ใครจะเก่งกว่ากันระหว่างรัฐบาลไทยกับฝ่ายค้านไทย ผมไม่รู้ แต่ที่รู้แน่ๆ คือ นายกฯ ฮุนเซนแห่งกัมพูชาเก่งกว่า
รัฐบาลไทยบวกกับฝ่ายค้านแน่นอนอย่างไม่มีข้อสงสัยใดๆ
ที่ผมกล้าฟันธงอย่างนี้ เพราะว่า ฮุนเซน สามารถทำให้กระทรวงการต่างประเทศไทย ช่วยแจกจ่ายสำเนาที่สถานทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ได้จัดทำคำแปลคำต่อคำส่งมากรณีฮุนเซนกล่าวตอบโต้พรรคประชาธิปัตย์ให้กับนักข่าวไทย
และคนแถลงข่าวเมื่อวันพุธที่กระทรวงการต่างประเทศไทย คือ รองนายกฯ และรัฐมนตรีต่างประเทศ สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เอง อย่างเปิดเผยและเป็นทางการ
มิใช่เป็นการแอบให้เจ้าหน้าที่ของกรมสารนิเทศยัดเยียดให้นักข่าวไทยเพื่อไม่ให้รู้ที่มาที่ไปแต่อย่างไร
จะเรียกว่า นายกฯ ฮุนเซน สามารถ ‘outsource’ งานการทูตสากลมาให้กระทรวงการต่างประเทศไทย โดยไม่ต้องจ่ายเงินค่าจ้างจัดอีเวนท์เลยแม้แต่รีลเดียวก็ว่าได้
นักข่าวเล่าว่ารัฐมนตรีต่างประเทศไทย ได้ขึ้นไปที่โพเดียมพร้อมนำเอกสารที่เป็นแถลงการณ์ของ
“กองการข่าวและปฏิกิริยาฉับพลัน” สำนักคณะรัฐมนตรีประเทศกัมพูชา มาแถลงข่าวยืนยันคำกล่าวของสมเด็จฮุนเซน ที่ว่าไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนทางทะเลกับคุณทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไทย
แถลงการณ์ฉบับนี้มีเนื้อหาที่ทราบกันดีว่าฮุนเซนกล่าวหาคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ ไทย ว่าเป็นผู้เชื่อมโยงกัมพูชากับปัญหาการเมืองภายในของไทยอย่างไม่หยุดยั้ง และพรรคประชาธิปัตย์กับกลุ่มคนสุดโต่ง (เกินเหตุ) เสื้อเหลืองของไทยมักกล่าวหาและโยนความผิดอื่นๆ ให้คุณทักษิณว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนทางทะเล
แถลงการณ์นี้บอกด้วยว่า “...ทั้งที่ในความเป็นจริง นายอภิสิทธิ์ได้ใช้นโยบายสกปรกโดยสั่งการให้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรัฐมนตรีกลาโหม มาเจรจาลับๆ กับ นายกฯ ฮุนเซน...”
นักข่าวบางคนที่ไปงานแถลงข่าววันนั้น มีอาการงงๆ ว่า ทำไมจึงได้รับเอกสารนี้จากรัฐมนตรีต่างประเทศของไทย ทั้งๆ ที่ควรจะเป็นงานของกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาซึ่งก็คงจะมีคำแปลนี้อยู่ และสามารถเอาขึ้นเว็บไซต์ทางการของรัฐบาลกัมพูชาได้ไม่ยากนัก
แม้จะแปลเป็นภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส อีกทั้งตีพิมพ์ในสื่อต่างๆ ของกัมพูชาให้เกรียวกราวด้วยก็ยังได้ ไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรง ของฝีมือเยี่ยมยอดด้านการทูตของนายกฯฮุนเซนแต่ประการใดเลย
แต่ก็พอจะเข้าใจได้ว่ากระทรวงการต่างประเทศไทยเรา คงจะเป็นห่วงว่านักข่าวไทยไม่มีความสามารถเพียงพอ ที่จะไปแสวงหาแถลงการณ์ฉบับนี้เอง จึงช่วยเหลือเกื้อกูลสื่อมวลชนไทย ด้วยการให้สถานทูตไทยที่พนมเปญแปลข้อความนี้อย่างละเอียด และ “ฝาก” มาถึงนักข่าวไทยด้วย โดยผ่านกระทรวงการต่างประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
ผมก็สงสัยขึ้นมาว่าหากมีแถลงการณ์ของรัฐบาลไทย หรือฝ่ายค้านไทยทำนองโต้แย้งแถลงการณ์ของนายกฯ ฮุนเซน เช่นนี้ สถานทูตกัมพูชาประจำกรุงเทพฯ จะแปลคำต่อคำอย่างนี้เป็นภาษาเขมรและให้กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาที่พนมเปญ เชิญนักข่าวมาเพื่อแจกและตอกย้ำยืนยันว่าเขาเห็นด้วยกับถ้อยคำของการแถลงข่าวจากกรุงเทพฯ อย่างเต็มที่ หรือไม่
หากเป็นเช่นนั้นได้ก็จะเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของ “ความร่วมมือทวิภาคี” ระหว่างเพื่อนบ้านในอาเซียนที่เป็นแบบอย่างอันดียิ่งเป็นครั้งแรก
จะเป็นก้าวสำคัญของการร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างกันอย่างเยี่ยมยอด
ใครถูกใครผิดในกรณีนี้เป็นเรื่องที่คนไทยเองจะต้องศึกษาใคร่ครวญ และพิจารณาด้วยตนเอง ผมเพียงแต่แสดงความชื่นชมความสามารถของ นายกฯ ฮุนเซน ที่สามารถเข้ามา “เสียบ” กลาง ระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้านของไทยอย่างเหมาะเจาะสมประโยชน์ของเขาอย่างยิ่ง
ความจริง ไม่ต้องมีความช่วยเหลือและเกื้อกูลจากฮุนเซน รัฐบาลไทยกับฝ่ายค้านก็สามารถทะเลาะเบาะแว้งกันอย่างดุเดือดเลือดพล่านอยู่แล้ว
ผู้นำและฝ่ายค้านของไทยเรา ควรจะเรียนรู้วิทยายุทธ์เยี่ยมยอดอย่างนี้ไปใช้กับเขาบ้าง
และขอเสนอให้รัฐบาลไทย ตั้ง “กองการข่าวและปฏิกิริยาฉับพลัน” ในทำเนียบรัฐบาลเหมือนของกัมพูชาโดยพลัน
เพราะว่าทางการไทยเรามักจะทำอะไรไม่ทันคนอื่นเขา เพราะไม่มีหน่วยงาน “ปฏิกิริยาฉับพลัน” เหมือนเขมร
กว่าจะแปลแถลงการณ์ของเขาเสร็จ ส่งมาแจกจ่ายให้นักข่าวไทย ก็ช้าไปหลายวันทีเดียว!






