตามที่รัฐบาลต้องการ เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองมากกว่าผลประโยชน์ของประชาชน หน้าที่ของรัฐบาลคือทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนหมู่มาก เงินงบประมาณที่ใช้เป็นเงินของทุกคนไม่ใช่เงินของคณะรัฐบาล ดังนั้น หากคณะรัฐบาลทำงานเพื่อประโยชน์ของตนโดยอ้างว่าเป็นประโยชน์ของประชาชนทั้งๆ ที่จริงแล้วไม่ใช่ นี่ย่อมเป็นการกระทำที่ไม่ซื่อตรง

2. ข้าราชการ มีข้าราชการเป็นจำนวนมากทำงานมุ่งสนองตอบต่อความต้องการของนักการเมืองที่เข้ามาเป็นรัฐบาล โดยไม่ทักท้วงในสิ่งที่ควรทักท้วง ทั้งยังทำตนเป็นคนรับใช้ทำเรื่องทุกอย่างให้ทั้งๆ ที่เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง หน้าที่ของข้าราชการนั้นคือรับใช้ประชาชน ทำงานที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนโดยร่วมทำงานกับนักการเมือง แต่เท่าที่เห็นและเป็นอยู่ไม่เป็นไปเช่นนั้น ดังที่เกิดคดีความเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน ที่มีนักการเมืองกับข้างราชการมีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นจำนวนมาก

3. ประชาชน มีประชาชนจำนวนมากเห็นแก่อามิสสินจ้าง เห็นแก่ประโยชน์เฉพาะหน้า โดยเฉพาะการขายเสียงในทุกระดับการเลือกตั้งจนเกิดคำพูด “เงินไม่มากาไม่เป็น” ขึ้นมายืนยันพฤติกรรมดังกล่าว นี่ย่อมเป็นความไม่ซื่อตรง เพราะการเลือกตั้งเป็นทั้งสิทธิและหน้าที่ที่ประชาชนต้องทำโดยไม่ให้ใครชักจูงด้วยอามิสใดๆ นอกจากนโยบายในการทำงานของนักการเมือง

4. นักธุรกิจ มีนักธุรกิจจำนวนมากที่ลงทุนประกอบธุรกิจทั้งขนาดยักษ์ ขนาดใหญ่ ขนาดกลางและเล็ก ได้กระทำการอันไม่ถูกต้อง ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ติดสินบนเจ้าหน้าที่เพื่อให้ได้ใบอนุญาตสร้างโรงงาน ทำรายงานสิ่งแวดล้อมเท็จ หลบหลีกเลี่ยงภาษี ฯลฯ อันเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยการเอาเปรียบคนอื่น ทำให้สังคมสูญเสียประโยชน์

ทั้งหลายทั้งปวงนี้คือความเสื่อมที่กำลังเกิดขึ้นแก่สังคมไทย ซึ่งคนไทยทุกคนจะได้รับผลกระทบในทางที่เลวร้ายอย่างแน่นอนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ดังนั้น หากคนไทยไม่ตระหนักถึงปัญหา ไม่ยอมรับว่านี่คือปัญหา ไม่หาทางแก้ไขปัญหา ยับยั้งความเสียหาย แน่นอนว่าความเสื่อมจะมาถึงอย่างแน่นอน

สิ่งที่ต้องทำก็คือ ต้องยอมรับความจริง แล้วช่วยกันจัดการปัญหา แม้ความเสื่อมจะเกิดขึ้นตามกฎธรรมชาติ ไม่มีใครฝืนได้ แต่เราก็สามารถชะลอไม่ให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนเวลาอันสมควรแบบผิดธรรมชาติได้เพื่อประโยชน์ของทุกๆ คน

หาไม่แล้วสังคมไทยก็จะเสื่อมจนล่มสลายไปอย่างรวดเร็วแบบผิดธรรมชาติอย่างที่เรียกว่าตายโหงนั่นเอง