กระทรวงศึกษาธิการ ประกาศว่าตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1 ของปีการศึกษา 2556 เป็นต้นไป
เด็กไทยทุกคนในทุกระดับชั้นเรียน จะมีภาระการเรียนในห้องเรียนลดน้อยลง และมีโอกาสเรียนรู้ รวมถึงทำกิจกรรมนอกห้องเรียนมากขึ้น
ที่น่าสนใจสำหรับนักเรียนและผู้ปกครอง ก็คือ นโยบายที่ว่าครูจะไม่สามารถให้การบ้านเด็กได้ตามใจชอบ
และหากว่าครูให้การบ้านเด็กจนเกิดความทุกข์ทรมาน ก็สามารถร้องเรียนไปที่คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อให้เกิดการปรับปรุง
ประโยคที่น่าสนใจจาก คุณ ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ก็คือว่า “จะไม่มีวิธีการที่ครูจะมีอำนาจเหนือนักเรียนอีกต่อไป”
ที่เป็นประเด็น ก็เพราะว่า “การบ้าน” เป็นหัวข้อของการถกแถลงของสังคมไทยมาช้านาน อีกทั้งความสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียน ก็เป็นเรื่องที่มีการวิเคราะห์กันอย่างรอบด้านมานาน
แต่เป็นครั้งแรกกระมัง ที่มีการประกาศว่า “ครูจะไม่มีอำนาจเหนือนักเรียน” ซึ่งคงจะต้องตีความกันให้ละเอียดต่อไป ว่า “อำนาจ” ที่ว่านี้คืออย่างไร
พอมีการประกาศว่าครูจะต้องลดการบ้านนักเรียน ผมสอบถามความเห็นคนในทวิตเตอร์แล้ว ก็เห็นชัดว่ามีปฏิกิริยาหลากหลาย เช่น
• เห็นด้วย...การประชุมแนวทางเรียนที่ไม่เป็นภาระเด็ก เช่น ควรทำอะไรที่รวมทุกแนวคิด ไม่ใช่แจงทุกรายวิชา
• การบ้าน คือ การฝึกฝนอย่างหนึ่งในชีวิตเด็ก ในเรื่องภาระความรับผิดชอบของตัวเองในแต่ละวัน ลดการบ้าน ความรับผิดชอบน้อยลง ว่างมาก
• เด็กที่ตั้งใจเรียน แม้จะลดการบ้าน ก็ไปเรียนพิเศษ ส่วนเด็กเกเรหน่อย ก็เอาแต่เล่นเกม บางที คนที่รู้มากกว่าคนในกระทรวง คือ ครู
• ไม่ใช่แค่เด็กไทยเครียด ผู้ใหญ่ไทยก็เครียด ยิ่งเรียน การบ้านยิ่งเยอะ เพราะมาตรฐานการบ้านจะต้องสูงขึ้นตามระดับการศึกษา
• ถ้าอยากให้เด็กเป็นศูนย์กลาง ควรลดเวลาในห้องเรียนมากกว่าลดการบ้าน เด็กควรได้ทำงานที่ได้ค้นคว้าด้วยตนเองมากขึ้นด้วยซ้ำ
• “ประชานิยม” แม้กระทั่งเด็กๆ...แจกๆ ลดๆ แจกในสิ่งที่ไม่จำเป็น ลดในสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ เด็กไทยในอนาคตง่อยกิน ทำอะไรไม่เป็น
• ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภาคปฏิบัติและกิจกรรมนอกบทเรียนควรเพิ่มขึ้น
• ต้องดูว่าลดแบบไหน ลดอย่างไร ลำพังคำสั่งให้ “ลดการบ้าน” ยังไม่สามารถบอกอะไรได้
• ครูควรบริหารเวลาในการสอน เช่น ทบทวนที่เรียนไป ก่อนเริ่มบทเรียนใหม่ ทดสอบความรู้ และ เฉลย ต่อด้วยการซักถามข้อสงสัย...ครูควรจะจับเด็กให้บันทึกสิ่งที่เรียนรู้เหล่านั้น
• เลิกใช้ไม้เรียว ไว้ผมยาว ลดการบ้าน...ต่อไปจะเอาอะไรอีก?
• ไม่เห็นด้วยกับการลดการบ้าน เพื่อหาความรู้นอกห้องเรียน เด็กเวลาเยอะขึ้น ครูมีงานลดลง โรงเรียนกวดวิชารวยขึ้น
• ต้องดูที่เนื้อหา ลดการบ้านดี แต่เด็กเองก็ไม่ได้ฝึก ครูไม่สามารถดูแลทุกคนได้ทั่วถึง การบ้านสามารถวัดความเข้าใจของเด็กได้
• จำนวนปริมาณการบ้าน ไม่สำคัญเท่าคุณภาพของการบ้าน ดังนั้นหากการบ้านน้อยลง แต่คุณภาพสูงขึ้น ถือว่าเหมาะ
ผมเชื่อว่า ท้ายที่สุดแล้วอยู่ที่คุณภาพของครู และการทำงานใกล้ชิดระหว่างครูกับผู้ปกครอง
คำนิยาม “การบ้าน” ก็จะต้องรับการปรับปรุงแก้ไข เพราะว่า “การบ้าน” คือ กิจกรรมเสริมที่ควรจะต้องมีประโยชน์สำหรับนักเรียน ไม่ใช่เพียงเพราะครูรู้สึกว่าต้องให้การบ้าน และเด็กเห็นการบ้านเป็นการลงโทษมากกว่าการเรียนรู้
ดังนั้น ประเด็นจึงไม่ได้อยู่ที่การบ้านมากหรือน้อย หากแต่อยู่ที่ว่า “คุณภาพ” ของการบ้าน เป็นเช่นไร
และคุณภาพของการบ้าน ก็อยู่ที่คุณภาพของครู ซึ่งก็มีผลต่อไปถึงคุณภาพของนักเรียน ที่จบออกมาแต่ละปี
นี่คือ “การบ้าน” ของคนทั้งประเทศ






