ชาร์ทนี้บอกชัดเจนว่าการใช้ถ่านหินของจีน กำลังพุ่งพรวดพราดอย่างน่ากลัว เพราะเป็นภาวะที่ก่อให้เกิดมลพิษ
จนคนทั้งโลกหันมาถามว่า จีนจะแก้ปัญหานี้ก่อนจะกลายเป็นวิกฤติระดับโลกอย่างไร
สถิตินี้เก็บโดยสำนักงานข่าวสารพลังงานของสหรัฐ (US Energy Information Administration หรือ EIA) ที่อ้างว่า รัฐบาลจีนเองไม่ค่อยจะชี้แจงข้อมูลอันสำคัญอย่างนี้ จึงเป็นหน้าที่ของคนอื่นที่จะต้องคอยจับตาดูอย่างใกล้ชิด
เพราะว่า โลกวันนี้เล็กนิดเดียว ใครทำอะไรที่ไหนล้วนมีผลต่อคนอื่นทั้งสิ้น
ความรับผิดชอบของทุกประเทศมีต่อพลเมืองโลก เพราะว่ามลพิษสามารถไปจากประเทศหนึ่งถึงอีกประเทศหนึ่งได้อย่างง่ายดาย
มลพิษไม่เคารพในเส้นแบ่งภูมิศาสตร์ เช่น กรณีควันไฟป่าจากอินโดฯ เข้ามาทางมาเลเซียและสิงคโปร์ เข้าไทยทางใต้ทุกปี และยังไม่มีมาตรการป้องกันที่มีประสิทธิภาพอย่างที่เรียกร้องกันมาหลายปีเลย
ตัวเลขชุดนี้ยืนยันว่าจีนประเทศเดียวเผาผลาญถ่านหินเกือบจะเท่ากับประเทศอื่นๆ ทั้งโลกรวมกันทีเดียว
รัฐบาลกลางจีน ได้พยายามส่งเสริมการผลิตพลังงานทดแทนอย่างคึกคัก แต่กระนั้นก็ตาม การขยายตัวทางอุตสาหกรรมของจีนทำให้ความจำเป็นต้องใช้พลังงานทุกประเภทยังมีอยู่ต่อไป
แม้ว่าช่วงหลังนี้จีนจะลดการใช้ถ่านหินลงบ้าง แต่หากประเมินจากยอดที่เผาผลาญจริงๆ เพื่อป้อนโรงงานทั่วประเทศของจีน ก็ยังถือว่าเป็นปริมาณที่สูงน่ากลัว
ใครไปปักกิ่ง ในช่วงเดือนที่ผ่านมาก็จะสัมผัสภาวะหมอกควันรุนแรงได้อย่างชัดเจน และสื่อมวลชนจีนก็รายงานเรื่องนี้อย่างกว้างขวางเป็นครั้งแรก โดยไม่กลัวจะมีการข่มขู่และลงโทษจากเจ้าหน้าที่อย่างที่เคยเป็นมา
แต่ก่อนเจ้าหน้าที่รัฐจีน จะพยายามสกัดข่าวร้ายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เพราะถือว่าเป็นเรื่องที่กระทบต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาล
วันนี้ ข่าวอย่างนี้ระงับและสกัดไม่ได้ เพราะคนทั่วไปสามารถเขียนความเห็นและส่งภาพขึ้น social media ของจีนได้ตลอดเวลา ไม่ว่าอำนาจของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐบาลกลางจะเบ็ดเสร็จเพียงใด แต่เทคโนโลยีด้านข่าวสารก็สามารถเอาชนะอำนาจการเมืองได้แล้วอย่างจะแจ้ง
การที่จีนใช้ถ่านหินมากมายขนาดนี้เป็นอันตราย ไม่เพียงแต่ต่อสุขภาพของคนจีนเอง หากแต่ยังเป็นประเด็นคุกคามสวัสดิภาพคนทั้งโลก
การปล่อยก๊าซเรือนกระจก (greenhouse-gas emissions) ทุกวันนี้ ร้อยละ 20 มาจากถ่านหิน
แปลว่า ถ่านหินเป็นเหตุใหญ่ที่สุดแห่งภาวะโลกร้อนที่มาจากน้ำมือมนุษย์เอง
บางคนเรียกถ่านหินว่าเป็น “ศัตรูของมนุษยชาติ” เลยทีเดียว
ทำไมจีนจึงใช้ถ่านหินมากเช่นนี้? เหตุผลมีง่ายนิดเดียว มันเป็นแหล่งพลังงานที่ราคาถูกที่สุด
ดังนั้น ประเทศด้อยพัฒนาที่ต้องการพลังงานราคาถูก จึงยังต้องใช้ถ่านหินอย่างสูง และหากการผลิต “พลังงานสะอาด” ยังไม่สามารถเสนอราคาถูกกว่าที่เป็นอยู่ปัจจุบัน ก็ยังไม่เห็นจังหวะที่ประเทศต่างๆ จะหยุดใช้ถ่านหิน ไม่ว่าผลร้ายต่อสุขภาพจะมีสูงอย่างน่ากลัวเพียงใดก็ตาม
นี่เป็นปัญหาใหญ่ที่ยังไม่มีกติกาใดๆ สามารถทำให้ลดการใช้ถ่านหินน้อยลงเพื่อป้องกันความเสียหายต่อชาวโลกได้
จนกว่าจะมีความพยายามระดับโลก ที่จะร่วมมือกันสร้างนวัตกรรมพลังงานทดแทน ที่สามารถแทนถ่านหินได้อย่างมีนัยสำคัญ
นั่นแปลว่า ชาติร่ำรวยกับชาติกำลังพัฒนา จะต้องจับมือกันอย่างเป็นกิจจะลักษณะ เพื่อรักษาโลกใบนี้ไม่ให้กลายเป็นนรกสำหรับผู้ยากไร้ และสวรรค์เฉพาะคนมีเงินเท่านั้น
เพราะหากว่าโลกนี้ตกอยู่ภายใต้มลพิษร้ายแรง รวยหรือจนก็หนีไม่พ้นหายนะเช่นกัน






