ปัญหากระแสไฟฟ้าไม่เพียงพอ เนื่องจากท่อส่งก๊าซจากพม่าหยุดชั่วคราว ทำให้โรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงประสบปัญหา
โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าที่ก๊าซจากพม่า ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวงพลังงานได้บอกกล่าวให้ประชาชนได้รับรู้กันมานับเดือนจนสร้างความวิตกเกิดขึ้น และบางคนไม่เชื่อว่าปัญหากระแสไฟฟ้าจะเป็นเรื่องใหญ่ของประเทศ เพราะคนไทยเคยชินกับความมั่นคงด้านกระแสไฟฟ้ามานานและไม่เคยมีปัญหามาก่อน แต่ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมานี้เอง
ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในหลายๆด้าน แต่โดยรวมแล้วจะมุ่งไปที่ประเด็นการผลิตไฟฟ้าที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ของครัวเรือนไทย ภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรม ซึ่งมีความต้องการเพิ่มขึ้นทุกปี ยกเว้นกรณีน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 เท่านั้นที่มีปริมาณใช้ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้แต่ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจก็จะเห็นว่าปริมาณการใช้ไฟฟ้าก็ไม่ได้ลดลงเลย นั่นแสดงให้เห็นว่าความต้องการใช้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องและยังไม่มีแนวโน้มทรงตัวหรือลดลง
ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามการพัฒนาเศรษฐกิจที่ต้องพึ่งพาพลังงานเป็นตัวขับเคลื่อนนั้น เป็นเรื่องที่ทุกคนรับรู้กันดีอยู่แล้ว โดยเฉพาะหน่วยงานที่ดูแลด้านพลังงานของประเทศ และเป็นเรื่องยากมากที่จะลดปริมาณการใช้ไฟฟ้าลงโดยกิจกรรมทางเศรษฐกิจยังอยู่ในระดับเดิม แม้แต่การรณรงค์หรือเปลี่ยนอุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้าก็ยังไม่สามารถช่วยได้มากนัก เพราะในที่สุดแล้วคนก็ยังเคยชินกับการใช้พลังงานอย่างไม่ประหยัดอยู่นั่นเอง ผลที่สุดแล้วทุกอย่างก็เหมือนเดิม
ดังนั้นปัญหาใหญ่เรื่องการใช้ไฟฟ้าจึงอยู่ที่การเพิ่มกำลังการผลิตให้เพียงพอกับความต้องการใช้ ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐก็มีแผนพัฒนาพลังไฟฟ้าของประเทศ แต่ก็ปรากฏว่าไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผนมากนัก ซึ่งมีมาจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มโรงไฟฟ้าใหม่ๆทำได้ยากขึ้น ในขณะที่มีความต้องการใช้ก็เพิ่มขึ้น เพราะเกิดการต่อต้านของชุมชนข้างเคียง อีกทั้งการเพิ่มโรงไฟฟ้าอาจไม่ทันต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าของครัวเรือนและภาคธุรกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
จากปัญหาในปีนี้ ทำให้มีการพูดถึงประเด็นเรื่องการหาไฟฟ้าป้อนเข้าระบบอีกครั้ง รวมทั้งการเสนอเพิ่มพลังงานอื่นๆเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้ามากขึ้น และต้องราคาที่สมเหตุสมผลให้ประชาชนรับได้ แต่ปัญหาก็คือหากปัญหาในปีนี้ผ่านไปแล้ว จะสามารถดำเนินการได้ตามที่มีการพูดถึงกันหรือไม่ เพราะดูเหมือนว่าแผนพลังงานไฟฟ้าของเราทำได้ยากมาก จนบางคนกล่าวว่า"แผนก็คือแผน" นั่นหมายความว่าเป็นแผนที่ปฏิบัติได้จริงไม่มากนัก และเมื่อเกิดปัญหาขึ้นใหม่ในอนาคต เราก็มาถกเถียงเรื่องแผนกันใหม่
ในขณะนี้ ดูเหมือนว่าสถานการณ์ที่กังวลกันในช่วงเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่มีการใช้ไฟฟ้ามากที่สุด อาจจะผ่านพ้นไป ภาครัฐก็อาจปลื้มปิติต่อความร่วมมือในการให้หน่วยงานรัฐช่วยกันประหยัด รวมทั้งภาคเอกชนที่ให้ความร่วมมือในครั้งนี้ด้วย แต่เราก็หวังว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปีนี้ น่าจะใช้เป็นสัญญาณเตือนให้รู้ว่าเป็นรื่องที่จะต้องเริ่มคิดหาทางแก้กันอย่างจริงจังได้แล้ว เพราะขณะนี้มีนโยบายจะพัฒนารถไฟฟ้าเส้นทางใหม่จำนวนมาก รวมทั้งรถไฟความเร็วสูงเชื่อมหังเมือง ซึ่งจะเกิดการพัฒนาอีกมาก หากไม่เริ่มอย่างจริงจัง ปัญหาที่เกิดขึ้นในอนาคตอาจหนักขึ้นเรื่อยๆจนไม่สามารถแก้ได้ทันท่วงที






