จากกระแสความนิยมตุ๊กตา Furby ในเมืองไทยส่งผลให้ผมต้องมาเดินระเห็จอยู่แถวย่าน Akihabara ในโตเกียว อันเป็นย่านที่ญี่ปุ่นเรียกว่าElectric Town
เชื่อว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยที่ชื่นชอบสินค้าอิเลคโทรนิคส์คงได้มีโอกาสมาเยือน ซึ่งจะได้เห็นร้านค้าขายของต่างๆ จำนวนมากแออัดเบียดเสียดเรียงรายกันอยู่บริเวณริมถนนในย่านนี้สุดลูกตา
โดยสินค้าส่วนใหญ่ก็จะเกี่ยวข้องกับด้านเทคโนโลยีต่างๆ ไม่ว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป เครื่องใช้ไฟฟ้านานาชนิด ของเล่นสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ ตุ๊กตาทั้งแบบเคลื่อนไหวได้และเป็นแบบโมเดล และรวมถึงร้านหนังสือการ์ตูนซึ่งที่นี่อยู่เป็นจำนวนมาก
อันที่จริงก่อนหน้านี้ผมก็ได้ไปเดินหา Furby ที่ห้างสรรพสินค้าใกล้ๆ ที่พักซึ่งอยู่ไกลจากโตเกียวไปไม่มาก แต่มองหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอเจ้าตัวนี้แม้แต่เงา เดาว่าเหตุผลไม่ใช่เป็นเพราะว่ามันถูกกว้านซื้อไปโดยลูกค้าชาวไทยแต่อย่างใด แต่คงเป็นเพราะว่ามันเป็นสินค้าที่ไม่ได้อยู่ในความนิยมระดับเดียวกับที่เกิดขึ้นในบ้านเรา
เมื่อผมมาเดินหาเจ้า Furby ที่ย่านนี้ก็ต้องใช้เวลานานพอสมควรเพราะว่าหลายร้านที่มั่นใจว่าต้องมีแน่ๆ แต่พอเข้าไปดูก็ไม่มีให้เห็น จนเกินกว่าชั่วโมงผ่านไปก็ได้ไปเจอเจ้า Furby กลุ่มหนึ่งยืนเหงาๆ อยู่บนชั้นวางขายของในร้านสินค้าปลอดภาษีร้านหนึ่ง เดาเอาว่าก็น่าจะพอขายได้มิเช่นนั้นคงไม่มีวางไว้เป็นจำนวนนับสิบชิ้น แต่ทั้งนี้ในระหว่างที่ยืนเพื่อเลือกซื้อเจ้าตัวนี้เป็นเวลานานพอสมควรนั้น ผมขอยืนยันว่าไม่มีลูกค้าคนใดแวะมาดูหรือให้ความสนใจกับพวกมันแม้แต่รายเดียว
น่าสงสารพวกมันเหมือนกัน เกิดผิดที่ผิดทางก็แบบนี้แหละ ถ้าลองไปอยู่ในเมืองไทยตอนนี้คนคงแย่งกันเอาไปเลี้ยงดูอย่างลูกแสนรักแล้วละครับ
อันที่จริงเจ้าตัว Furby ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงอิเลคโทรนิคส์ตัวแรก ถ้ายังจำได้ก่อนหน้านี้ก็เคยมี Tamagotchi ที่โด่งดังมาจากประเทศญี่ปุ่นและกลายเป็นกระแสคลั่งไคล้ของเด็กๆ และวัยรุ่นไทยมาเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว อันเป็นสัตว์เลี้ยงอิเลคโทรนิคส์ที่เจ้าของต้องให้ความสนใจ ป้อนอาหารหรือเล่นกับมัน เหมือนกับว่ามันเป็นสิ่งที่มีชีวิตเช่นสัตว์เลี้ยงประเภทอื่น
สำหรับสังคมญี่ปุ่นนั้น การแปรสภาพสัตว์เลี้ยงเป็น “สัตว์เลี้ยงอิเลคโทรนิคส์” สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงและข้อจำกัดทางด้านสังคมได้ไม่น้อย
การมีสัตว์เลี้ยงที่มีชีวิตจริงไม่ว่าจะเป็นหมาหรือแมวในญี่ปุ่นนั้นเป็นกิจกรรมที่ผู้เลี้ยงต้องมีต้นทุนที่จำเป็นของการเลี้ยงอยู่ไม่น้อย
ในเมืองใหญ่ๆ เช่นโตเกียว โอซาก้า เป็นที่รับรู้ว่ามีค่าครองชีพในระดับ Top Ten ของโลก ยิ่งการสำรวจครั้งล่าสุดทั้งสองเมืองกลายเป็นเมืองที่มีค่าครองชีพแพงอันดับหนึ่งและสองของโลกตามลำดับ พื้นที่ในการใช้ดำรงชีวิตก็มีมูลค่าสูงขึ้นไปด้วยเช่นกัน คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ซึ่งอยู่ในพื้นที่เมืองก็จะต้องอยู่ในห้องพักที่มีลักษณะคล้ายกับคอนโดมิเนียมในประเทศไทย ถ้ามิได้มีฐานะดีมากหากต้องการเป็นบ้านก็อาจต้องเลือกอาศัยอยู่ในเขตที่ไกลออกไปย่านชานเมือง
ไม่ใช่เพียงข้อจำกัดทางด้านพื้นที่เท่านั้น แต่วัฒนธรรมในการมีสัตว์เลี้ยงอย่างน้อยก็กับเจ้าหมาโฮ่งๆ ผู้เป็นเจ้าของต้องให้เวลาและความสนใจในการพาไปเดินออกกำลังนอกบ้านที่ส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก ช่วงเย็นๆ ตามสวนสาธารณะในเขตเมืองญี่ปุ่นนอกจากเราจะได้เห็นบรรดาแม่ๆ พาเด็กมาเล่นกันแล้ว ก็จะมีอีกส่วนที่เห็น “โอบะจัง” หรือบรรดาคนแก่จูงหมาออกมาเดินเที่ยวเล่นด้วยเช่นกัน
หากลองนึกต่อไปถึงการให้อาหาร การพาไปหาหมอ การทำความสะอาด การแต่งตัวให้กับเจ้าน้องหมาทั้งหลายก็ล้วนแต่เรียกร้องให้ผู้เลี้ยงจำเป็นต้องมีทรัพยากรที่พร้อมพอสมควร ถ้าป่วยก็ต้องรีบพาไปหาหมอทันที ไหนจะต้องมีคนคอยดูแลอีก บรรดาหนุ่มโสด สาวโสดที่กลางวันต้องทำงานหนักจนถึงยามเย็นก่อนจะออกไปกินเบียร์ในตอนกลางคืน และอาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมพื้นที่แคบๆ ย่อมไม่สามารถแบกรับการมีสัตว์เลี้ยงจริงๆ ได้
เปรียบเทียบกับสัตว์เลี้ยงแบบอิเลคโทรนิคส์แล้ว สบายกว่ากันเยอะเลยครับ เมื่อเอามือลูบหัวมันก็ลืมตา สั่นหู พอเปิดเพลงมันก็เต้นไปมาได้ ทำให้เจ้าของก็สามารถคลายความว้าเหว่จากชีวิตประจำวันได้ไม่น้อยยามต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวในที่พัก จะกลับถึงยามมืดก็ได้เพราะไม่ต้องพาไปเดินที่เล่นสูดอากาศที่ไหน
หรือถ้าเกิดมันป่วยขึ้นมาก็รอวันหยุดก่อนค่อยเอาไปซ่อมก็ได้ ไม่ต้องรีบร้อนเพราะยังไงมันก็ไม่ได้ตายจริงๆ คงมีนอตหรืออะไรสักชิ้นที่มันผิดปกตินั่นแหละก็เลยไม่ยอมสั่นหูเหมือนเดิม
แต่เพราะยังไงมันก็เป็นหุ่นยนต์จึงอาจทำให้มันอยู่ในความสนใจได้เพียงชั่วระยะเวลาหนึ่งไม่เหมือนกับสัตว์เลี้ยงที่มีชีวิตจริง การประดิษฐ์เจ้า Furby หรือการปรับแก้แบบไมเนอร์เชนจ์ (minor change) ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะพยายามทำให้มันดูมีขนนุ่มนวลน่าสัมผัสหรือความสามารถในการตอบโต้กับผู้เป็นเจ้าของเหมือนเจ้าน้องหมา ก็เป็นความพยายามในการทำให้มันเหมือนดูมีชีวิตมากขึ้น เพื่อจะได้ทำให้มนุษย์ผู้เปลี่ยวเหงารู้สึกว่ามีเพื่อนสัตว์เลี้ยงที่มีชีวิตอยู่ข้างตัวจริงๆ
การเปลี่ยนแปลงสู่สังคมสมัยใหม่ของหลายแห่ง ไม่เพียงเฉพาะในญี่ปุ่นหากรวมไปถึงอีกหลายสังคมได้สร้างให้มนุษย์ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวจากคนอื่นๆ มากขึ้น ครอบครัว ชุมชน หรือการใช้ชีวิตที่สัมผัสกับธรรมชาติ สัตว์เลี้ยงเสมือนจริงก็อาจเป็นเสี้ยวเล็กๆ อันหนึ่งต่อความพยายามตอบสนองความต้องการที่อยู่ในส่วนลึกของมนุษย์
ในหลายแห่งสัตว์เลี้ยงเสมือนจริงตอบสนองต่อเงื่อนไขและความเปลี่ยนแปลงของสังคม แต่ความบ้าเห่อในสังคมไทยจะตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงในลักษณะเดียวกัน หรือจะเป็นเพราะการแห่ตามกระแสดาราเพียงอย่างเดียวหรือไม่นั้นเป็นเรื่องที่คงต้องอธิบายกันเพิ่มเติมมากขึ้น โดยส่วนตัวแล้วผมไม่เชื่อว่าเหตุผลสำคัญเป็นเพราะการตามแฟชั่นของดาราเพียงอย่างเดียว แต่เพราะแฟชั่นนี้สามารถตอบสนองต่ออารมณ์ความรู้สึกของปัจเจกชนในสังคมไทยได้ไม่น้อยด้วยเช่นกัน
สุดท้ายขอบอกเป็นข้อมูลเอาไว้ว่าเจ้า Furby ที่ผมซื้อมาราคาตัวละ 7,140 เยน และเมื่อได้รับส่วนลดในฐานะชาวต่างชาติแล้วเหลือ 6,800 เยน ส่วนราคาเป็นเงินบาทไทยจะคิดเป็นเท่าไหร่ก็ลองคำนวณกันดูเอง วันที่ผมซื้อนั้นอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ประมาณ 100 เยนต่อ 33 บาทครับ






