แล้วไทยก็ไม่แพ้ชาติใดในโลกอีกครั้ง หลังจากสามีภรรยานักปั่นจักรยานชาวอังกฤษ ต้องมาสังเวยชีวิตบนถนนประเทศไทย
กระแสวิพากษ์วิจารณ์ก็ดังไปทั่วโลก ถึงความไม่ปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนของประเทศนี้ มีการหยิบยกข้อมูลขององค์การอนามัยโลกที่ได้เปิดเผยผลการสำรวจปี 2553 ระบุถึงการตายจากอุบัติเหตุในประเทศไทยสูงเป็นอันดับ 6 ของโลก เป็นรองก็เพียงประเทศมาลาวี สวาซิแลนด์ นามิเบีย อิรัก และ อิหร่าน
ชาวต่างชาติหลายชาติหลายภาษามาประเทศไทยแล้ว ต้องการขี่จักรยานชมทัศนียภาพที่หลากหลาย น่าตื่นตาตื่นใจกว่าป่าคอนกรีตที่คุ้นเคย แต่อุปสรรคสำคัญ ก็คือ ความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน การขาดวินัยของผู้คน แม้ว่าจะมีกฎหมายกำหนดบทลงโทษ ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่เอง หรือคนใช้ถนนอื่นๆ การขับขี่ก็มีทั้งแซงซ้าย ขับรถแทรกบนไหล่ทาง ขับเร็วเกินกฎหมายกำหนด คนข้ามถนนก็ไม่ชอบใช้สะพานลอย หรือทางม้าลาย ทั้งสองฝ่ายไม่เคารพสัญญาณจราจร
ไฟแดงคนขับไม่หยุดให้ข้ามถนน ฟากคนข้ามถนนแม้จะไฟเขียวพอเห็นปลอดรถก็จะข้าม กระทั่งมีเรื่องตลกเล่าสู่กันฟังเสมอๆ เวลาโดนตำรวจจับ ว่า ทำไมไม่หยุดให้คนข้าม ก็เพราะเขามองไม่เห็นตำรวจนั่นเอง ต่างจากประเทศที่เจริญแล้วที่เขาจะฝึกวินัยของคนในชาติจนเสมือนอยู่ในเส้นเลือด ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะมีใครเห็นหรือไม่ จิตสำนึกต้องบอกตัวเองอยู่เสมอว่าต้องไม่ละเมิดกฎหมาย ไม่คำนึงถึงความสะดวกสบายส่วนตัว จนส่งผลกระทบต่อส่วนรวม
มาตรการประหยัดพลังงานของประเทศไทย ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สร้างปัญหาความปลอดภัยต่อการใช้รถใช้ถนน เพราะเวลากลางคืนช่วงหลัง 21.00 หรือ 22.00 น. ไฟฟ้าที่เคยส่องถนนสายใหญ่ๆ ก็มักจะดับลงโดยพร้อมเพรียงเพื่อประหยัดพลังงาน ทั้งๆ ที่ปัจจุบันการเดินทางยามค่ำคืนมีอยู่ตลอดเวลา และสภาพถนนแต่ละสายไม่ได้ราบเรียบสม่ำเสมอ แต่เต็มไปด้วยหลุมบ่อ เล็กบ้างใหญ่บ้าง โดยเฉพาะหลังจากน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 จนถึงปัจจุบันถนนได้รับการซ่อมแซมบ้าง แต่ไม่กลับมาเหมือนเดิมซ่อมไปไม่ถึง 3 เดือน สภาพขรุขระ การทรุดตัวมีให้พบเห็นอยู่ทั่วไป เมื่อความสว่างไม่เพียงพอ ยิ่งเป็นช่องทางเพิ่มอุบัติเหตุ
ยิ่งล่าสุด ประเทศไทย กำลังจะมีปัญหาพลังงานจากการหยุดส่งก๊าซธรรมชาติจากแหล่งยาดานา ช่วงเดือนเมษายน 2556 รัฐบาลรณรงค์ให้ช่วยกันประหยัดพลังงาน หน่วยงานใดทำไม่ได้ต้องถูกตัดงบประมาณปีหน้า เหตุการณ์นี้เชื่อว่าถนนหนทางต่างๆ ต้องถูกปิดไฟส่องสว่างเพิ่มขึ้นอีกแน่ ซึ่งทางออกของการประหยัดพลังงาน ควรดำเนินการโดยคำนึงถึงผลได้ผลเสียที่จะตามมา ที่ใดควรดับไฟประหยัดพลังงาน ที่ใดจำเป็นต้องมีไฟฟ้าใช้ 24 ชั่วโมง หรือยามค่ำคืนต้องจัดการให้ชัด ไม่ใช่กระทำไปโดยสะเปะสะปะไร้ทิศทางขอเพียงให้ประหยัดพลังงานได้ตามเป้าหมายเท่านั้น






