สำหรับ นายสมชาย คุณปลื้ม หรือ กำนันเป๊าะ เพราะทำไปทำมาทำท่าจะไม่มีการเอาผิด ผู้ให้ที่พักพิง
หรือ “ช่วยเหลือ” จำเลยหนีคำพิพากษา แต่ถึงกระนั้นก็ต้องปรบมือให้กับ “ความกล้า” ของตำรวจชุดจับกุม อย่างน้อยก็ทำให้คนไทยได้รู้สึกว่ากฎหมายไทยยังคงความศักดิ์สิทธิ์อยู่บ้าง
O มีเสียงกระซิบจากผู้พิพากษาหลายท่าน ถ้าเป็นเมืองนอกที่ไม่มีระบบ “อุปถัมภ์นำพาชาติ” เหมือนบ้านเรา รับรองโดนแจ้งข้อหาดำเนินคดีกันกราวรูด ตั้งแต่ลูกหลานที่แห่เข้าไปเยี่ยมไปดูแล “พ่อกำนัน” ที่บ้าน ไปจนถึงโรงพยาบาลและหมอที่ให้การรักษา เพราะข้ออ้างที่ว่า “จำไม่ได้” พูดไปก็ไม่มีใครเขาเชื่อ
O สุดท้ายเรื่องนี้ก็น่าจะจบแบบไทยๆ คือไม่มีการเอาผิดใครเพิ่มเติม ส่วน “กำนันคนดัง” ก็น่าจะได้ใช้ชีวิตแตกต่างจากเดิมเล็กน้อย คือไปพำนักอยู่โรงพยาบาลในความควบคุมของ “ราชทัณฑ์” ก็เป็นอันจบ
O อีกเรื่องที่อยากบันทึกไว้ในคอลัมน์นี้ ก็คือโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจ (ทดแทน) 396 สถานี ที่มี “มือดี” จับรวมสัญญาจัดซื้อจัดจ้างเป็นสัญญาเดียวทั่วประเทศ
O เช็คอาการ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. จะพบว่ารอบคอบอย่างยิ่ง และพยายาม “ตีชิ่ง” ไม่โดดรับลูกฝ่ายการเมืองที่เขี่ยลูกเหยงๆ ให้เล่นงานการเมืองขั้วตรงข้าม
O ที่พูดอย่างนี้ไม่ได้เข้าข้างใคร แต่อยากเตือนเอาไว้ด้วยความเป็นห่วงว่าถ้ารับลูกกันไปด้วยข้อมูล “หลวมๆ ลวงๆ” ตำรวจนั่นแหละจะเดือดร้อนไม่จบไม่สิ้น เพราะถ้อยคำที่ต้องขีดเส้นใต้ก็คือชื่อโครงการ เนื่องจากมันไม่ได้เป็นการก่อสร้าง “โรงพักใหม่” แต่เป็นการสร้าง “ทดแทน” มันจึงมีเรื่อง “แบบแผนการส่งมอบพื้นที่” เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
O เมื่อพลิก “ไทม์ไลน์” การทำงาน จะพบว่ามีโรงพักจำนวนมากที่ได้โครงการ แต่ไม่มีความพร้อมในการส่งมอบพื้นที่ก่อสร้าง บางส่วนที่ต้องรื้อโรงพักเดิมก็ติดปัญหาไม่มีงบในการหาสถานที่ใหม่ หรือไปเช่าสถานที่ทำโรงพักชั่วคราว และเมื่อเจาะลึกลงไปดูเรื่องที่ดินนั้นเล่า ก็จะพบว่ามีหลายแห่งที่ยังเคลียร์ปัญหาไม่จบ เป็นที่ราชพัสดุบ้าง บางแห่งก็เป็นแอ่ง เป็นบ่อ ถ้าต้องถมดินเกรดดินก็ไม่มีงบเพียงพอ เหล่านี้คือส่วนหนึ่งของปัญหาความล่าช้าที่ไม่อาจต่อว่าหรือโทษแต่ฝ่าย “ผู้รับเหมา”
O ฉะนั้นที่ฝ่ายการเมืองออกมา “เต้นเร่าๆ” เรียกร้องให้ยกเลิกสัญญา ถามว่ามีกี่แห่งที่ผู้รับเหมาทำผิดจริงๆ และหากเลิกสัญญาขึ้นมาจริงๆ แล้วเอกชนเป็นฝ่ายฟ้อง สถานที่ก่อสร้างซึ่งบางแห่งตอกเสาเทปูนไปแล้วก็จะกลายสภาพเป็น “ของกลาง” หรือ “พื้นที่พิพาททางคดี” ฟ้องกันแล้วก็สร้างใหม่ไม่ได้อยู่ดี พวกที่ยังไม่มีโรงพักอยู่ ก็จะยังคงไม่มีต่อไป นี่คือสาเหตุใหญ่ที่ ผบ.ตร.จำต้องพิจารณาให้รอบคอบทีละสัญญา
O ส่วนประเด็นที่ว่ามีการ “จ้างช่วง” หรือ “ซับคอนแทรค” นั้น ถามว่าจะมีสักกี่แห่งกันที่ผู้รับเหมาจ้างช่วงจะยอมมาเป็นพยาน เพราะฝ่ายผู้รับจ้างก็มีความผิดเหมือนกัน หรือหากดีเอสไอจะบอกว่าเตรียม “กันเป็นพยาน” ถามว่าในวงการรับเหมา เรื่องแบบนี้เขารู้ๆ กัน จะจัดจ้างแบบรวมสัญญาเดียว หรือแยกรายภาค รายจังหวัด มันก็ “ซับคอนแทรค” กันทั้งนั้น
O อยากจะให้ข้อมูลทิ้งท้ายว่าโครงการใหญ่ 5-6 พันล้านโครงการนี้ ผู้รับเหมารายเล็กรายน้อยทั่วประเทศเขาวิ่งของานกันตั้งแต่ยังไม่มี “ทีโออาร์” ส่วนแบ่ง-หัวคิวเขาก็ฟันกันเป็นชั้นๆ ตั้งแต่ระดับสูงสุดลงมาถึงพื้นที่นั่นแหละ มันจึงไม่ใช่แค่ “โกง” แต่มันเป็น “อภิมหาโกง” หากจะจับโกงต้องตั้งหลักใหม่ ไม่ใช่หวังแค่สร้างกระแสทางการเมือง หรือล้มสัญญาให้มันเป็นเรื่อง จะได้ประมูลใหม่แจกจ่ายงานให้พรรคพวกของตัวเอง!






