คุณครูเรทเอ็กซ์

คุณครูเรทเอ็กซ์

วันครูเพิ่งผ่านไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และผมมีเรื่องราวเกี่ยวกับคุณครูคนหนึ่ง

ซึ่งเป็นข่าวขึ้นมาในช่วงเวลาเดียวกัน จึงขอนำมาเล่าสู่กันฟัง เพราะมีประเด็นที่น่าสนใจทางกฎหมายและจริยธรรม
เธอไม่ใช่คนไทย และอยู่ไกลถึงแคลิฟอร์เนีย แต่เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ครูสาววัย 32 ปี คนนี้ เธอถูกเลิกจ้าง จึงได้ฟ้องคดีต่อศาล เพื่อเรียกร้องสิทธิ ที่จะกลับเข้าไปเป็นครูที่โรงเรียนเดิมอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม เมื่อสัปดาห์ที่แล้วคณะผู้พิพากษาได้พิพากษาด้วยมติเอกฉันท์ ให้เธอ แพ้คดี
ต้องเล่าว่าเหตุที่เธอถูกเลิกจ้างนั้น ก็เพราะลูกศิษย์ของเธอ ซึ่งอยู่ในวัยประมาณ 12-13 ขวบ ได้แจ้งต่อคุณครูใหญ่ว่า ครูสาวของพวกเขา ได้ไปรับแสดงหนังเรทเอ็กซ์ และมีภาพของคุณครู ว่อนอยู่ในโลกออนไลน์อีกด้วย
ในขั้นต้น คุณครูใหญ่และผู้บริหาร รีบเข้าเว็บเพื่อค้นหาภาพเหล่านั้น แต่ก็ไม่พบภาพสยิวของคุณครูแต่อย่างใด ภายหลังจึงทราบว่าระบบไอทีของโรงเรียน ได้ปิดกั้นไม่ให้ครูหรือเด็กนักเรียน สามารถเข้าเว็บลามกได้ ดังนั้น คณะของครูใหญ่จึงเข้าเว็บจากโทรศัพท์มือถือ แล้วทุกคนก็ตกตะลึงพรึงเพริด เมื่อพบหลักฐาน เจ๋งเป้ง เต็มตาเต็มจอ มีภาพเหลือเชื่อของ คุณครูสาวผมบลอนด์ หุ่นดี หน้าตาน่ารัก คนนั้น แสดงบทบาทอย่างถึงพริกถึงขิง
เมื่อหลักฐานปรากฏชัดเจนเช่นนั้น เธอจึงปฏิเสธไม่ได้ และให้ข้อเท็จจริงว่า เมื่อปี 2005-2006 (ซึ่งขณะนั้นเธอน่าจะอายุประมาณ 25 ปี) เธอได้เข้าสู่อาชีพนางเอกหนังเอ็กซ์จริง รวมเป็นเวลาประมาณ 8 เดือน เพราะว่าเธอมีปัญหากับเพื่อนชาย และต้องการหาเงินเพื่อดำรงชีพ จึงหันเข้าสู่วงการภาพยนตร์ลามก และบางส่วนของภาพยนตร์ที่เธอเป็นดาราแสดงนำนั้น ได้ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ อย่างที่เด็กนักเรียน และคณะของคุณครูใหญ่ได้ค้นพบ
ข้อต่อสู้ของเธอ ในการเรียกร้องสิทธิของการเป็นครูกลับคืนมา ก็คือ ในการแสดงภาพยนตร์เรทเอ็กซ์ นั้น เธอไม่ได้ทำอะไรที่ผิดกฎหมาย เพราะการถ่ายทำภาพยนตร์ลามก เป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในอเมริกา และภาพยนตร์เหล่านี้ก็ฉายกันในโรงภาพยนตร์สาธารณะทั่วไปอยู่แล้ว นอกจากนั้น ในขณะที่เธอแสดงภาพยนตร์ดังกล่าว เธอก็ไม่ได้มีอาชีพครู ต่อมาภายหลังเมื่อเธอได้เริ่มเข้าสู่อาชีพครูแล้ว เธอก็ได้เลิกอาชีพนางเอกภาพยนตร์เรทเอ็กซ์ไป...แล้วเธอจะผิดตรงไหน
ผมไม่ทราบหรอกครับว่าสัญญาจ้างงานของเธอกับโรงเรียนแห่งนั้น เขียนเงื่อนไขในการเลิกจ้างไว้อย่างไร แต่เดาว่าก็น่าจะต้องมีเรื่องของ จริยธรรม กำหนดไว้เป็นลายลักษณ์อักษรอยู่บ้าง อย่างไรก็ตาม เมื่อเธอฟ้องร้องเพื่อขอสิทธิของเธอกลับคืนมา เรื่องก็เลยต้องมาจบลงที่ศาล
ปรากฏว่าผู้พิพากษาหญิง ได้พิพากษาให้เธอแพ้คดี โดยระบุไว้ในคำพิพากษาว่า “พฤติกรรมในอดีตของเธอนั้น ทำให้เธอไม่สามารถจะเป็นครูที่มีประสิทธิผล และ ทำให้เธอไม่ได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมวิชาชีพได้อีกต่อไป” ส่วนผู้พิพากษาชาย ก็ให้เหตุผลไว้ในทำนองเดียวกัน
เธอจะอุทธรณ์คดีนี้ต่อไปหรือไม่ ก็ไม่ทราบ และเธอจะมีโอกาสได้เป็นคุณครูที่โรงเรียนอื่นหรือไม่ ก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่ที่แน่ๆ ก็คือ ภาพการแสดงสุดยอดของเธอ ได้เข้าไปอยู่ในโลกออนไลน์มานานแล้ว และจะคงอยู่ตลอดไป อย่างที่เธอไม่มีทางที่จะลบมันออกไปจากประวัติ หรือความทรงจำของเธอ หรือของผู้อื่นได้เลย
บทเรียนจากเรื่องนี้ ก็คือ ในสังคมยุคออนไลน์ นั้น ใครก็ตามที่ตัดสินใจดาวน์โหลดข้อความ หรือ ภาพอะไรลงไปในโซเชียลเน็ตเวิร์ค หรืออาจจะหลุดเข้าไป โดยเพื่อนฝูงแกล้งนำมาเล่นสนุกด้วย หรือหลุดไปโดยผู้ประสงค์ร้าย หรือ โดยช่างซ่อมเครื่องคอมพิวเตอร์ ฯลฯ ก็ตาม หลังจากนั้น ข้อคิด ความเห็น หรือ ภาพ ก็จะถูกถ่ายทอดออกไปอย่างต่อเนื่องและไม่มีที่สิ้นสุด ดังนั้น ใครที่คิดจะใส่อะไรลงไปในโลกออนไลน์ไร้พรมแดน จึงต้องตระหนักในเรื่องนี้ และระมัดระวังอย่างยิ่งยวด เพราะอาจจะกลับมา “หลอน” ตนเองได้ในอนาคต
เมื่อไม่กี่วันมานี้ มีข่าวว่า ดาราสาวไทย คนหนึ่ง อารมณ์ศิลปินวิ่งกระฉูด ถ่ายทอดความรู้สึกเกี่ยวกับอดีตสามีหนุ่ม ลงไปในเฟซบุ๊คของเธอ ด้วยอารมณ์โกรธและด้วยถ้อยคำรุนแรง เพียง สามนาที ต่อมา ก็ตั้งสติได้และรีบนำออกจากเฟซบุ๊ค แต่ก็ช้าไปเสียแล้ว เพราะสื่อต่างๆ ได้ข้อความไปเรียบร้อยแล้ว และข้อความนั้นก็ถูกถ่ายทอดไปทั่ว จนถึงวันนี้ก็ไม่สามารถจะไปติดตามกลับคืนมาจากที่ไหนๆ ได้อีกแล้ว อย่างนี้เป็นต้น
บทเรียนอีกข้อหนึ่ง ก็คือ แม้การกระทำของครูสาวจะไม่ผิดกฎหมาย แต่ศาลก็ตัดสินว่า ประเด็นเรื่อง ถูกหรือผิดกฎหมายเป็นเพียงประเด็นเดียวเท่านั้น เพราะมีประเด็นที่ต้องพิจารณาประกอบด้วย ก็คือ ควรหรือไม่ ที่คนมีอาชีพครู จะมีพฤติกรรมเช่นนี้ แม้ว่าจะเกิดขึ้นในระหว่างที่ไม่ได้มีอาชีพครูก็ตาม ซึ่งศาลเห็นว่าไม่สมควร เพราะครูควรเป็นตัวอย่างที่ดีของนักเรียน ประเด็นนี้จึงมีน้ำหนักเหนือกว่าประเด็นไม่ผิดกฎหมาย
เป็นการยืนยันว่าในสังคมมนุษย์นั้น มาตรฐานต่ำสุด ที่พวกเราจะต้องรักษาไว้ก็คือไม่กระทำการที่ผิดกฎหมาย แต่เหนือไปกว่านั้นก็คือ จะต้องรักษาจริยธรรมของวิชาชีพไว้ให้ได้ด้วย
อีกประเด็นหนึ่งที่น่าคิด ก็คือ สังคมควรจะเปิดโอกาสให้คนที่มีพฤติกรรมในอดีตที่ไม่พึงปรารถนา มากน้อยเพียงใด เช่น เคยเล่นการพนัน หรือลักขโมย หรือคอร์รัปชันจนติดคุก หรือ เคยเสพหรือค้ายาเสพติด เป็นต้น ถ้าเราสามารถให้อภัยคนเหล่านี้เพื่อกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้ เราจะให้อภัยคนที่มีพฤติกรรมอย่างครูคนสวยคนนี้ไม่ได้หรือ และถ้าไม่ให้โอกาสเธอ รวมทั้งปฏิเสธเธอในอาชีพอื่นๆ อีกด้วย แล้วจะให้เธอกลับไปประกอบอาชีพเดิม หรือ คล้ายเดิม กระนั้นหรือไร ฯลฯ
ผมไม่มีคำตอบหรอกครับ เพราะเรื่องราวส่วนใหญ่ในชีวิต บางทีก็มีหลายคำตอบ คุณจึงต้องหาคำตอบกันเอง แต่ที่ผมเดา ก็คือ คุณผู้อ่านชาย บางคน เมื่ออ่านจบแล้ว คงไม่พยายามที่จะตอบคำถามนี้หรอก แต่อาจจะรีบเข้าเว็บ เพื่อค้นหาว่า ครูคนนี้ หน้าตาเธอเป็นอย่างไรกันหนอ...
ทั้งๆ ที่ผมก็ไม่ได้บอกชื่อเสียงเรียงนามของเธอไว้เลยนะครับ