วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อาทิตย์ที่แล้วจะเคอร์ฟิว อาทิตย์นี้จะเลิก พ.ร.ก.

ปัจจัยสำคัญที่สุดปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยืดเยื้อ...ซึ่งไม่ใช่แค่ 9 ปี

แต่มีมานานนับร้อยปี คือความไม่ชัดเจนต่อเนื่องในนโยบายและยุทธศาสตร์ของรัฐไทยเอง

ตัวอย่างใกล้ที่สุดและชัดเจนที่สุด คือ เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว รองนายกฯเฉลิม อยู่บำรุง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการดับไฟใต้ (ศปก.กปต.) ของรัฐบาล เพิ่งเสนอแนวคิดให้ประกาศเคอร์ฟิวใน “พื้นที่รุนแรงซ้ำซาก”

“เคอร์ฟิว” คือมาตรการทางทหารอย่างหนึ่ง ให้อำนาจไว้ตามกฎอัยการศึก และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เมื่อประกาศเคอร์ฟิวหมายถึงการห้ามประชาชนออกนอกเคหสถานในเวลาที่กำหนด โดยนัยก็คือเพื่อแยก “ประชาชนออกจากคนร้าย” ให้ถนนหรือพื้นที่สาธารณะต่างๆ ปลอดจากคนบริสุทธิ์ ใครที่ออกมาเพ่นพ่านย่อมถือเป็นผู้ไม่หวังดี เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติการทางทหารได้ทันทีทันควัน

มาตรการเคอร์ฟิวนั้น ศปก.กปต.เพิ่งประชุมสรุปกันไปเมื่อวันศุกร์ที่แล้วนี้เองว่ายังไม่มีความจำเป็นต้องประกาศ แต่ก็ไม่ได้สรุปเด็ดขาดว่าจะไม่ประกาศตลอดไป เพียงแต่ต้องพิจารณาข้อมูลประกอบสถานการณ์ เวลา และสถานที่

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้ความต้องการประกาศเคอร์ฟิวอ่อนแรงลงไป มาจากความสำเร็จของปฏิบัติการทางทหารที่ฐานนาวิกโยธิน อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อ 13 ก.พ.ซึ่งสามารถวิสามัญฆาตกรรมฝ่ายก่อความไม่สงบได้ถึง 16 ศพ

ทว่าถัดจากวันประชุมแค่ 1 วัน ก็มีการก่อเหตุรุนแรงในลักษณะ “ป่วนเมืองปัตตานี” มีการวางระเบิดต่อเนื่องหลายสิบจุด กู้สำเร็จบ้าง ไม่สำเร็จบ้าง สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินไม่ใช่น้อย

แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ทันทีที่เปิดสัปดาห์ใหม่ และนายกฯยิ่งลักษณ์ เรียกประชุมวงเล็กหน่วยงานความมั่นคง ผลที่ออกมากลับกลายเป็นการเพิ่มน้ำหนักการใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ แทน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มุ่งเปิดพื้นที่พูดคุยเจรจา เปิดช่องทางให้ผู้ที่เห็นต่างจากรัฐ หรือแม้กระทั่งผู้ที่เคยร่วมปฏิบัติการก่อความรุนแรง ได้เข้ารายงานตัวและเลือกฝึกอบรมกับรัฐเป็นเวลา 6 เดือนแทนการถูกดำเนินคดี

หลายคนคงร้อง “อ้าว!” เมื่ออาทิตย์ที่แล้วยังฮึ่มๆ จะประกาศเคอร์ฟิวอยู่เลย ข้ามสัปดาห์มาจะจับมือเจรจาปรองดองกันแล้วหรือ ทำไมมันต่างกันสุดขั้วขนาดนั้น

ที่พูดอย่างนี้ไม่ใช่มาตรา 21 ไม่ดี ไม่ใช่ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ไม่ควรใช้ แต่ประเด็นก็คือ ความชัดเจนของนโยบายอยู่ตรงไหน ตกลงรัฐบาลจะใช้ยุทธศาสตร์อะไรดับไฟใต้

ในเมื่อรัฐมนตรีที่คุมนโยบายยังพูดกลับไปกลับมา แค่ข้ามสัปดาห์ยังพูดต่างกันสุดขั้ว จึงย่อมป่วยการที่จะไปเอ่ยถึงยุทธศาสตร์ใหญ่เพื่อ “เอาชนะ” ขบวนการที่อ้างอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดนว่าจะเอากันอย่างไรแน่

ปัญหานี้ไม่ใช่เพิ่งเกิด แต่มีมาตลอดหลายสิบปี หลายเรื่องที่รัฐบาลในอดีตเคยทำดี แต่ต่อมากลับไม่มีการสานต่อ หลายเรื่องปลดเงื่อนไขไปแล้ว แต่ต่อมาดันไปยกเลิก จึงกลายเป็นเงื่อนไขใหม่ในวันนี้

ดังเช่นกรณี “หยุดวันศุกร์” หลายคนอาจไม่ทราบว่าเมื่อ 26 เม.ย.2491 จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้ลงนามในประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องกำหนดเวลาทำงานและวันหยุดราชการ กำหนดให้ 4 จังหวัดภาคใต้ คือ ปัตตานี สตูล ยะลา และนราธิวาส หยุดราชการวันพฤหัสบดีครึ่งวัน และวันศุกร์เต็มวัน โดยให้เหตุผลเพื่อความสอดคล้องกับลัทธิทางศาสนา

คำสั่งนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตอนที่ 24 เล่ม 65 เมื่อ 4 พ.ค.2491 และใช้ต่อเนื่องยาวนานกว่า 10 ปี แต่หลังจากนั้นก็ถูกยกเลิก เปลี่ยนกลับมาหยุดเสาร์-อาทิตย์เหมือนพื้นที่อื่น

ถ้าเราไม่เปลี่ยนนโยบายนี้ กรณี “หยุดวันศุกร์” ก็จะไม่กลายเป็นเงื่อนไขให้เกิดการข่มขู่ทำร้าย หรือแม้แต่คาร์บอมบ์จนมีคนเจ็บตายในปัจจุบัน...

นี่แหละคือความสำคัญของยุทธศาสตร์และนโยบาย ซึ่งยังหาไม่ได้จากฝ่ายการเมืองในปัจจุบัน!