วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

นักลงทุนสถาบันคว่ำบาตรบจ.คอร์รัปชัน

การประกาศจุดยืนต่อต้านคอร์รัปชัน ของกลุ่มผู้ลงทุนสถาบัน 5 องค์กร ถือเป็นความหวังของคนทั้งชาติ

แม้จะยังไม่ได้เห็นผลเป็นรูปธรรมในทันที แต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย เพราะอย่างน้อยก็น่าจะกระตุ้นต่อมสำนึกให้กับบรรดาผู้ประกอบการสีเทาๆ ให้ฉุกคิดถึงผลดีผลเสียก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไร

บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยกว่า 500 บริษัท ใช่ว่าจะมีธรรมาภิบาลดีครบทั้งหมด นักลงทุนรายย่อยไม่น้อยที่เข้าไปติดบ่วงบจ.ที่เอารัดเอาเปรียบ สร้างข่าวไปวันๆ เพื่อสนับสนุนแรงเก็งกำไร โดยเฉพาะในยุคที่ตลาดหุ้นเข้าสู่ภาวะกระทิงเต็มรูปแบบ ยิ่งทำให้บรรดาเจ้ามือ เจ้าของกิจการ ต้องเร่งหาช่องทางในการผลักดันราคาหุ้นของตัวเองให้เพิ่มมูลค่า สะท้อนได้จากราคาหุ้นตัวเล็กตัวน้อย ดาหน้ากันขึ้นมาจนค่าพี/อี เรโชว์ทะลุทะลวง บางรายมากกว่า 100 เท่า

แม้ตลาดหลักทรัพย์จะยืดเวลาการติดแคชบาลานซ์นานขึ้นเป็น 6 สัปดาห์ แต่จำนวนหุ้นที่ติดเทิร์นโอเวอร์ลิสของตลาดฯ ก็ไม่ได้ลดน้อยลง แถมราคาและวอลุ่มการซื้อขาย ก็ยังร้อนแรงเหมือนเดิม แสดงว่านักลงทุนไม่ได้หวั่นกลัวกับมาตรการของตลาดหลักทรัพย์ แถมยังปรับตัวเพื่อลดข้อจำกัดการลงทุน โดยการเปิดบัญชีซื้อขาย 2 บัญชี ทั้งบัญชีปกติและบัญชีซื้อขายเงินสด

แต่สิ่งที่นักลงทุนสถาบันประกาศใช้มาตรการต่อต้านคอร์รัปชัน โดยไม่ลงทุน ไม่ทำธุรกรรมกับบริษัทจดทะเบียนที่ขาดธรรมาภิบาล อาจจะกดดันให้บจ.ที่กำลังหลงผิด มุ่งหาประโยชน์จากราคาหุ้นเพียงอย่างเดียว หันมาปรับปรุงตัวเอง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้เติบโตแบบยั่งยืนในอนาคต นั่นก็หมายความว่า หากบจ.มีปัจจัยพื้นฐานดี อนาคตสดใส บริหารงานแบบมืออาชีพ ไม่ว่าในอนาคตจะเกิดอะไร บริษัทเหล่านี้ก็จะยังอยู่รอดเพราะมีภูมิคุ้มกันที่ดี ต่างจากบริษัทที่มุ่งแสวงหากำไรจากส่วนต่างราคาหุ้นเพียงอย่างเดียว โดยขาดปัจจัยพื้นฐานรองรับ สุดท้ายก็เหลือแต่ชื่อ

เม็ดเงินลงทุนรวมของ 5 สถาบันกว่า 7 ล้านล้านบาท ประกาศชัดเจนว่า ไม่เอาหุ้นขาดธรรมาภิบาล อาจจะทำให้เจ้าของกิจการหรือผู้ถือหุ้นใหญ่ หรือแม้กระทั่งผู้บริหารบจ. ที่มีพฤติกรรมการทำธุรกิจที่สุ่มเสี่ยงคอร์รัปชัน ต้องกลับมาทบทวนใหม่ หากต้องการเป็นหุ้นในหุ้นที่อยู่ในความสนใจของนักลงทุนสถาบัน สุดท้ายก็เป็นผลดีต่อนักลงทุนรายย่อยด้วย หากบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มีความโปร่งใส เพราะหากพิจารณาจากข้อมูลการลงทุนของบรรดาบลจ. พบว่ามีหุ้นเพียงไม่กี่บริษัทบลจ.ให้น้ำหนักการลงทุน

ยกตัวอย่างเช่นกรณีของ บลจ.บัวหลวง ที่กำหนดหลักเกณฑ์การลงทุนกรอบใหญ่ๆ ไว้ 2 หลักเกณฑ์ เพื่อกำหนดแนวทางการลงทุนคือ จะต้องเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ดี มีอนาคตสดใส ขณะเดียวกันจะต้องเป็นบจ.ที่มีธรรมาภิบาลสูง ซึ่งตามเกณฑ์ของบลจ.บัวหลวงนั้นพบว่ามีเพียง 80 บริษัท จากจำนวนบจ.กว่า 500 แห่ง อีกกว่า 400 แห่งยังขาดความสมบูรณ์ในเชิงการลงทุน บางบจ.อาจจะมีธรรมาภิบาลสูงแต่ขาดอนาคต บางรายมีอนาคตสดใสแต่ไร้จริยธรรมในการทำธุรกิจ

ดังนั้นหากผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนไทยตื่นตัวในการต่อต้านคอร์รัปชันไปพร้อมๆ กับนักลงทุนสถาบัน 5 องค์กร ก็จะมีหุ้นพื้นฐานดี อนาคตเด่น ให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศเลือกชอปปิ้งมากขึ้นในช่วงตลาดหุ้นขาขึ้นแบบนี้