โครงการรับจำนำข้าวภายใต้นโยบายรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดำเนินมาสู่รอบที่ 3 รอบแรกจำนำข้าวนาปี 54/55
มีข้าวเข้าสู่โครงการ 6.95 ล้านตัน วงเงินที่จ่ายไป 1.18 แสนล้านบาท รอบที่ 2 จำนำข้าวนาปรังปี 55 มีข้าวเข้าสู่โครงการ 14.7 ล้านตัน จ่ายเงินไปทั้งสิ้น 2.18 แสนล้านบาท และรอบที่ 3 โครงการจำนำข้าวปี55/56 เริ่มตั้งแต่ 1ต.ค.55มาจนถึงวันที่ 9 ม.ค.(ยังไม่สิ้นสุดโครงการ) มีข้าวเข้าโครงการแล้ว 7.46 ล้านตัน จ่ายเงินไปแล้ว 1.2 แสนล้านบาท รวมมีข้าวเข้าโครงการแล้ว 29.11 ล้านตัน เงินที่เบิกจ่ายไปแล้ว 3 รอบประมาณ 4.56 แสนล้านบาท
โครงการยังมีกระบวนการคอรัปชันในทุกขั้นตอน ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ม.ค.ยังมีการโกงชาวนาอยู่และใช้รูปแบบเดิมในการโกง ในจ.ปราจีนบุรี จ.สระแก้ว ส่วนภาคอีสานที่พบข้อมูลก็มีจ.สุรินทร์ เป็นวงจรหมุนวนมาใหม่ เริ่มจากชาวนานำข้าวมาโรงสี มีการความชื้นวัดไปสูง 35% ทั้งที่คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ(กขช.) บอกว่า ถ้าความชื้นเกิน 30%ให้ลดลงมาเหลือไม่เกิน 30 % แต่พวกไม่สนใจ
มาตรการในการรับจำนำข้าว กำหนดความชื้นไม่เกิน 15% ถ้าเกินจาก 15%ให้หักเปอร์เซนต์ความชื้นละ 220 บาท ถ้ารัฐตั้งจำนำ 15,000 บาทต่อตันสำหรับข้าวขาว ถูกหักความชื้น 15%เท่ากับ 3,300 บาทต่อตัน
ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ข้าวขาวที่จำนำมี 5 ชนิด รัฐไล่ราคาจำนำลดหลั่นลงไปข้าว 100% จำนำ 15,000 บาท ,ข้าว 5 %จำนำ 14,800 บาท, ข้าว 10 %จำนำ 14,600บาท ,ข้าว 15%จำนำ 14,400บาท ข้าว 25% จำนำ 14,200 บาท
ชาวนาขนข้าวมาถึงโรงสีทั้งที่เป็นข้าวชนิด 5 % กลุ่มโรงสี บริษัทตรวจสอบคุณภาพ เจ้าหน้ารัฐที่เฝ้าโรงสีรวมหัวกันบอกว่าข้าวของชาวนาที่นำมาเป็นข้าว 25 %
ตั้งจ่ายในใบประทวนหรือตั๋วจำนำแค่ 14,200บาท แต่เวลาพวกนี้แจ้งนำข้าวส่งคลังกลาง จะแจ้งเป็นข้าว 5 % ส่วนต่างจาก 14,200 บาท ไปข้าว 5 %ที่ 14,800 แล้วไปรวมกับหักค่าความความชื้นเท่ากับ 3,000 บาทรวมกับ 600 บาท เฉียดๆ 4 พันบาทต่อเกวียนที่ถูกหักและรั่วไหล ถึงมือชาวนาจริงๆอยู่ที่ 9 พันถึงหมื่นบาทหรือน้อยกว่านั้น ที่จ.สุรินทร์เป็นข้าวหอมมะลิก็ถูกโกงวัดความชื้น
นี่คือการโกงขั้นตอนแรก และมันกลับมาวนในวงจรอุบาทว์รอบใหม่อีกครั้ง
ส่วนการเวียนเทียนข้าว การเปาเกาตัดบัญชีนำข้าวที่ด้อยคุณภาพส่งแทนหรือแค่ตัดบัญชีกัน ยังคงมีกระบวนการดำเนินอยู่อย่างเป็นล่ำเป็นสัน ในตัวกลุ่มตัวละครเดิมๆ
ไอ้โจ ที่มีชื่อเสียงเกรียวกราวและสัมพันธ์ลึกกับเสี่ยเปี๋ยงและถูกชี้มูลจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ(ปปช.) ไปแล้ว ยังคงทำงานอย่างขะมักเขม้น ในการเรียกโรงสีมาเจรจาเรียกรับผลประโยชน์ ในเครือข่ายเวียนเทียนข้าวเพื่อเบิกเงินจำนำจากรัฐ
เครือข่ายนี้มีทั้งโรงสี บริษัทตรวจสอบคุณภาพข้าว เจ้าหน้าที่รัฐ นายหน้าเก็บเงินส่งผู้มีอำนาจ
ทั้งๆ ที่ ความจริงโรงสีจะได้ค่าจ้างแค่ 500 บาทต่อตันเท่านั้นตามมาตรการที่ออกโดยกขช. แต่ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา โรงสีร่ำรวยขึ้นมามหาศาล โรงสีขนาดเล็กเดิมก็ขยายกิจการเพิ่มขึ้น สร้างคลังสินค้าของตัวเองขึ้นมา เพื่อเก็บสต็อกข้าวหลวง มี"เฮีย"กำเนิดขึ้นใหม่หลายคน มีการสั่งซื้อรถสปอร์ต รถหรูๆ กันจำนวนมากในบรรดาพ่อค้าโรงสี
เรียกว่า ร่ำรวยกันถ้วนหน้า จากโครงการจำนำข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์






