วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ ต้องเลิกคิดใหญ่ แต่ทำเรื่องใกล้ตัว

การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในครั้งนี้ ถือว่ามีการแข่งขันกันค่อนข้างดุเดือด ระหว่างสองพรรคการเมืองใหญ่

คือ พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งหากติดตามความเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งในครั้งนี้ จะพบว่า มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองหลากหลายรูปแบบ นั่นแสดงให้เห็นว่าพรรคการเมืองใหญ่ให้ความหมายกับการเลือกตั้งครั้งนี้มาก ยิ่งติดตามนโยบายหาเสียงของแต่ละพรรคแล้ว จะเห็นได้ว่าแทบไม่มีความต่างกันมากนัก ที่เน้นไปที่การพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับคนกรุงเทพฯ

แต่คำถาม ก็คือ นโยบายที่หาเสียงนั้น จะสามารถทำให้เป็นรูปธรรมได้มากน้อยแค่ไหน เพราะว่าพื้นที่กรุงเทพมหานคร ถือว่าเป็นนครที่มีขนาดใหญ่มาก ทั้งในเรื่องขนาดของพื้นที่และจำนวนผู้ที่อยู่อาศัย ซึ่งไม่ต้องพูดถึงความซับซ้อนในกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคม ยิ่งกว่านั้น มีหลายหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้องกับกิจกรรมในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยเฉพาะโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ มีหลายหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้องมาก กทม.แทบไม่มีบทบาทมากนัก อย่างเช่น รถไฟใต้ดิน หรือโครงข่ายโทรคมนาคมขนาดใหญ่

ดังนั้น หน้าที่ของผู้ว่าฯ กทม. นอกจากจะดูแลงานทั่วไปแล้ว หากผู้ว่าฯ ใหม่ ต้องการพัฒนาความเป็นมหานครที่น่าอยู่เหมือนที่ชูนโยบายกันไว้ จึงเป็นไปได้ยากที่ผู้ว่าฯ จะสามารถทำอะไรได้มากนัก โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ที่หวังพลิกฟื้นกรุงเทพฯ แต่สิ่งที่ผู้ว่าฯ สามารถทำได้ คือ การทำโครงการขนาดเล็กตามชุมชนต่างๆ ที่มีอยู่ทั่วกรุงเทพฯ หากผู้ว่าฯ ใหม่ดำเนินการอย่างมีเป้าหมายทั่วทุกเขตและเริ่มต้นจากลดขนาดโครงการที่มีขนาดเล็กและสามารถทำได้เร็ว เราอาจเห็นโฉมหน้าใหม่ของกรุงเทพฯ ในเวลาไม่นานนัก

แน่นอนว่า โครงการขนาดใหญ่ยังเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับ กทม. ที่ต้องขับเคลื่อน แต่หลายเรื่องอยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ของ กทม. หรือ บางเรื่อง กทม.ก็มีส่วนไม่มากนัก อาทิ เรื่องปัญหาจราจร ซึ่งทั้งนักการเมืองระดับชาติและระดับท้องถิ่น ต่างก็พูดถึงว่าจะแก้ปัญหาเป็นอันดับแรก แต่ถึงที่สุดแล้ว คนกรุงก็ยังต้องเผชิญกับปัญหารถติดหนักขึ้นเรื่อยๆ แต่การแก้ปัญหาจราจรเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานมาก ซึ่งบทบาทของ กทม. ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาประเทศ จึงเป็นเพียงบทบาทรองเท่านั้น

แต่ปัญหาคุณภาพชีวิตของคน กทม. ยังต้องได้รับการดูแลที่ดีจากผู้ว่าฯ ใหม่อย่างเร่งด่วน เพราะปัจจุบัน ปัญหาของกรุงเทพฯ เพิ่มมากขึ้นตามความหนาแน่นและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนกรุง ไม่จำเป็นต้องดำเนินโครงการใหญ่ และสามารถทำได้ทันทีในขอบเขตอำนาจของตนเอง เพราะเป็นเรื่องยากมากในสถานการณ์การเมืองปัจจุบันที่การทำงานกับหน่วยงานอื่น โดยเฉพาะกับรัฐบาลนั้นจะเป็นไปอย่างราบรื่น ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุดในบทบาทของผู้ว่าฯ กทม.

เราเห็นว่า การทำในเรื่องเล็กๆ โดยไม่ต้องมุ่งไปที่เรื่องใหญ่จนเกินไป น่าจะเป็นบทบาทที่ดีที่สุดของผู้ว่าฯ กทม. ในสถานการณ์ปัจจุบัน อีกทั้งคนกรุงเทพฯ เผชิญกับปัญหาใกล้ตัวในเรื่องสภาพแวดล้อมและคุณภาพชีวิตมากยิ่งขึ้น การเริ่มด้วยโครงการขนาดเล็ก แม้จะไม่โด่งดังในทางการเมือง แต่ก็ถือว่าเป็นประโยชน์ที่แท้จริงกับคนกรุงเทพฯ ในระยะยาว เพราะการทำโครงการไม่ใหญ่นัก แต่ประสบความสำเร็จ ย่อมดีกว่าโครงการใหญ่ที่ยืดเยื้อยาวนาน และมองไม่เห็นว่าจะเสร็จเมื่อไร