งวดเข้ามาทุกทีกับแผนลงทุนแก้น้ำท่วมอย่างยั่งยืน 3.01 แสนล้านบาท หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.)
เคาะรายละเอียดข้อกำหนดสำหรับการจัดซื้อจัดจ้าง (ทีโออาร์) ทั้ง 9 โมดูลออกมาแล้ว
พร้อมทั้งนัดชี้แจง เพื่อตอบทุกคำถามทางด้านกฎหมาย ข้อสัญญา และข้อสงสัยทางเทคนิค ให้กับ 6 กลุ่มบริษัทที่เข้ารอบการนำเสนอแนวความคิดในการบริหารจัดการน้ำ โดยมี นายธงทอง จันทรางศุ จับมือกับ นายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล และ นายอภิชาติ อนุกูลอำไพ และตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ "ปิดห้อง" ตอบคำถามที่เขียนขึ้นจากเฉพาะในห้องเท่านั้น
"ถ้าออกจากห้องนี้ไปแล้วเราจะไม่รับดิวคำถามอื่นๆ อีก"
"เราต้องการงานที่ได้มาตรฐานภายใต้วงเงินที่กำหนด และให้ได้ดีที่สุด เพราะเป็นโครงการใหญ่ของรัฐบาลไทย" อภิชาติ ย้ำกติกา
จากการนั่งสังเกตการณ์นานกว่า 3 ชั่วโมง ซึ่งเอกชนได้มีการเขียนข้อสงสัยขึ้นไปบนโต๊ะกว่า 50 คำถาม สามารถจับประเด็นข้อกังวลที่ส่วนใหญ่ยังไม่เคลียร์
พบว่า ยังคงเป็นประเด็นของเงื่อนไขสัญญา การจ่ายชดเชยกรณีโครงการกระทบกับชาวบ้าน ปัญหาที่ดิน การจ่ายค่าปรับของผู้รับจ้าง หากไม่สามารถเดินหน้าโครงการ การขยายเวลาในการเสนอกรอบแนวคิด ขยายเวลาทำโครงการที่กำหนดไว้ 5 ปี ตลอดจนวงเงินเพิ่มเติมหากมีการศึกษาออกแบบแล้วเกินกว่ากำหนดในทีโออาร์ได้หรือไม่ หรือแม้แต่ถ้าจะทำเพียง 5 จาก 6 โมดูลได้หรือไม่
รวมถึงประเด็นย่อยๆ ในเชิงสังคมเรื่องการต่อต้านของชาวบ้าน ความล่าช้าในการศึกษาและอนุมัติรายงานผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม และการต่อยอดโครงการของรัฐอย่างกรณีเขื่อนยมบน ยมล่าง ที่กรมชลประทานศึกษาไว้แล้ว โดยเฉพาะโครงการจัดทำทางผันน้ำ (Flood diversion channel) ทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตก ที่ใช้เม็ดเงินลงทุนสูงที่สุดถึง 1.53 แสนล้านบาท เป็นต้น
"ทุกอย่างอยู่ภายใต้ข้อกำหนดในเงื่อนไขเอกสารทีโออาร์ทั้งหมด ถ้าเขาอ่านคำตอบจะอยู่ในนั้นทั้งหมด" สุพจน์ บอกกับสื่อ
เขาบอกว่า หลายคำถามก็มีคำตอบชัดๆ เช่น ถ้าได้คัดเลือกทำโครงการ 6 โมดูล แต่จะขอยื่นแค่ 5 โมดูล มันทำไม่ได้อยู่แล้ว ส่วนเรื่องที่ดินเองก็ชัดเจน เขาต้องประเมินรายค่าที่ดินตามราคาประเมิน และการจ่ายค่าชดเชยเป็นรายการ เพราะรวมกับค่าบริหารความเสี่ยง ซึ่งถ้ากรณีเป็นที่ดินที่บุกรุกรัฐ และไม่ยอมย้ายออกก็ต้องใช้การเวนคืนที่ดิน ส่วนค่าปรับของผู้รับจ้างที่ไม่เสร็จตามสัญญามันชัดอยู่แล้วว่าต้องเสียค่าปรับกรณีส่วนของการออกแบบ 0.01% ต่อวัน และค่าก่อสร้าง 0.05% ต่อวัน ทั้งหมดนี้ชัดเจน ไม่เคลียร์ตรงไหน
ขณะที่คำถามที่ตัวแทนจากบริษัทสัญชาติเกาหลี ญี่ปุ่น และไทย ยังคงอยากได้จากเวทีนี้ ก็คือเงื่อนไขในการส่งแผนงานแนวคิดครั้งสุดท้ายกำหนดไว้ในวันที่ 3 พ.ค. นี้มายัง กบอ. เพื่อตัดสินคัดเลือกเป็นผู้ดำเนินการในแต่ละโมดูล
"ผมคิดว่าสงกรานต์นี้เราคงไม่ได้หยุดกันแน่ๆ เพราะระยะเวลาที่กระชั้นมาก ขณะที่รายละเอียดทางวิศวกรรมที่กำหนดในทีโออาร์ที่ต้องอ่าน และทำความเข้าใจ แต่ถึงอย่างไรก็ต้องทำทุกอย่างให้ทันตามกรอบเวลา" ตัวแทนจากร่วมค้า ซัมมิท เอสยูที บอก
ส่วนคำตอบจากฟากรัฐ ในเรื่องนี้ คือ ไม่สามารถขยายเวลาได้ เนื่องจากทุกอย่างถูกกำหนดไว้หมดแล้ว ด้วยเงื่อนไขของการกู้เงินที่ต้องทำให้ทันภายในเดือนมิ.ย. นี้
เม็ดเงินมหาศาล 3.01 แสนล้านรอบนี้ จึงไม่ใช่ความเสี่ยงของรัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่มันเป็น "โอกาส" ที่เอกชนต้องยอมแลกมาด้วยความเสี่ยง...เช่นกัน






