วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ใครช้าก็ตกรถไฟฟ้าสายด่วน

ฟังการอภิปรายในสภาเมื่อวานนี้ เรื่อง พ.ร.บ. เงินกู้ 2.2 ล้านล้านบาท ในสภาต้องไม่หลงประเด็น

ผมเชื่อว่า คนไทยส่วนใหญ่ต้องการเห็นการก่อสร้าง “โครงสร้างพื้นฐาน” ไม่ว่าจะเป็นทางด่วน รถไฟฟ้าความเร็วสูง และการขยายสนามบิน รวมไปถึงการพัฒนาระบบการขนส่งและคมนาคม ด้วยวิสัยทัศน์ไปข้างหน้าอย่างจริงจัง

เพราะว่าเราไม่สามารถจะ “ตกรถไฟสายด่วน” นี้ได้เป็นอันขาด

ประเด็นของการถกแถลงในสังคมไทย จึงไม่ได้อยู่ที่ว่าเราควรจะสร้างโครงสร้างพื้นฐานหรือไม่ หากแต่อยู่ที่ว่าจะเอาเงินเอาทองมาสร้างจากไหน และจะบริหารเงินกู้ และเงินภาษีประชาชนให้มีความโปร่งใส ชัดเจน และสกัดไม่ให้มีการโกงกินกันอย่างไร

อีกทั้งยังจะต้องมีรายละเอียดของการใช้เงินทุกขั้นตอน และเปิดเผยข้อมูลให้ตรวจสอบได้ทุกระยะ

ความจริง ก็คือ คนไทยส่วนใหญ่ไม่ไว้ใจที่จะให้นักการเมือง และข้าราชการบริหารเงินกู้ขนาดมหึมาอย่างนี้

จึงเป็นหน้าที่ของสภาและประชาชนทั่วไป ที่จะต้องตั้งระบบการตรวจสอบอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง

ขณะที่ผมติดตามการอภิปรายในสภาเมื่อวานนี้ ก็มีข่าวที่น่าสนใจจากเพื่อนบ้านในเรื่องที่ละม้ายคล้ายกัน
สิงคโปร์ กับ กัวลาลัมเปอร์ ของ มาเลเซีย ประกาศจะเชื่อมต่อกันด้วย “รถไฟฟ้าความเร็วสูง” วิ่งถึงกันได้ในเวลา 90 นาที ทำให้เกิดภาพของการกระชับความเป็น “เมืองฝาแฝด” ของสองเพื่อนบ้านของเราที่ชัดเจนขึ้น

และหากว่าไทยเราวางแผนให้กระจ่างขึ้น การเชื่อมโยงผ่านรถไฟฟ้าความเร็วสูงของไทย มาเลเซีย และ สิงคโปร์ ที่โยงมาจากทางใต้ของจีน ผ่าน สปป.ลาว ก็จะเป็นการ “เชื่อมจุด” หรือ connecting the dots ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการผลักดัน การเป็น “ประชาคมเศรษฐกิจ” ของอาเซียน อย่างคึกคักยิ่ง

นายกฯ หลี่เสียนหลง ของ สิงคโปร์ กับ นายกฯ นาจิบ ราซัค ของ มาเลเซีย จับมือกันประกาศเมื่อเร็วๆ นี้ ว่าสองประเทศนี้จะสร้าง “virtual urban community” หรือ “ประชาคมเมืองเสมือนจริง” ร่วมกัน และหนึ่งในแผนการที่จะบรรลุเป้าหมายนี้ในปี ค.ศ. 2020 คือ การสร้างรางด่วนที่เชื่อมต่อกัน

วาดภาพว่า สิงคโปร์ กับ กัวลาลัมเปอร์ เป็น "เมืองฝาแฝด" ที่มีรถไฟฟ้าความเร็วสูง วิ่งไปมาหาสู่กันได้ด้วยเวลาเพียงชั่วโมงเศษๆ...สามารถทำธุรกิจ แวะเวียนไปมาหาเพื่อน เช้าไปทำธุรกิจ กินข้าวเที่ยง ประชุมหน้าที่งานการเสร็จ ตกเย็นขึ้นรถไฟกลับบ้านได้เหมือนอยู่ในประเทศเดียวกัน

เหมือน ลอนดอน กับ ปารีส เชื่อมต่อกันด้วย Eurostar ผ่านช่องแคบอังกฤษ

ทำนองเดียวกับที่คนไทยกำลังวาดภาพ ว่า เมื่อระบบรถไฟฟ้าความเร็วสูงเกิดขึ้น เชื่อมเชียงใหม่ หนองคาย กรุงเทพฯ กับหาดใหญ่ได้อย่างคล่องแคล่วเมื่อใด ก็จะสามารถสร้างกิจกรรมเศรษฐกิจที่สะดวกคล่องตัว ไม่ต่างกับเมืองใหญ่ๆ ของยุโรป ที่เชื่อมผ่านรถไฟและทางด่วนที่สะดวกสบาย กระตุ้นให้เกิดความใกล้ชิดและคล่องตัวในทุกๆ ด้านได้

ผมมองเห็นภาพรถไฟด่วนพิเศษเชื่อมต่อสิงคโปร์ มาเลเซียกับหาดใหญ่ แต่เลยเข้ากรุงเทพฯ อย่างไม่ยากเย็นเลย หากมีการวางแผนร่วมกันอย่างต่อเนื่องและเอาผลประโยชน์ร่วมของเพื่อนบ้านเป็นหลัก

การท่องเที่ยว ธุรกิจ ศิลปวัฒนธรรม และ ความเข้าใจระหว่างกัน ย่อมเกิดขึ้นได้สะดวกสบาย เมื่อการคมนาคมถูกยกระดับขึ้นมาได้ในระดับของการพัฒนาอย่างจริงจัง

เป็นส่วนหนึ่งของคำว่า connectivity ที่อาเซียนได้ประกาศเป็นเป้าหมายมาตลอด แต่ยังไม่เห็นภาพชัดเจนทางกายภาพจนถึงวันนี้

ความเป็น “ประชาคมอาเซียน” จะทำให้ทุกประเทศต้องเปิดกว้างสำหรับการเชื่อมต่อในทุกรูปแบบ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะต่างคนต่างหวงแหนในความเป็นประเทศของตน

แต่นั่น...เป็นความคิดแบบโบราณ วันนี้เส้นแบ่งชายแดนไม่มีความหมาย เพราะว่าเทคโนโลยีทำให้การติดต่อระหว่างกันของคนในอาเซียนเกิดขึ้นแล้ว โดยไม่จำเป็นต้องขอวีซ่า และอินเทอร์เน็ตสามารถเชื่อมโยงผู้คนได้ทั้งโลกในทุกๆ มิติ

แม้แต่ พม่า ที่ปิดประเทศมานาน 50 ปี วันนี้พอลุกขึ้นได้ ก็เร่งฝีเท้าอย่างเร่งร้อน เพื่อให้ทันกับเพื่อนบ้านคนอื่นๆ และอีกไม่ช้า ระบบการขนส่งและคมนาคมจะกลายเป็นเส้นทางเดียวกันหมด ใครไม่พร้อมหรือช้ากว่าคนอื่น ก็จะเสียโอกาสทองที่รัฐบาลนั้นๆ จะต้องตอบคำถามของประชาชนของตนเอง

ไทยเราเอง นอกจากจะสร้างเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงอย่างที่ได้เสนอแล้ว ยังจะต้องวางแผนการเชื่อมโยงด้านเศรษฐกิจ สังคม และ วัฒนธรรม อย่างเป็นรูปธรรมอีกด้วย

เพราะว่า เพียงแต่มีรถราส่งถึงที่ แต่ไม่มีความรู้ความเข้าใจว่าจะต่อยอดให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมด้วยแล้ว ก็เหมือนคนมีแต่ตัวแต่ขาดสมอง

เพราะจากนี้ไป ใคร “ตกรถไฟสายด่วน” จะไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ ได้อีก