วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานและการจัดการโลจิสติกส์เพื่อส่งเสริมขีดแข่งขัน

เพื่อการเตรียมความพร้อมก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) เต็มรูปแบบในเร็ววันนี้ องค์ประกอบที่สำคัญอันหนึ่ง

ที่จะแสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ได้แก่ศักยภาพของโครงสร้างพื้นฐานและการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ ธนาคารโลกได้ทำการสำรวจและจัดลำดับประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ (Logistics Performance Index: LPI) จาก 155 ประเทศทั่วโลก ด้วยข้อมูลที่ครอบคลุมการพิจารณาปัจจัยทั้ง 7 ด้านดังแสดงในตาราง และรวมถึงต้นทุนด้านโลจิสติกส์ภายในประเทศด้วย เพราะมีการจัดทำเป็นประจำอย่างต่อเนื่องทำให้เราสามารถมองเห็นถึงข้อสังเกตบางประการ

กล่าวคือ หากเรียงตามศักยภาพของประเทศ สิงคโปร์ครองอันดับ 1 ของโลกและของกลุ่มอาเซียนด้วยคะแนน 4.13 จากคะแนนเต็ม 5 (ดีขึ้นจากปี 2553 ได้ที่ 2) ตามมาด้วยมาเลเซียเป็นอันดับ 2 ของกลุ่มอาเซียน เป็นอันดับที่ 29 ของโลก ด้วยคะแนน 3.49 สำหรับไทยเป็นที่ 3 ในกลุ่มอาเซียนเป็นอันดับที่ 38 ของโลก (ตกลงมาสองปีติดกัน อันดับ 31 ในปี 2550 และอันดับ 35 ในปี 2553) หากวิเคราะห์ลึกลงไปจะเห็นว่า การที่ไทยตกอันดับลงมาจากการประเมินคราวก่อนๆ ไทยมีคะแนนลดลงทุกด้าน ทั้งด้านประสิทธิภาพงานศุลกากร ศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสามารถของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ภายในประเทศและความสามารถในการสืบค้นสินค้าระหว่างการขนส่ง ลดลงถึง 5.69% และ 6.7% ตามลำดับ ในขณะที่ประเทศอื่นๆ ที่เคยตามหลังไทยส่วนใหญ่มีการปรับตัวดีขึ้น

อะไรเป็นปัญหาหรืออุปสรรคต่อการพัฒนาประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ของประเทศไทยที่แท้จริง เป็นสิ่งท้าทายอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทย ภาครัฐในฐานะที่เป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจเชิงนโยบาย กำกับดูแล และบริหารจัดการด้านโครงสร้างพื้นฐานจำเป็นต้องทราบถึงภาพรวมทั้งหมดของสถานะโครงสร้างพื้นฐานและระบบการขนส่งโลจิสติกส์ของประเทศ เพื่อบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในปัจจุบันข้อมูลส่วนนี้ยังมิได้รวบรวมข้อมูลอย่างครบถ้วนและทันสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (Multi-modal Transport) (รูปแบบการขนส่งที่จะช่วยลดเวลา ลดต้นทุน ลดอุปสรรคต่างๆ จะถูกนำมาใช้มากขึ้นในอนาคต) ซึ่งคาดว่าจะมีประโยชน์ต่อการค้าระหว่างประเทศมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ด้วยเหตุนี้จึงเกิดงานวิจัยนี้ขึ้นจากการสนับสนุนทุนวิจัยปี 2555 ของ วช.และ สกว. โดยมีเป้าหมายเพื่อ 1) รับทราบภาพรวมของสถานะโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ของประเทศไทย ด้านโครงสร้างพื้นฐานฯ ทางถนน ทางรางและการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบในภาพรวมทั้งหมด (portfolio)

2) ประเมินปัจจัยที่เกี่ยวข้องทั้งปัจจัยภายในและภายนอก และจัดทำสถานการณ์ทางเลือก (Scenarios) เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการขนส่งทางถนน ราง และการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ

3) เสนอแนวทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ชัดเจน สนับสนุนให้เกิดการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (competitiveness) โดยเน้นการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่เดิม และการลงทุนใหม่อย่างเหมาะสม

ผลการศึกษาขั้นต้นสอดคล้องกับผลที่ธนาคารโลกสำรวจคือไทยยังมีปัญหาอยู่หลายด้านเช่นศักยภาพของโครงสร้างพื้นฐานได้แก่ปัญหาคอขวดบนโครงข่ายถนนเส้นทางสําคัญ เช่น บริเวณไอซีดีลาดกระบัง การขนส่งทางถนนในเขตเมือง แม้มีถนนเลี่ยงเมืองแต่ไม่มีการควบคุมการเชื่อมทางและบังคับใช้ที่ดินโดยรอบทําให้ถนนเลี่ยงเมืองหมดสภาพคล่องตัวในเวลาสั้น / ปัญหาด้านการกํากับดูแล กฎระเบียบที่มีอยู่ล้าสมัยไม่เกื้อหนุนการทำธุรกิจเช่นเอกสารที่ต้องใช้ในการขออนุญาตประกอบการขนส่งมีมากกว่า 25 ฉบับ รวมถึงปัญหาด้านต้นทุนโลจิสติกส์ของเรายังคงสูงอยู่ที่ 18.6% (มาเลย์ 13% สิงคโปร์ 7%) ฯลฯ เหล่านี้ส่งผลให้ความสามารถและศักยภาพในการแข่งขันของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไทย จำเป็นที่จะต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วนเพื่อที่จะสามารถใช้ช่องทางของระบบโลจิสติกส์ของอาเซียนในการแบ่งสรรผลประโยชน์ให้ได้เต็มประสิทธิภาพมากที่สุดเมื่อ AEC เปิดสมบูรณ์