จากการที่กระทรวงการคลัง มีหนังสือที่ กค 0406.7/1913 ลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2556 ถึง เลขาธิการ
กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เรื่อง ขอนำเงินรายได้จากการประมูลคลื่นความถี่ 2.1 GHz นำส่งรายได้แผ่นดิน แจ้งให้สำนักงาน กสทช. ขอถอนคืนเงินรายได้แผ่นดินจำนวน 20,842,969,963.43 บาท (สองหมื่นแปดร้อยสี่สิบสองล้านเก้าแสนหกหมื่นเก้าพันเก้าร้อยหกสิบสามบาทสี่สิบสามสตางค์) ที่สำนักงาน กสทช. นำส่งคลังไปตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2555 ตามข้อบังคับกระทรวงการคลังว่าด้วยการหักรายรับจ่ายขาดและการถอนคืนเงินรายรับ พ.ศ. 2550 ภายใน 15 วันนับตั้งแต่ได้รับหนังสือแจ้ง ลงนามโดยนางสาวสุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน ปฏิบัติราชการแทนนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง
หนังสือดังกล่าว ไปถึงสำนักงาน กสทช. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2556 จากนั้นวานนี้ (11 ก.พ.) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ได้ลงนามหนังสือตอบกลับกระทรวงการคลังว่า สืบเนื่องจากวันที่ 3 ธันวาคม 2555 ศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับคำเสนอเรื่องพร้อมความเห็นและคำขอให้ศาลกำหนดมาตรการ หรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษาของผู้ตรวจการแผ่นดินไว้พิจารณา และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ โดยวินิจฉัยว่าผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ใช่ผู้มีสิทธิเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลปกครอง ตามมาตรา 245 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ประกอบกับมาตรา 14 (2) แห่งพ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. 2552 และมาตรา 43 แห่งพ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองกลาง พ.ศ. 2542 และแม้ว่าผู้ตรวจการแผ่นดินจะได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองสูงสุดก็ตาม แต่ปัจจุบันการอุทธรณ์คำสั่งของผู้ตรวจการแผ่นดินอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุดว่าจะรับคำอุทธรณ์ไว้พิจารณาหรือไม่ ซึ่งสำนักงาน กสทช. เห็นว่า การฟ้องคดีต่อศาลปกครองดังกล่าวยังมิได้พิจารณาถึงประเด็นวิธีการประมูลคลื่นความถี่และประกาศคณะกรรมการ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล ย่าน 2.1 GHz พ.ศ. 2555 ว่าชอบหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายแต่อย่างใด
ดังนั้น สำนักงานฯ จึงมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องนำเงินที่ได้จากการประมูลหลังจากหักค่าใช้จ่ายนำส่งกระทรวงการคลังตามมาตรา 45 แห่งพ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553
ทั้งนี้ การที่กระทรวงการคลังขอให้สำนักงาน กสทช. ถอนคืนเงินรายได้แผ่นดินจำนวนดังกล่าว เปลี่ยนเป็นนำเงินจำนวนดังกล่าวฝากกระทรวงการคลังนั้น สำนักงานฯ เห็นว่าการส่งคืนรายได้จากการประมูลคลื่นความถี่ดังกล่าวเป็นการดำเนินการที่ชอบด้วยกฎหมายประกอบกับกระทรวงการคลังได้ส่งเงินดังกล่าวเข้าบัญชีเงินคงคลังที่ 1 ไปแล้ว จึงไม่มีเหตุผลที่สำนักงานฯ จะขอถอนคืนเงินรายได้ และขณะนี้ก็ยังไม่มีคำวินิจฉัยของศาลปกครองว่าการนำส่งรายได้แผ่นดินเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย นอกจากนี้ ข้อบังคับของกระทรวงการคลังว่าด้วยการหักรายรับจ่ายขาดและการถอนคืนเงินรายรับ พ.ศ. 2550 ในเรื่องของการถอนคืนรายได้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ เห็นว่า รายได้ที่ไม่ควรนำส่งเป็นเงินรายได้ของแผ่นดิน จึงจะดำเนินการขอถอนคืนจากกระทรวงการคลัง ตามข้อบังคับของกระทรวงการคลังดังกล่าว
ต่างฝ่ายต่างก็อ้างถึงการยึด และปฏิบัติไปตามข้อกฎหมาย แต่สิ่งที่ต้องกระทำควบคู่กันไปคือ ความรับผิดชอบต่อประชาชนผู้เสียภาษี ทำอย่างไรให้มีบริการดีๆ เชื่อถือได้ ราคายุติธรรมออกมาให้ใช้งานในเวลาที่เหมาะสม






