วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เลือกตั้งมาเลเซีย : ฤาจะเกิดสึนามิการเมืองที่นั่น?

เลือกตั้งทั่วไปมาเลเซีย ที่กำลังจะจัดให้มีขึ้นในเร็ววัน อาจจะเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุด

ในประวัติศาสตร์การเมืองสมัยใหม่ของเพื่อนบ้านทางใต้เราก็ได้

นายกฯนาจิบ ราซัค ประกาศยุบสภาเมื่อสัปดาห์ก่อน หลังจากที่คาดการณ์กันมาหลายเดือนว่าจะต้องมีการเลือกตั้งทั่วไป เพราะใกล้หมดเทอมรัฐบาลเต็มที
นับตั้งแต่มาเลเซีย ได้รับเอกราชจากอังกฤษ เมื่อปี ค.ศ.1957 หรือ 56 ปีก่อน ไม่มีการเลือกตั้งครั้งใดจะมีความไม่แน่นอนเท่าครั้งนี้

แปลว่ามีความเป็นไปได้ว่าพรรค UNMO ที่ครองอำนาจเกือบจะเบ็ดเสร็จมาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองนั้นอาจจะหลุดจากแกนอำนาจให้กับฝ่ายค้านที่ทำท่าว่าจะมีแรงสนับสนุนจากประชาชนมากขึ้น

ครั้งนี้เป็นการแลกหมัดระหว่างนายกฯนาจิบ ราซัค กับผู้นำแกนสำคัญของฝ่ายค้านและอดีตรองนายกฯและรัฐมนตรีคลังที่ชื่อ อันวา อิบราฮิม อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ

จะว่าไปแล้ว นาจิบ ราซัค ก็ได้เตรียมหาเสียงเอาไว้ตั้งแต่ขึ้นมาเป็นนายกฯทีเดียว ด้วยนโยบาย “ปฏิรูปเศรษฐกิจ” และสังคมหลายเรื่องที่ต้องการจะสกัดกั้นการเติบใหญ่ของอันวา อิบราฮิม ซึ่งพอออกจากคุกมาก็กระโดดเข้าสู่การหาเสียงด้วยการยืนอยู่คนละข้างกับพรรค UMNO ที่ตนเองเคยเป็นเบอร์สองมาก่อนอย่างดุเด็ดเผ็ดมันทีเดียว

นาจิบ ยกเลิกกฎเกณฑ์เก่า ๆ หลายเรื่องที่เคยอนุญาตให้ฝ่ายความมั่นคงจับใครก็ได้ที่วิจารณ์รัฐบาลในข้อหา “บ่อนทำลาย” โดยให้อำนาจขังได้ไม่มีกำหนดและไม่ต้องขึ้นศาล

อีกทั้งยังแก้ไขกฎหมายที่เคยบังคับให้ธุรกิจให้สิทธิพิเศษกับคนมาเลย์ เพื่อให้สามารถแข่งขันกับคนเชื้อสายจีนได้ เพราะกฎหมายฉบับนี้ถูกวิจารณ์ว่าไม่มีประสิทธิภาพและทำให้เศรษฐกิจมาเลเซียล้าหลังกว่าคนอื่นในหลายด้าน

อีกเรื่องหนึ่งที่นาจิบ ทำเพื่อสร้างความนิยมชมชอบในแวดวงธุรกิจเอกชนคือการตัดสินใจขายรัฐวิสาหกิจหลายแห่งเพื่อให้เอกชนเข้ามาเป็นเจ้าของ อันเป็นอีกก้าวหนึ่งเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจให้คึกคัก และลดอิทธิพลของนักการเมืองและรัฐบาล

พอประกาศยุบสภา นายกฯนาจิบ ก็หาเสียงกับประชาชนทันที ด้วยการพูดผ่านโทรทัศน์ว่า
“อย่าเสี่ยงกับอนาคตของลูกหลานของเรา จงไตร่ตรองให้ดีเพราะทุกคะแนนเสียงของท่านไม่ได้ตัดสินเฉพาะอนาคตของประเทศเท่านั้น แต่ยังตัดสินชะตากรรมของลูกหลานของเราด้วย”

ขณะที่อันวา ประกาศว่า มาเลเซียต้องการความเปลี่ยนแปลง และความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คนมาเลเซียจะทำผ่านบัตรเลือกตั้ง, ไม่ใช้ความรุนแรงเหมือนบางประเทศ

อันวา หาเสียงกับคนรุ่นใหม่ ประกาศว่าจะชนะเลือกตั้งครั้งนี้ และเมื่อเป็นนายกฯแล้วจะบริหารประเทศอย่างโปร่งใสและต่อต้านคอร์รัปชันอย่างเข้มข้น อีกทั้งยังจะยกเลิกนโยบาย “ภูมิบุตร” หรือการให้สิทธิพิเศษกับคนมาเลย์มากกว่าคนสัญชาติอื่น ๆ ที่ริเริ่มโดยอดีตนายกฯมหาธีร์ โมหะหมัด ซึ่งเป็นศัตรูคู่อาฆาตอย่างร้ายแรงของอันวา

อันวา พยายามจะลดความขัดแย้งในมวลหมู่กลุ่มฝ่ายค้านทั้งหลายเพื่อสร้างความเป็นเอกภาพในการเอาชนะพรรค UMNO ให้ได้

พรรคของอันวา คือ People’s Justice Party ซึ่งเป็นแกนนำของแนวร่วมฝ่ายค้านอันประกอบด้วยพรรค Pan-Malaysian Islamic Party กับ Democratic Action Party ซึ่งแปลว่ามีทั้งฐานเสียงมุสลิมและคนจีนที่ไม่เห็นด้วยกับพรรคแนวร่วมรัฐบาลที่มี UMNO เป็นแกนสำคัญอยู่ขณะนี้

ไม่น่าสงสัยว่าทุกคะแนนเสียงจะมีความหมายอย่างยิ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ และแม้ว่ารัฐบาลจะควบคุมสื่อหนังสือพิมพ์ และทีวีค่อนข้างเข้มงวด แต่ฝ่ายค้านก็อาศัยอินเทอร์เน็ตเป็นช่องทางสื่อถึงคนรุ่นใหม่ได้อย่างคึกคัก

เรานั่งลุ้นจากประเทศไทยมากเพราะการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญของเพื่อนบ้านแห่งนี้จะมีผลต่อเราและอาเซียนในภาพรวมไม่น้อยทีเดียว