เหรียญคริปโท ที่ไม่ได้มีแค่ Bitcoin

ณ ปัจจุบัน ตลาดคริปโทเรียกได้ว่าเข้าสู่ช่วงตลาดหมี หรือ Crypto Winter เป็นที่เรียบร้อย ทำให้หลายคนเริ่มกอดเงินสดกันไว้แน่นกว่าช่วงปีที่ผ่านมา แต่ก็เป็นอีกช่วงเวลาที่ดีในการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เพราะเรามีเวลาสั่งสมพื้นฐาน และเงินทุน ไม่ต้องกลัวตกรถ

หากพูดถึงเหรียญคริปโท หลายๆ คนคงจะนึงถึง Bitcoin เป็นเหรียญแรกๆ แต่ด้วยเทคโนโลยีบล็อคเชน ทำให้เกิดเหรียญคริปโตอื่นๆ อีกมากมายหลายประเภท บางประเภทมีลักษณะคล้ายเงิน บางประเภทมีลักษณะคล้ายหุ้น บางประเภทมีลักษณะเป็นเหมือนกับบัตรสมาชิก และยังมีอีกประเภทที่เหมือนกับของสะสม ภาพวาด รวมไปถึงสิ่งของหรือตัวละครในเกมส์ บทความนี้ เราจะมาจัดประเภทของเหรียญคริปโทต่างๆ แบบเข้าใจง่ายๆ กันครับ

เหรียญคริปโทคืออะไร? มีประเภทไหนบ้าง?

เหรียญคริปโทคือเหรียญที่มีการเก็บข้อมูลจำนวนเหรียญที่ถือรวมถึงรายละเอียดการโอนบนบล็อคเชน ซึ่งการยืนยันความถูกต้องของการโอนถูกทำโดยกลุ่มผู้ใช้ที่เรียกว่า Validators แทนที่จะเป็นตัวกลางคนใดคนหนึ่ง

 

ทำให้มีความโปร่งใส น่าเชื่อถือ และตรวจสอบได้ จากการที่ข้อจำกัดของการออกเหรียญต่างๆ มีน้อยมาก จึงทำให้เหรียญคริปโทเหล่านี้มีความหลากหลายแบ่งออกได้เป็นหลายประเภท การแบ่งเหรียญคริปโทสามารถทำได้หลายแบบในบทความนี้ ผมจะแบ่งเหรียญคริปโทออกเป็นกลุ่มหลักๆ ตามการใช้งานของเหรียญครับ

• เหรียญประจำ Chain

ทุกวันนี้มีระบบ Blockchain อยู่หลากหลายอัน ตั้งแต่ Bitcoin Blockchain ที่เอาไว้ใช้ในเก็บธุรกรรมของเหรียญBitcoin จนไปถึงเชน Ethereum, Binance, Solana หรือแม้แต่กระทั้ง Bitkub 

นอกจากจะสามารถเก็บธุรกรรมของเหรียญตัวเองแล้ว ยังอนุญาติให้ผู้ใช้ไปสร้างเหรียญอื่นๆ หรือแพลตฟอร์มทางการเงินต่างๆ บนเชนนั้นๆ ได้อีกด้วย 

 

แต่ละระบบ Blockchain ที่เขียนขึ้นมาจะมีเหรียญประจำเชน ซึ่งมักจะมีชื่อเหรียญเป็นชื่อเดียวกับชื่อเชน โดยปกติเหรียญเหล่านี้มักจะถูกใช้เป็นเหรียญในการจ่ายค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมบนเชนนั้นๆ ซึ่งการเติบโตของราคาเหรียญดังกล่าวก็มักจะผูกอยู่กับจำนวนผู้ใช้งาน รวมไปถึงจำนวนธุรกรรมที่เกิดขึ้นบนเชน ตัวอย่างของเหรียญเหล่านี้คือ BTC, ETH, SOL, KUB 

 

• เหรียญที่แทนความเป็นสมาชิกหรือเจ้าของของแพลตฟอร์ม

 

หลายๆ แพลตฟอร์มทั้งที่เป็นแพลตฟอร์มในโลกจริง เช่น โรงแรม หรือปั๊มน้ำมัน และแพลตฟอร์มบน Blockchain เช่น แพลตฟอร์มฝากกู้เงินดิจิทัล มักจะออกเหรียญออกมาเพื่อระดมทุนในการสร้าง ปรับปรุง หรือพัฒนาแพลตฟอร์มนั้นๆ โดยที่เหรียญดังกล่าวจะมีลักษณะเหมือนเป็นเหรียญแสดงความเป็นสมาชิกหรือเจ้าของของแพลตฟอร์ม ผู้ถือเหรียญสามารถนำเหรียญดังกล่าวมาใช้แลกสินค้า และบริการ 

 

รวมถึงนำไป   ลดค่าธรรมเนียมบนแพลตฟอร์มดังกล่าวได้ เหรียญเหล่านี้ถูกเรียกว่า Utility Tokens มากกว่านั้น  บางแพลตฟอร์มอนุญาตให้ผู้ถือเหรียญสามารถมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในทิศทางการพัฒนาของแพลตฟอร์มอีกด้วยซึ่งมักจะถูกเรียกเฉพาะว่า Governance Tokens

 

มูลค่าของเหรียญเหล่านี้จะขึ้นอยู่กับการเติบโตของแพลตฟอร์ม ว่าสามารถถูกพัฒนาได้จริงอย่างที่บอกไว้ในWhitepaper (เอกสารที่บอกถึงรายละเอียดต่างๆ รวมไปถึงแผนพัฒนาของแพลตฟอร์ม) หรือไม่ สามารถดึงผู้ใช้บริการเข้ามาใช้บริการแพลตฟอร์มได้หรือไม่ 

 

รวมไปถึงสามารถขยายบริการ รวมถึงสิทธิประโยชน์ที่ได้จากการถือ Tokens เหล่านี้ได้หรือไม่ ตัวอย่างของเหรียญเหล่านี้คือ COMP (เหรียญของแพลตฟอร์ม Compound Finance ที่เป็นแพลตฟอร์มการกู้ยืมคริปโทบนเชนEthereum), และ CAKE (เหรียญของแพลตฟอร์ม Pancake Swap ที่เป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโทบนเชนBinance)

 

• เหรียญที่จำลองทรัพย์สินอื่นในโลกจริง

เนื่องจาก Blockchain อย่าง Ethereum หรือ Binance ช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถไปสร้างเหรียญอื่นๆ บนเชนนั้นๆได้ จึงได้มีหลายๆ โปรเจคสร้างเหรียญที่อยู่บนเชน แต่มีมูลค่าผูกอยู่กับสินทรัพย์ในโลกจริง เช่นค่าเงิน USD, ทองคำ, น้ำมัน 

 

รวมไปถึงหุ้นต่างๆ ซึ่งเหรียญนั้นๆ จะมีค่าเท่ากับหรือใกล้เคียงกับทรัพย์สินในโลกจริงที่มันถูกอยู่โดยที่กระบวนการในการสร้างอาจจะทำโดยการเก็บสินทรัพย์เหล่านั้นไว้จริงๆ ในบริษัทขณะที่ออกเหรียญดังกล่าว เรียกว่า Asset-backed Tokens ยกตัวอย่างเช่น USDC ที่ถูกสร้างโดยสมาคมที่ชื่อว่า Centre ที่ทุกครั้งที่ออกเหรียญ USDC มาหนึ่งเหรียญ จะทำการเก็บเงิน 1 ดอลล่าไว้เป็นหลักประกัน นอกจากการเก็บ

 

ทรัพย์สินจริงๆ ไว้ บางโปรเจคยังใช้วิธีการเก็บทรัพย์สินอื่นที่มีมูลค่ามากกว่าไว้แทนในการออกเหรียญ รวมไปถึงพยายามใช้อัลกอลิทึมต่างๆ ในการรักษามูลค่าของเหรียญให้มีค่าเท่ากับทรัพย์สินในโลกจริง ตัวอย่างของเหรียญเหล่านี้คือ USDT (แทนเงิน 1 ดอลล่า) และ PAXG (แทนทอง 1 ออนซ์)

 

• เหรียญที่แสดงสิ่งที่มีหนึ่งเดียว 

เหรียญโดยทั่วไป ถ้าเป็นเหรียญชนิดเดียวกัน ทุกๆ เหรียญจะมีลักษณะเหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น Bitcoin หนึ่งBitcoin ที่เราถือจะมีลักษณะ และมูลค่าเหมือนกันกับ หนึ่ง Bitcoin ที่คนอื่นๆ ถือทุกประการ 

 

แต่จะมีเหรียญอีกประเภทที่เรียกว่า Non-fungible Tokens หรือ NFTs ที่แปลตรงตัวคือเหรียญที่ไม่สามารถแทนที่ด้วยเหรียญอื่นๆ ได้ เหรียญเหล่านี้มักจะใช้แทนงานศิลปะ ภาพวาด เพลง วีดีโอ รวมไปถึงสิ่งของ และตัวละครต่างๆในเกมส์

 

มูลค่าของเหรียญเหล่านี้มักถูกกำหนดโดยความสวยงาม ความต้องการของตลาด ความหายากของงานนั้นๆ รวมไปถึงสิทธิประโยชน์ที่จะได้จากการถือเหรียญเหล่านั้นในอนาคต ตัวอย่างของเหรียญเหล่านี้คือ BAYC และCryptoPunk

 

• เหรียญ Meme

เป็นเหรียญที่ตอนต้นมักจะสร้างมาเพื่อความบันเทิง ไม่ได้มีมูลค่าผูกกับทรัพย์สินใดๆ และไม่มีแพลตฟอร์มเป็นของตัวเอง ทำให้ผู้ถือเหรียญ Meme ส่วนใหญ่ไม่ได้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมจากการถือเหรียญเหล่านั้น 

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อความต้องการของเหรียญเหล่านั้นมากขึ้น ก็อาจจะทำให้มีการกล่าวถึงสิทธิประโยชน์จากการถือเหรียญเหล่านี้ในอนาคตโดยผู้สร้างหรือผู้ทรงอิทธิพลในโลกคริปโต ราคาของเหรียญเหล่านี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาดซึ่งมักจะเกิดจากการเก็งกำไร ตัวอย่างของเหรียญเหล่านี้คือ DOGE, SHIB และ ELON

 

การจัดประเภทของการเหรียญดังกล่าว เป็นการจัดจากมุมมองของผู้เขียน ซึ่งอาจจะแตกต่างกับการจัดแบบอื่นๆ และยังมีเหรียญคริปโตอีกหลายประเภทที่ไม่ได้กล่าวถึงในบทความนี้ มากกว่านั้นเหรียญบางเหรียญก็สามารถถูกจัดอยู่ได้มากกว่าหนึ่งประเภท 

 

อย่างไรก็ตาม จะเห็นว่าด้วยเทคโนโลยี Blockchain ทำให้เราสามารถสร้างเหรียญประเภทต่างๆ ที่มีลักษณะต่างกันอย่างสิ้นเชิงได้ การประเมินมูลค่าของเหรียญคริปโตแตกต่างประเภทกัน ต้องใช้วิธีที่แตกต่างกันอย่างมาก