มีบ่อยครั้งที่แต่ละหน่วยงานรัฐให้ตัวเลขไม่ตรงกัน...ไม่น่าแปลกใจ เพราะต่างมีเกณฑ์มาตรฐานชี้วัดตัวเลขแตกต่างตามภารกิจ
ขอให้ไปในทิศเดียวกัน...ไม่ได้ไปแบบ “ขึ้นเหนือกับลงใต้”
ในจังหวะวิกฤติมีบ่อยครั้งที่หลายฝ่ายให้ข้อมูลแตกต่างกันไปบ้าง...แต่จะเป็นที่ติดอกติดใจคนทั่วไปมาก...หากมีการใช้สถานการณ์ประโคม เพื่อเป้าหมายทางใดทางหนึ่ง
ยุคข้อมูลข่าวสารลื่นไหลอย่างนี้...ด้านหนึ่ง ช่วยประโคมข่าวกระตุ้นสังคมให้ได้คิดอ่านและลงมือทำในทางบวกได้ผลดี...อีกด้านหนึ่งยุคนี้ก็ทำให้คนทั่วไปจับทางกลยุทธ์ของบางฝ่ายที่อาศัยสถานการณ์ได้ไม่ยาก
การปิดซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซธรรมชาติยาดานาในพม่า ก็มีการ overacting ตามสมควรเช่นเดียวกัน
ในปรากฏการณ์นี้...หลายหน่วยงานรัฐ พยายามให้ข้อมูลตรงไปตรงมา เพราะกลุ่มนี้อยู่ด่านหน้า ใกล้ชิดประชาชน ความขัดแย้งที่ผ่านมา ทำให้ต้องปรับตัวต่อการเปิดเผยข้อเท็จจริง เพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ขณะที่บางส่วนมุ่งอาศัยจังหวะนี้ประโคมข่าว ชิงความได้เปรียบและผลักดันนโยบายกระจายเชื้อเพลิงให้เป้า
ดังนั้น บางจุด อาทิ การซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซฯ ไทย-มาเลเซีย ที่เรียกว่า เจดีเอ ซึ่งได้ยุติไปแล้วตั้งแต่ต้นเดือนก.พ. ที่ผ่านมา จึงถูกภาคการเมืองหยิบยกขึ้นมาพูดใหม่ ปะปนไปกับการหยุดซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซฯ ยาดานา เพื่อซ้ำเติมสถานการณ์ให้เป็น "วิกฤติ" ตามทฤษฎี
ไม่น่าแปลกใจที่จะมีความต้องการประโคมข่าว เพื่อใช้สถานการณ์นี้ผลักดันการลดใช้พลังงานทุกภาคส่วน โดยเฉพาะไฟฟ้า...แต่จะเป็นเรื่องสมควรแปลกใจที่ได้เห็นการสร้างความชอบธรรมให้โรงไฟฟ้าถ่านหินอีกคราว...เหมือนการสร้างความชอบธรรมให้กับการสร้างเขื่อนโดยอาศัยน้ำท่วมมาตอกย้ำ
และอาศัยจังหวะนี้เช่นเดียวกันกล่าวโทษผู้คัดค้านว่า เป็นต้นเหตุทำให้บ้านเมืองเสียหาย ทำให้บริบทของการต่อต้านโครงการถูกทำให้พร่าเลือนไป
นอกจากนี้ยังมีการอาศัยสถานการณ์แหล่งก๊าซฯ ซ่อมบำรุงอีกร้อยแปดเรื่อง ล่าสุด "ผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ เสนอตัวผลิตไฟฟ้าเข้าระบบเป็นพันเมกะวัตต์ อ้างถึงการช่วยประเทศในช่วงที่แหล่งก๊าซฯ ซ่อมบำรุง 5-14 เม.ย. 2556" คงมองว่าตอนนี้ผู้ดูแลระบบอย่าง 3 การไฟฟ้ากำลังหน้ามืด เชื้อเพลิงอะไรผลิตเข้าระบบได้ช่วงนี้รับทั้งหมด โดยไม่คิดถึงต้นทุน
การอาศัยจังหวะ สร้างความชอบธรรมบางเรื่องก็สมน้ำสมเนื้อ อาทิ การสร้างความตระหนักให้กับสังคมในการช่วยกันลดใช้ไฟฟ้า แต่การอาศัยจังหวะบางเรื่องก็ทำให้ผู้พูด มองเป็นนัก "ฉวย" โอกาสได้เหมือนกัน
ไม่ว่าจะเป็นจังหวะใดก็ตาม หากโปร่งใส ให้ข้อเท็จจริงทุกด้านอย่างตรงไปตรงมา มองทั้งบวกและลบของโครงการอย่างเป็นจริง จะเป็นการดีทั้งในวันนี้และระยะยาวมากกว่า...การพุ่งเป้าให้ถึงเป้าหมายในบางนโยบาย และตั้งท่าดิสเครดิตผู้คัดค้าน
เห็นกันอยู่แล้วว่า...วันนี้ไม่ว่าจะทำโครงการเล็กหรือใหญ่ด้านพลังงาน...ถูกตีเสมอ...ข้อเท็จจริงถึงสาเหตุ...จากการสะสมความไม่ไว้วางใจของบุคคลภายนอกต่อนโยบาย ฝ่ายบริหาร เจ้าหน้าที่หน้างานของหน่วยงานและองค์กรพลังงาน...ควรถูกให้น้ำหนักอย่างจริงจัง...มากกว่าทัศนคติที่ว่า "ประชาชนที่ต่อต้านมีประโยชน์แอบแฝง"





