วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับตา 14 ว่าที่ทสจ.หลังสะพัดซื้อเก้าอี้ 3 ล้าน

ฝุ่นตลบยังไม่ทันจางลง กับปัญหาฟ้องร้องเรื่องการโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม ภายในกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ที่วุ่นวายมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2555 หลังจากนายมโนพัศ หัวเมืองแก้ว อธิบดีกรมอุทยาน คนใหม่ เซ็นคำสั่งย้ายหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ มากกว่า 40 รายในช่วง 1 เดือนเศษหลังจากนั่งเก้าอี้

ซึ่งแม้ว่าหลายคนจะเห็นตรงกันว่า การโยกย้ายข้าราชการในกรมต่างๆดูเป็นเรื่องปกติ ทุกครั้งทีีี่เปลี่ยน "ขุนพล" หน้าใหม่เข้ามา ก็ย่อมต้องหา "กองทัพ" ที่รู้ใจมาร่วมรบ เพื่อให้ชนะการทำศึก

และไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะนับแต่กรมอุทยานมีอธิบดีมาแล้วครบ 10 คน ผู้เขียนยังไม่เคยเห็นสักครั้งที่คนใหม่เข้ามา แล้วจะไม่เอาคนของตัวเอง สลับสับเปลี่ยนกัน โดยเฉพาะอุทยานชื่อดังที่ทำรายได้ระดับท็อปเท็น มักจะถูกจับย้ายก่อนเป็นลำดับแรก ท่ามกลางเสียงลือว่ามีเรื่องของผลประโยชน์จากเม็ดเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง

เท่าที่ผู้เขียนจำได้ นายดำรงค์ พิเดช อดีตอธิบดีคนดัง ก็เคยสร้างปรากฎการณ์ "ย้ายล้างบาง" มาแล้ว 2 ครั้งในตำแหน่งอธิบดี ระหว่างปี 2548-49 และซ้ำรอยอีกหนในเดือนต.ค.2554-55 ส่วนยุครองลงมาก็น่าจะเป็นสมัยของนายเฉลิมศักดิ์ วานิชสมบัติ ซึ่งเข้ามาท่ามกลางกระแสกดดันว่าเป็นอธิบดีข้ามห้วยมาจากทส. และเข้ามาในช่วงหลังรัฐประหารปี 2549-50 ขณะที่ยุคของนายมโนพัศ แว่วว่ายังเหลืออีกหลายล็อตที่ต้องรอ

กระนั้นก็ตาม ดูเหมือนว่าใต้รั้วทส. ยังคงคุกรุ่นจากข่าวโยกย้ายกันไม่จบ ล่าสุดมีสายร้องเรียนการเรียกรับเงินในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ( ทสจ.) สูงถึงรายละ 3 ล้านบาท โดยเฉพาะ ทสจ.ปทุมธานี นนทบุรี แม่ฮ่องสอน และภูเก็ต

" ผมยอมรับว่าข่าวการวิ่งเต้น เพื่อซื้อขายตำแหน่ง มีกันทุกยุค ทุกสมัย เป็นเรื่องธรรมดา แต่สำคัญคณะกรรมการ จะดูกันตามเนื้อผ้า ไม่ต้องห่วงว่าใครจะมาซื้อเก้าอี้ได้ คราวนี้จะต้องเป็นผู้อาวุโสในตำแหน่งไม่น้อยกว่า 7 ปี หรือตำแหน่งผู้ชำ นาญการ 4 ปี ใครเข้าคุณสมบัตินี้ก็จะได้รับการคัดเลือกจากแต่ละกรมมาให้กับคณะกรรมการคัดเลือก" โชติ ตราชู ปลัดทส. บอก

เขาการันตีว่า คงไม่มีใครยอมจ่ายเงิน 3 ล้านเพื่อซื้อตำแหน่งทสจ. เพราะไม่ได้มีผลประโยชน์อะไรเลย ลำพังแค่สำนักงานก็มีลูกน้องแค่ 10 คน และได้รับเงินงบเพียงปีละ 5แสนบาทต่อจังหวัดเท่านั้น และไปอยู่ก็เป็นลูกน้องผู้ว่าราช การจังหวัดด้วย ไม่ได้มีอำนาจอะไร หรือจะเอาตำแหน่งไปหาผลประโยชน์อะไรเพื่อมาซื้อเก้าอี้กันได้

ซึ่งนับถอยหลังอีกไม่เกินสัปดาห์เราคงได้เห็นโฉมหน้าทสจ. อาวุโสที่โชติ ย้ำว่าไม่มีคำว่า "ยี้" แน่นอน
ปลัดยังฝากถึงการแต่งตั้งภายในกรมอุทยานและกรมป่าไม้นั้นทั้ง 2 กรมไปแล้วว่าต้องให้ความเป็นธรรมในการโยกย้าย ไม่ใช่เปลี่ยนอธิบดีใหม่ ก็ย้ายล้างบาง แต่ควรต้องให้เขาลองทำงานก่อน ถ้าทำงานไม่ได้สนองนโยบายค่อยว่ากัน ไม่ใช่มาเป็นอธิบดีแล้วก็ย้ายกันล้างบางกันที

คงต้องรอดูว่าที่ 14 ทสจ.ที่จะคลอดออกมาในไม่ช้านี้ จะพิสูจน์ และสยบข่าวเก้าอี้ละ 3 ล้านได้หรือไม่...เช่นเดียวกับการย้ายล้างบางในกรมอุทยาน ที่เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ผลงาน และฝีมือ