วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ใช้วิจารณญาณค้นความจริง

ตอนนี้ในแวดวงพลังงาน ไม่มีกระแสไหน HOT เท่าการโจมตีปตท.ผ่านโซเชียลมีเดีย ที่ขยายเครือข่ายออกไปอย่างกว้างขวาง

โดยจุดกระแสจากราคาน้ำมันแพงในช่วงที่ผ่านมา เรียกได้ว่ากลุ่มโจมตีปตท.เกาะเกี่ยวโยงเชื่อมโยงเป็นโครงข่ายใยแมงมุม แม้แต่ละกลุ่มจะเกิดต่างกรรมต่างวาระ ต่างคนต่างทำกิจกรรมตามถนัด แต่เมื่อเป้าหมายเดียวกัน เลยต่อกันติดอย่างง่ายดาย

ขณะที่การขับเคลื่อนของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงพลังงาน หรือปตท.ดูจะขยับเขยื้อนไม่ทันการณ์ ปตท.จำเลยโดยตรงเพิ่งออก PTT BLUE CARD หวังเชื่อมร้อยคนรักปตท. ให้เป็นปึกแผ่น คานคนเกลียด แต่คงจะวิ่งตาม”คนเกลียด”ไม่ทัน เพราะเขาก้าวไปหลายขลุมแล้ว

สัญญาณอันตรายนี้ นอกจากปตท.เพิ่งตื่นรู้แล้ว การเมืองยังเพิ่งขยับ คิดจะเล่นงานเอาผิดผู้โพสต์ข้อความต่างๆ เชื่อมโยงกับกระทรวงอุตสาหกรรมที่จะฟ้อง “นายปิยสวัสดิ์ “ ที่ระยะหลังออกมาให้ข้อมูลด้านพลังงานและคอมเมนท์นโยบายถี่ยิบ

เรียกได้ว่าการร้อยเชื่อมของรัฐ เพื่อแก้ลำ เพิ่งจะเริ่มต้น ….อาจเห็นว่า หากแยกกันทำงานต่อไป ระหว่างรัฐและการเมืองกลุ่มต่างๆ อาจทำให้การขับเคลื่อนเป้าหมายในภาพใหญ่ไปไม่ถึงฝัน จำเป็นต้องถักร้อยเป้าประสงค์ให้เป็นสายสร้อยเส้นเดียวกัน จะได้ผลัดกันชื่นชมความงามได้

อย่างไรก็ตามวันนี้ การที่ทั้งคนรักและคนเกลียดปตท. ต่างตั้งกลุ่มแก๊ง connect กับเหล่าสมาชิกโซเชียลมีเดีย เพื่อกระจายฐานข้อมูลจากฝ่ายตนออกไปให้กว้างที่สุด ทำให้การค้นหาความจริงแท้เป็นเรื่องยาก ว่าอะไรคือจริง อะไรคือเท็จ อะไรคือความจริงครึ่งหนึ่ง แล้วที่เหลือคืออะไร สภาวะที่ซ้อนเบื้องหลังข้อมูลที่ถูกเผยแพร่โดยสองฝั่งเป็นอย่างไร …..ประชาชนที่ต้องการแสวงหาความจริงต้องใช้วิจารณญาณ และชั่งน้ำหนักอย่างมาก…

เกมส์นี้ใครชนะหรือแพ้ ไม่สำคัญเท่ากับการหาทางออกให้ความคิดของประชาชน ที่ไม่รู้จะเลือกเชื่อฝ่ายใด ง่ายที่สุดขอให้เชื่อในผลประโยชน์ที่ลงตัว ไม่ใช่ผลประโยชน์ของคนใดคนหนึ่ง แต่หมายถึงประโยชน์ในภาพรวมของประเทศ

การผลิต และนำเข้าพลังงานเท่าไหร่ ไม่สำคัญเท่ากับใช้ไปเท่าไหร่ และข้อเท็จจริงของโครงสร้างราคาพลังงานควรเป็นอย่างไร ไม่สำคัญเท่ากับ การเปิดเผย และแสดงความโปร่งใสของการเก็บเงินเข้า และใช้จ่ายเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เพื่อแสดงให้ประชาชนเห็นว่า ใช้เงินได้ตรงจุด และคุ้มค่าหรือไม่ เพราะการจะไปหาความจริงว่าที่มาของราคาพลังงานที่เป็นอย่างที่เห็นนั้น ประโยชน์ไปอยู่ที่ไหน….ยากกกก

ทุกวันนี้แม้ฝ่ายโจมตีจะไม่ได้รุกหนัก แต่ประชาชนจำนวนมากมักคลางแคลงใจในนโยบายหรือแนวทางที่รัฐดำเนินการนั้นเป้าประสงค์แรก ต้องการให้เกิดผลดีต่อประเทศและประชาชนจริงหรือ

การจะดึงให้ประชาชนเชื่อถือในนโยบาย ต้องบอกอย่างตรงเป้า อาจไม่ประสบความสำเร็จ แต่ดีกว่าให้คนคลางแคลงใจ ก่อตัวเป็นความไม่เชื่อถือในที่สุดเหมือนทุกวันนี้ เห็นจากกรณีไฟฟ้าขาดแคลนจากแหล่งก๊าซธรรมชาติยาดานาหยุดซ่อมบำรุง หากต้องการใช้กระแสนี้ประโคมข่าว เพื่อผลักดันโรงไฟฟ้าถ่านหิน ก็ต้องว่าไปตามตรง เน้นๆถึงมาตรฐานของโรงไฟฟ้าถ่านหินที่จะนำมาใช้ในวันข้างหน้า ว่าจะทุ่มทุนใช้เทคโนโลยีที่ดีที่สุด เพื่อแก้ปัญหาอย่างไร หากต้องการให้คนประหยัดก็ต้องว่าด้วยเรื่องโครงสร้างราคาของเชื้อเพลิงตัวนั้นๆ เพื่อไม่ให้เกิดการอุดหนุนข้ามไปมาระหว่างเชื้อเพลิงชนิดต่างๆ

แต่ทุกวันนี้ หลายเรื่อง ตีข่าวเรื่องหนึ่ง เพื่อหวังผลอีกเรื่อง หรือ ต้องการแก้ปัญหาเรื่องหนึ่ง แต่เมื่อกลุ่มผู้กำหนดนโยบายได้รับผลกระทบ ก็ทำข้ามๆไป ประชาชนที่ติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่อง จับไต๋ได้หมด ความน่าเชื่อถือเลยค่อยๆหมดไป อาทิ จะผลักดันแก๊สโซฮอล์ แต่รถหรูของท่านทั้งหลายยังต้องการใช้”เบนซิน 95 “ ก็เลือกที่จะยกเลิกเบนซิน 91 ทั้งที่เบนซิน 95 กำลังจะไม่มีขายแล้ว ทุกวันนี้เบนซิน 95 เลยกลับมาขายกันเกร่อ

ยกตัวอย่างการมองข้ามอีกเรื่อง คือ วันนี้หน่วยงานพลังงานมีความเชื่อว่า การคัดค้านเรื่องพลังงานมาจากเป้าประสงค์ใหญ่ คือ ” ต้องการเอาปตท.ออกจากตลาดหลักทรัพย์” เชื่อว่า การโจมตีกระทรวงพลังงานไมได้เป็นเป้าหมายอย่างแท้จริง ….นี่แหละคือการมองข้ามข้อเท็จจริง

การมองข้าม ความผิดพลาดของนโยบาย และสิ่งที่เจ้าหน้าที่หน้างานปฏิบัติต่อประชาชน เพราะถูกสั่งสมความคิดบางอย่าง เป็นอีกสาเหตุให้ประชาชนไม่ยอมรับและเชื่อถือในการทำงานของหน่วยงานรัฐ …..วันนี้เวทีที่จะแสดงความจริง เพื่อแก้ปัญหาร่วมกันอย่างตรงจุดเลยไม่เกิด …..ความขัดแย้งและข้อมูลที่บิดเบือนก็เลยฝั่งรากสะสมอยู่ในสังคมไทยตลอดไป