วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

อย่าประมาททิศทางเศรษฐกิจ-ค่าเงิน

ภาวะการณ์ในตลาดหุ้นและตลาดเงินของไทย รวมถึงประเทศตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาคเอเชีย ดำเนินไปอย่างคึกคัก

และค่อนข้างหวือหวา จนทำให้ต้องมองดูภาพรวมเศรษฐกิจโลกสัปดาห์นี้ ว่าจะมีอิทธิพลต่อการไหลของกระแสเงินทุนอย่างไรบ้าง โดยการประชุมนัดที่ต้องจับตาคือการประชุมกำหนดนโยบายของผู้ว่าการธนาคารกลางยุโรป หรืออีซีบี และคำแถลงของผู้ว่าอีซีบีเกี่ยวกับการแข็งค่าของเงินยูโร แถลงการณ์ดังกล่าวจะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่จะถึงนี้ ถ้อยแถลงอีกอันที่อาจต้องดู คือการที่ผู้ว่าการธนาคารกลางแคนาดาจะขึ้นชี้แจงต่อสมาชิกสภาอังกฤษในวันเดียวกัน ก่อนเข้ารับตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษในเดือนกรกฎาคม ซึ่งในวันเดียวกันนี้เองธนาคารกลางอังกฤษก็จะประกาศผลการตัดสินใจด้านนโยบายเช่นกัน

เป็นที่คาดว่าธนาคารกลางยุโรปจะไม่เปลี่ยนแปลงท่าทีด้านนโยบาย แต่ก็ต้องจับตาค่าเงินยูโร ซึ่งเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาพุ่งสู่ระดับสูงสุดในรอบ 14 เดือนเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ และสูงสุดในรอบ 30 เดือนเมื่อเทียบกับเงินเยน อันสะท้อนถึงคำสัญญาของธนาคารกลางสหรัฐที่จะเดินหน้าซื้อพันธบัตรจนกว่าอัตราว่างงานของสหรัฐจะลดลง ประกอบกับธนาคารกลางญี่ปุ่นมีแผนผ่อนคลายนโยบายการเงินลงอีก การแข็งค่าของเงินยูโรทำให้รัฐมนตรีคลังฝรั่งเศส เอ่ยปากว่าเงินยูโรน่าจะแข็งค่าเกินไป กระนั้น การลดดอกเบี้ยเพื่อรับมือการแข็งค่าของเงินยูโรไม่น่าจะเกิดขึ้นเร็ววันนี้ สำหรับเงินปอนด์นั้น ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 14 เดือนเมื่อเทียบกับยูโร ซึ่งน่าจะช่วยเกื้อหนุนเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวได้ หลังจากค่อนข้างซบเซาเมื่อปีที่แล้ว และคาดว่าเงินปอนด์จะอ่อนค่าต่อเนื่องเพราะมีแนวโน้มว่าผู้ว่าการธนาคารคนใหม่ของอังกฤษจะจัดทำนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากขึ้น

ในส่วนของเอเชีย เงินวอนของเกาหลีใต้เดินหน้าทำสถิติแข็งค่าต่อเนื่อง ด้วยการปรับตัวขึ้นมากที่สุดในวันเดียวในรอบเกือบ 15 เดือน สืบเนื่องจากตัวเลขทางเศรษฐกิจที่บ่งถึงการฟื้นตัวของประเทศอุตสาหกรรมสำคัญๆ ทำให้นักลงทุนเพิ่มการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วเอเชีย เหตุผลดังกล่าวดันให้เงินรูเปียะห์อินโดนีเซียแข็งค่าขึ้นเช่นกัน ในทำนองเดียวกับเงินเปโซฟิลิปปินส์ที่พุ่งไปใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี และเงินบาทของไทย

มีแนวโน้มว่าค่าเงินของประเทศตลาดเกิดใหม่ในเอเชียจะแข็งค่าไปอีกพักหนึ่ง ผลจากกระแสเงินทุนที่ไหลเข้า ซึ่งทิศทางของค่าเงินเป็นสิ่งหนึ่งที่น่าจับตา เพราะมีการมองว่าการทะยานของค่าเงินในหลายประเทศของเอเชีย เป็นการพุ่งขึ้นที่แรงเกินไป ขณะที่เจ้าหน้าที่ของบางประเทศอย่างเกาหลีใต้ก็เคลื่อนไหวด้วยการขอให้รัฐวิสาหกิจงดการกู้ยืมจากต่างประเทศ และเข้มงวดกฎระเบียบการซื้อขายตราสารอนุพันธ์ที่อิงกับอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารต่างๆ เพื่อบรรเทาความผันผวนในตลาด นอกจากนั้น แม้เกาหลีใต้คัดค้านการใช้นโยบายเก็บค่าธรรมเนียมธุรกรรมการเงิน แต่อาจพิจารณาใช้มาตรการทำนองนี้ หากการเก็งกำไรเงินวอนรุนแรงขึ้นในอนาคต

ขณะเดียวกัน เมื่อสัญญานทางเศรษฐกิจของประเทศพัฒนาแล้ว เริ่มคลี่คลาย ก็อาจเป็นช่วงจังหวะอีกเช่นกันที่นักลงทุนอาจลดการถือครองสินทรัพย์เอเชีย และจัดสรรสินทรัพย์บางส่วนจากเอเชียไปยังภูมิภาคอื่น อย่างยุโรป ในระยะสั้น ซึ่งสภาพการณ์ดังกล่าวจะยิ่งทำให้ค่าเงินเอเชียมีความผันผวนมากขึ้น ดังนั้นการบริหารจัดการความเสี่ยง รวมถึงคำนวนทิศทางต่างๆ อันเกี่ยวเนื่องกับเศรษฐกิจของประเทศสำคัญๆ จึงเป็นสิ่งที่ต้องกระทำอย่างรอบคอบที่สุด