การลงทุนในตลาดหุ้นไทยช่วงนี้ นักลงทุนจะต้องหนักแน่นมากพอ จึงจะรับแรงเสียดทานได้ เพราะดัชนีค่อนข้างผันผวน
ขึ้นลงวันละ 40-50 จุด วอลุ่มการซื้อขายต่อวัน 5-6 หมื่นล้านบาท กลายเป็นเรื่องธรรมดา จากในอดีตถ้าตลาดหุ้นขึ้นลงระดับนี้ ต้องมีเหตุการณ์สำคัญ ๆ เกิดขึ้น
การขึ้นเร็วลงเร็วของตลาดหุ้นช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อาจจะทำให้นักลงทุนรายย่อยหรือแม้กระทั่งรายใหญ่ตื่นตระหนก พยายามหาปัจจัยลบที่เข้ามากระทบกระทั่ง แต่ปัจจุบันนักลงทุนในตลาดเริ่มชินชากับการขึ้นแรงลงแรงของดัชนีหุ้น
ส่วนหนึ่งคงจะเป็นเพราะมีหุ้นขนาดเล็กขนาดกลางกลุ่มที่มีแรงเก็งกำไรเข้ามาสูง จนค่าพีอีเรโชทะลุทะลวงเกินพื้นฐาน 40-50 เท่า หลายบริษัทค่าพีอีเกิน 100 เท่า ซึ่งถือเป็นความเปราะบางของตลาดหุ้นไทย เมื่อมีข่าวร้ายเข้ามาไม่ว่าแรงหรือไม่แรง ดัชนีก็พร้อมที่ดิ่งลงทันที หรืออีกนัยหนึ่งคือหาเรื่องขายทำกำไรออกมานั่นเอง
แต่ในอีกฟากของหุ้นขนาดใหญ่ที่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ ระดับค่าพีอีเรโชถือว่าต่ำมากประมาณ15-18 % ราคายังต่ำ ทำให้นักลงทุนพร้อมที่จะเข้าไปเก็บหากดัชนีหุ้นปรับลดลงแรง แตกต่างจากบรรดานักลงทุนที่นิยมหุ้นเก็งกำไร ก็พร้อมที่โดดเข้ากองไฟ แม้ราคาหุ้นดังกล่าวจะสูงเกินพื้นฐาน แต่ผลตอบแทนก็เป็นกอบเป็นกำได้
การปรับตัวลดลงของดัชนีหุ้นในช่วงที่ผ่านมากว่า 100 จุด จากที่เคยยืนอยู่เหนือ 1600 จุด จนดัชนีหลุดมาลงต่ำกว่า 1500 จุด น่าจะเป็นบทเรียนให้กับนักลงทุนที่ชอบเสี่ยง เพราะแม้จะให้ผลตอบแทนสูงในบางช่วง แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาสู่พื้นฐานเดิม สะท้อนได้จากช่วงที่ตลาดหุ้นลงกว่า 50 จุด พบว่าหุ้นขนาดกลางขนาดเล็ก ที่มีการเก็งกำไรสูงราคาจะปรับลดลงเฉลี่ย 9% ขณะที่หุ้นปัจจัยพื้นฐาน ปรับลดลงแค่ 3%
นักลงทุนหน้าใหม่ที่โดดเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นช่วงที่ผ่านมา อาจจะไม่เคยมีบทเรียนจากการลงทุน ทำให้เกิดความคึกคะนอง เห็นเพื่อนรวยหุ้นก็โดดเข้ามาร่วมลงทุนด้วย โดยที่ยังไม่เข้าใจการลงทุน และก็ไม่ได้รู้จักหุ้นที่ตัวเองเข้าไปลงทุนว่าทำธุรกิจอะไร แค่ลงทุนตามเพื่อน ซึ่งถือเป็นความน่ากลัว
เป็นโจทก์ใหญ่ของตลาดหลักทรัพย์และบริษัทหลักทรัพย์ที่ต้องการขยายฐานสู่นักลงทุนหน้าใหม่ จะต้องสร้างความรู้ความเข้าใจการลงทุนให้กับนักลงทุนเหล่านี้ด้วย ไม่ใช่แค่การยกตัวอย่างผลตอบแทนจากการลงทุนเป็นจุดขาย
การพักฐานชุดใหญ่ของตลาดหุ้นช่วงนี้ น่าจะทำให้นักลงทุนกลุ่มที่คึกคะนองที่ชอบลงทุนหุ้นที่มีความเสี่ยงสูง กลับมาตั้งสติและจัดพอร์ตลงทุนใหม่ ทำความเข้าใจกับการลงทุนในตลาดหุ้น มีการศึกษาข้อมูลการลงทุนให้รอบด้าน และหากไม่มีความรู้จริงๆ แต่ต้องการลงทุนในหุ้น ก็ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนอย่างบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมบริหารแทน
ความผันผวนของตลาดหุ้น นอกจากจะมีความเปราะบางจากหุ้นเก็งกำไรที่มีค่าพีอีเรโชสูงแล้ว ปัจจัยรอบด้านทั้งในและต่างประเทศก็ยังตามรังควานตลาดหุ้นอยู่ ทั้งปัญหาการเมืองคือการแก้รัฐธรรมนูญ พรบ.เงินกู้ 2 ล้านล้าน ส่วนปัจจัยภายนอกก็ยังมีความกังวลกับสงครามเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ก็นักลงทุนที่ลงทุนช่วงนี้ต้องหนักแน่นมากพอ






