นัยต่อเศรษฐกิจ และตลาดการลงทุน หากสหรัฐฯ ปรับลดภาษีสินค้านำเข้าจากจีน

นัยต่อเศรษฐกิจ และตลาดการลงทุน หากสหรัฐฯ ปรับลดภาษีสินค้านำเข้าจากจีน

ประเด็นที่น่าสนใจในการลงทุนในช่วงนี้ คือเรื่องที่ สหรัฐฯ กำลังพิจารณาเปลี่ยนแปลงการเก็บภาษีนำเข้าจีน ตามมาตรา 301 เพื่อเป็นการลดแรงกดดันจากเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่เร่งตัวขึ้น สำหรับรายละเอียดการเก็บภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ กับจีน ในช่วงปี 2018-2019 ภายใต้มาตรา 301 มูลค่ากว่า 360 พันล้านดอลลาร์ สรอ. รวม 4 รายการ (list) นั้น มีตามตาราง ดังนี้

 

นัยต่อเศรษฐกิจ และตลาดการลงทุน หากสหรัฐฯ ปรับลดภาษีสินค้านำเข้าจากจีน ทั้งนี้ สหรัฐฯ จะมีการทบทวนการเก็บภาษีนำเข้าในสินค้า list ต่างๆ ทุกๆ 4 ปี โดยในช่วง 60 วันก่อนที่จะครบกำหนด ทางสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) จะเปิดรับฟังความเห็นจากตัวแทนภาคอุตสาหกรรมในสหรัฐฯ ที่ได้รับประโยชน์จากเก็บภาษีนำเข้าสินค้าในรายการต่างๆ ว่าตัวแทนมีความประสงค์ให้ต่ออายุการเก็บภาษีออกไปหรือไม่

ซึ่งพบว่า การเปิดรับฟังความเห็นเกี่ยวการต่ออายุการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนใน List 1 ซึ่งได้ครบกำหนดการส่งคำขอไปเมื่อ 5 ก.ค.2022 นั้น มีผู้ส่งคำขอให้ต่ออายุการจัดเก็บภาษีรวม 150 คำขอ ขณะที่ ใน List 2 ซึ่งจะครบกำหนด 23 ส.ค.2022 ได้มีผู้ส่งคำขอต่ออายุการจัดเก็บภาษีแล้วรวม 26 คำขอ

ดังนั้น จึงทำให้เมื่อครบกำหนดการทบทวนเรื่องภาษี สำหรับ List 1 ในวันที่ 6 ก.ค. และสำหรับ List 2 ในวันที่ 23 ส.ค. USTR จะต้องประกาศต่ออายุภาษีนำเข้าจากจีนทั้ง 2 List ออกไป พร้อมกับเริ่มการทบทวนอีกครั้งในเฟสที่ 2 ต่อไป ซึ่งทำให้กระบวนการทบทวนยาวนานมากขึ้นอีกราว 1-2 เดือน

อย่างไรก็ดี การที่สินค้าจีนส่วนใหญ่ใน List 1 และ List 2 ประกอบด้วยสินค้าที่ใช้ในการผลิต เช่น เครื่องจักร เป็นส่วนมาก และมีสินค้าสำหรับผู้บริโภคเพียง 1% จึงทำให้แม้ว่า สหรัฐฯ จะยอมลดภาษีนำเข้าให้จริงภายใต้ list 1 และ 2 ก็อาจไม่ได้ช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ลงได้มากนัก

ขณะที่ ในส่วน List 3 และ 4A ที่มีมูลค่าค่อนข้างสูง และประกอบไปด้วยสินค้าบริโภคเป็นสัดส่วนที่มาก ยังต้องรอการเปิดรับฟังความเห็น จนกว่าจะครบกำหนดการทบทวนของทั้ง 2 list ในวันที่ 24 ก.ย.2022 และ 1 ก.ย.2023 ตามลำดับ

ทั้งนี้ ผลการศึกษาของ Peterson Institute for International Economics ประเมินว่า ผลทางตรงจากการลดภาษีนำเข้าจากสินค้าจีนลงทั้งหมด จะช่วยลด CPI สหรัฐฯ ในระยะสั้น ลงได้ 0.26 ppt และถ้าหากบริษัทสหรัฐฯ ปรับราคาสินค้าลงเพื่อให้สอดรับกับราคาสินค้านำเข้าหรือต้นทุนที่ลดลง จะช่วยลด CPI สหรัฐฯ ลงได้ 1.0 ppt ซึ่งยังถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับ CPI ในเดือนพ.ค.ที่อยู่สูงถึง 8.6%

ดังนั้น SCB CIO ประเมินว่า ผลกระทบจากแนวโน้มการปรับลดภาษีของสหรัฐฯ ที่มีต่อการปรับลดเงินเฟ้อของสหรัฐฯ นั้นยังมีไม่มากนัก

ด้วยกระบวนการทบทวนบน list 1 และ 2 ที่จะยังต้องใช้ระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น และอาจไม่ได้ช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ลงได้มากนัก ทำให้เราคาดว่า มีแนวโน้มที่ ปธน.ไบเดนอาจใช้อำนาจประธานาธิบดี ในการเข้าแทรกแซง ด้วยการลดหรือยกเลิกภาษีนำเข้าบนสินค้าของจีนบางชนิดโดยตรง

ซึ่งคาดว่า สินค้าจีนที่เข้าเกณฑ์ข้างต้น ควรมีลักษณะ เป็นสินค้าที่ไม่ได้มีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ของสหรัฐฯ เช่น ไม่ใช่สินค้า high-tech อย่าง semiconductors เป็นสินค้าที่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการจ้างงานสหรัฐฯ (ไม่ใช่สินค้าที่เกี่ยวกับ metals, machinery และ chemicals) และ เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่ภาคครัวเรือนสหรัฐฯ นำเข้าโดยตรง เช่น apparel และ sport equipment

 SCB CIO ประเมินว่า ผลกระทบจากแนวโน้มการปรับลดภาษีของสหรัฐฯ ที่มีต่อภาคการส่งออกของจีนนั้น อาจไม่ได้ช่วยให้การส่งออกจีนกลับมาขยายตัวได้ดีขึ้นมากนัก 

เนื่องจาก ภาคส่งออกจีนมีแนวโน้มถูกกดดันจาก 1) ภาวะการขาดแคลนอุปทาน ตามการใช้ zero covid policy อย่างยาวนาน 2) การใช้จ่ายของต่างประเทศเริ่มเปลี่ยนจากสินค้าคงทนไปภาคบริการมากขึ้น ตามที่หลายที่เริ่มทยอยเปิดเศรษฐกิจ และ 3) ความกังวลต่อประเด็นเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ตามที่ธนาคารกลางหลักต่างๆ ยังเร่งขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ 

สำหรับผลที่มีต่อความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศนั้น เรามองว่า ยังมีแนวโน้มตึงเครียดต่อ ตามที่ปธน.ไบเดนอาจยังต้องการแสดงให้เห็นว่า คณะทำงานของตนไม่ได้ลดท่าทีแข็งกร้าวกับจีน ก่อนหน้าที่จะถึงการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ในเดือนพ.ย.นี้ แต่อย่างใด ส่วนพรรคคอมมิวนิสต์จีนก็ต้องการรักษาท่าทีแข็งกร้าวกับสหรัฐฯ เช่นกัน ในช่วงปีการเปลี่ยนผ่านคณะผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์

สำหรับนัยต่อการลงทุนในตลาดหุ้นจีนจากประเด็นดังกล่าว เรามองว่า การที่ USTR มีแนวโน้มจะปรับลดภาษีสินค้านำเข้าจีน จะช่วยสร้าง Sentiment เชิงบวกต่อตลาดหุ้นจีนโดยรวม และช่วยหนุน Valuation ดัชนีหุ้นจีนให้ปรับเพิ่มขึ้นได้ต่อ

รวมทั้ง ยังเป็นการช่วยหนุนให้เงินหยวนชะลอการอ่อนค่าลงในช่วงสั้น ขณะที่ เรายังมองว่า กลุ่มหุ้นจีนที่จะได้ประโยชน์จากแนวโน้มการลดภาษีนำเข้าลง สำหรับ list 1 และ 2 คือ 1) กลุ่ม Tech (อย่างผู้ผลิต LED, TV และ audio devices) 2) กลุ่ม Auto component makers 3) กลุ่ม Industrials 4) กลุ่ม Energy & Chemical และ 5) กลุ่ม Solar equipment makers แต่หากปธน.ไบเดนเลือกเข้าแทรกแซงให้ปรับลดภาษีนำเข้าโดยตรง เราเชื่อว่า กลุ่ม Consumer จะได้รับอานิสงส์หลัก