บรรยากาศที่ดีอีกครั้งหนึ่ง ที่ นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.
พรรคประชาธิปัตย์ ต่างประกาศชัดเจนว่าจะทำงานร่วมกันอย่าง "ไร้รอยต่อ" เพราะว่าการเมืองท้องถิ่นอย่างกรุงเทพมหานครนั้น เป็นเมืองใหญ่ ที่ถือเป็นหน้าตาสำคัญของประเทศชาติ ซึ่งนั่นหมายความว่านโยบายของ กทม. ต้องคิดถึงระดับชาติ และยุทธศาสตร์ระดับชาติของรัฐบาล ต้องมี กทม. ร่วมอยู่ด้วย เพราะแม้ว่า กทม.จะมีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 4 ล้านคน แต่ประชาชนที่อาศัยและใช้พื้นที่ กทม. นั้น มีมากเท่าตัว ดังนั้นแนวนโยบายทั้งจาก กทม.เอง และนโยบายของรัฐบาล ต้องคำนึงถึงภาพรวมของประเทศชาติ นั่นหมายความว่าทั้งผู้บริหาร กทม. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ และ นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในประเด็นการวางโครงสร้างพื้นฐานของเมืองหลวง ทั้งระบบรางขนส่งมวลชน ระบบการบริหารจราจร ซึ่งเป็นอุปสรรคและปัญหาใหญ่ของมหานครทั่วโลก รวมถึงปัญหาน้ำท่วมที่ต้องทำงานร่วมกัน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นมาอีกเช่นเมื่อปลายปี 2554 และอีกมากมาย
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ออกมาแถลงยอมรับความพ่ายแพ้การเลือกตั้ง เมื่อค่ำวันที่ 3 มี.ค. ร่วมกับ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.พรรคเพื่อไทย ว่า แม้ว่าคะแนนของพรรคเพื่อไทยจะไม่ชนะ แต่ก็ถือว่าเรายังพร้อมและยินดีที่จะทำงานรับใช้ชาว กทม. ต่อไป และแม้ว่านโยบายต่างๆ ที่ได้นำเสนอไว้นั้น ถ้าสิ่งไหนที่เห็นว่าเป็นนโยบายที่ดีพรรคเพื่อไทยก็พร้อมที่จะผลักดันต่อไป และก็พร้อมที่จะทำงานร่วมกับผู้ว่าฯ กทม. อย่างไร้รอยต่อด้วยเช่นกัน ขณะที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ว่าที่ผู้ว่าฯ กทม.สมัยที่สอง ออกมาแถลงหลังจากนั้นว่า ต้องขอขอบคุณ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่สัญญาว่าพร้อมร่วมมือกับตัวเองในฐานะผู้ว่าฯ กทม. เพื่อให้เดินหน้าต่อไปได้ รวมทั้งการสัญญาจะทำงานกับ กทม. อย่างไร้รอยต่อ จะดูแลทุกข์สุขทุกคนเหมือน 4 ปีที่ผ่านมา งานของกรุงเทพฯ รอไม่ได้ ต้องเดินต่อไปด้วยกัน และสัญญาว่าจะทำงานหนักทุ่มเทมากกว่าเดิม
เพราะเมื่อพิจารณาจากนโยบายของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ที่หาเสียงไว้นั้น จะประสบความสำเร็จได้ต้องร่วมมือกัน โดยเฉพาะเป้าหมายการเป็นมหานครที่ได้รับการยอมรับ และได้มาตรฐานระดับสากลในส่วน 6 นโยบายหลัก คือ 1.มหานครแห่งความปลอดภัย ขยายเครือข่ายกล้อง CCTV 50,000 ตัว โดยเชื่อมโยงกับเครือข่ายเอกชน 200,000 ตัว ติดตั้งไฟส่องสว่างพลังงานแสงอาทิตย์ครั้งแรก นำร่อง 10 เส้นทางริมคลอง และที่เอกชนที่ใช้สอยร่วมกัน ลานกีฬา ลานแอโรบิก ถนนเอกชน เป็นต้น 2.มหานครแห่งความสุขเดินทางสะดวก/จราจรคล่องตัว เพิ่มเส้นทางรถไฟฟ้า 5 เส้นทาง เชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนทุกประเภท สร้างอุโมงค์ลอดใต้ทางรถไฟ ปรับปรุงถนนจุดตัดทางแยก ตรอก ซอย และทางลัด 100 สาย เพิ่มทางเลือกการเดินทางด้วยเรือโดยสาร เริ่มที่คลองภาษีเจริญ เพิ่มเส้นทางจักรยาน 30 เส้นทาง และเพิ่มจักรยานให้เช่า 10,000 คัน ปรับปรุงทางเท้าให้เรียบ เป็นมาตรฐานเดียวกัน และสะดวกสำหรับคนพิการ เพิ่มจุดจอดและจร 4 มุมเมือง 3.มหานครสีเขียว เพิ่มพื้นที่สีเขียวอีก 5,000 ไร่ พร้อม 10 สวนสาธารณะใหญ่ 4.มหานครแห่งการเรียนรู้ เรียนฟรี นักเรียนโรงเรียน กทม. "อิ่มท้อง สมองดี มีวินัย โตไปไม่โกง" นักเรียนโรงเรียน กทม. ภาษาอังกฤษแข็งแรง พร้อมรับประชาคมอาเซียน 5.มหานครแห่งโอกาสของทุกคน ให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมเสนอความคิดเห็น และร่วมตรวจสอบการบริหารงานของ กทม. และ 6.มหานครแห่งอาเซียน เปิดโอกาสและส่งเสริมอาชีพในการผลิตและจำหน่ายอาหารและผลิตภัณฑ์ฮาลาล เพิ่มและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และเชิงอนุรักษ์ทั้งฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรี
เราเห็นว่า 6 นโยบายมหานครกทม. นั้น จะสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพต้องร่วมมือกัน แน่นอนว่าช่วงเลือกตั้งจะแข่งขันกันดุเดือด ปราศรัยอย่างเผ็ดร้อน โจมตีกันแค่ไหน แต่หลังจากเลือกตั้งประกาศผลเรียบร้อยแล้ว ต้องหันหน้ามาทำงานร่วมกันเพื่อชาติ แม้ว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาปรากฏการณ์จะออกมาเป็นเรื่องของการเมืองสองพรรค แต่ที่เราต้องตระหนักร่วมกัน คือ อย่าให้เกิด "การเมืองเรื่องสองขั้ว" ในความหมายของขั้วคือความขัดแย้งจนไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ อย่างบทเรียนเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ยิ่งใกล้ถึงวันประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนมีผลมากเท่าไร การทำงานร่วมกันของทุกฝ่ายในชาติ ย่อมมีความสำคัญ เราอยากเห็นการทำงานร่วมกันระหว่าง กทม. กับรัฐบาลอย่างสร้างสรรค์ เมื่อประกาศให้สาธารณชนรับรู้แล้ว ก็ขอให้เกิดขึ้นจริง ขออย่าให้เป็นเพียงวาทกรรมของนักการเมืองเท่านั้น






