สังคมจีนวันนี้ก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการแสดงออก ที่หลายคนคาดไม่ถึง... ประชาชนออกมาปกป้องหนังสือพิมพ์
ที่ประท้วงการเซ็นเซอร์โดยเจ้าหน้าที่รัฐท้องถิ่นอย่างเปิดเผย และร้อนแรงอย่างที่ไม่ค่อยได้เคยเห็นมาก่อน
ภาพที่เห็นนี้เป็นเยาวชนจีนถือข้อความที่อ่านได้ความว่า “(นสพ.) หนานโจวสู้ ๆ” ที่หน้าสำนักพิมพ์ที่เมืองกวงโจวทางใต้วันก่อน
ผมเข้าไปอ่านข้อความในทวิตเตอร์ของจีนที่เรียกว่า “เวยโป๋” แล้วก็เห็นการวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือดรุนแรง เป็นการแสดงการสนับสนุนเสรีภาพของสื่อ และยืนคนละข้างกับฝ่ายรัฐบาลอย่างไม่จำเป็นต้องปิดบังอำพรางกันอีกต่อไป
ข้อความวิพากษ์ดุเดือดเรื่องนี้ใน “เวยโป๋” หลายประโยคถูกสกัดหรือไม่ก็ถูกลบออกไปอย่างรวดเร็ว
หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ “หนานฟางโจวโม่” หรือ “ภาคใต้สุดสัปดาห์” (南方周末) จุดยืนค่อนข้างจะเสรี และกล้ารายงานข่าวโกงกินและความเหลวแหลกของแวดวงราชการพอสมควร แต่ก็ถูกกดดันข่มขู่โดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่มีอำนาจในการตรวจข่าวมาหลายเดือนติดต่อกัน
วิธีการไม่ยอมรับการเซ็นเซอร์ของเจ้าหน้าที่ ก็คือการที่นักหนังสือพิมพ์ประกาศผละงาน จนกว่าเจ้าหน้าที่จะเลิกวิธีการข่มขู่ทั้งทางตรงและทางอ้อม
พอข่าวนี้ออกไป คนอ่านจำนวนมากที่กวงโจวก็ออกมาแสดงตนสนับสนุน รวมถึงนักแสดงและนักวิจารณ์คนดัง ๆ หลายคนที่พร้อมจะใช้ชื่อจริงในการเขียนเข้าไปในบล็อกและทวิตเตอร์จีน
เช่นดาราหนังสาว “หลี่ปิงปิง” ซึ่งมีแฟนติดตามในเว็บไซต์เวยโป๋ 19 ล้านคนเขียนข้อความสั้น ๆ ที่แฝงด้วยความหมายลุ่มลึกว่า
“ขอความหวังให้มีฤดูใบไม้ผลิในหน้าหนาวเหน็บเช่นนี้”
ดาราสาวอีกคนหนึ่ง หยาวเฉิน ซึ่งมีคนติดตาม 31 ล้านคนส่งข้อความถึงแฟน ๆ โดยอ้างประโยคของนักเขียนรัสเซียนามอุโฆษ Aleksandr Solzhenitsyn ว่า
“ความจริงเพียงคำเดียวมีน้ำหนักมากกว่าโลกทั้งโลก”
ตำรวจที่มายืนรักษาความปลอดภัยหน้าโรงพิมพ์ได้แต่ยืนเมียงมองผู้ประท้วง แต่ไม่ขยับตัวตักเตือนหรือจับใคร
ประเด็นที่ทำให้เกิดการประท้วงอย่างเอิกเกริกเป็นข่าวไปทั่วโลกครั้งนี้มาจากบทบรรณาธิการฉบับวันปีใหม่ที่ร่างเดิมเป็นการเรียกร้องสิทธิของประชาชนเพิ่มขึ้นในรัฐธรรมนูญของจีนภายใต้หัวข้อ “ความฝันของจีน, ความฝันแห่งรัฐธรรมนูญ”
เป็นการพาดหัวเลียนแบบประโยค “ความฝันของจีน” ของผู้นำคนใหม่สีจิ้นผิงที่มีนัยสำคัญยิ่ง
แต่ปรากฏว่าเมื่อร่างนี้ผ่านไปถึงมือของเจ้าหน้าที่เซ็นเซอร์ท้องถิ่น กลับมีการแก้ไขหลายตลบ จนท้ายที่สุดเมื่อตีพิมพ์ออกมากลายเป็นบทนำ ที่แสดงความชื่นชมระบบการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์ในโครงสร้างปัจจุบัน
นักหนังสือพิมพ์ประจำกองบรรณาธิการฉบับนี้จึงเรียกร้องให้ปลดหัวหน้าฝ่ายโฆษณาชวนเชื่อของกวงโจวที่ชื่อ “ทัวเจิน” แต่ก็ยังไม่มีการตอบสนองแต่อย่างใด
นักธุรกิจคนหนึ่งเขียนในไมโครบล็อกของตัวเอง ว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่เซ็นเซอร์คนนี้คนเดียว สามารถทำให้ผู้นำประเทศจีนหมดสิ้นซึ่งความน่าเชื่อถือศรัทธา ที่อุตส่าห์พยายามสร้างสมมาตั้งแต่การประชุมใหญ่ของพรรคครั้งที่ 18 ที่เพิ่งจบสิ้นไปพร้อมกับการประกาศแต่งตั้งผู้นำรุ่นที่ 5 ที่มีสีจิ้นผิงเป็นแกนนำหมายเลขหนึ่ง
แต่ความตึงเครียดก็ปะทุขึ้นในกองบรรณาธิการเอง เพราะคนระดับบรรณาธิการบางคนเขียนข้อความขึ้นเว็บไซท์ของตนเองว่าบทนำวันปีใหม่นั้น “ได้รับความเห็นชอบ” จากคณะบรรณาธิการก่อนการตีพิมพ์แล้ว
แปลว่ามีแรงกดดันจากเจ้าหน้าที่รัฐให้คนระดับบรรณาธิการยอมรับว่าพวกตนรับรู้การเปลี่ยนถ้อยคำและน้ำเสียงของบทนำนั้น
ทั้ง ๆ ที่นักข่าวและนักเขียนหลายคนในกองบรรณาธิการเดียวกันนั้นมีหลักฐานยืนยันว่าร่างบทนำนั้นได้รับการแก้ไขจากเจ้าหน้าที่รัฐออกมาเป็นคนละเรื่องกับที่เป็นจุดยืนเริ่มแรกของคณะบรรณาธิการ
คณะนักข่าวออกแถลงการณ์ประกาศว่าข้อความที่อ้างว่ามาจากคณะบรรณาธิการนั้นไม่เป็นความจริง อย่าได้หลงเชื่อ ขอให้เชื่อแต่แถลงการณ์ของจริงจากคนข่าวเท่านั้น
กรณีนี้จะเป็นการทดสอบท่าทีของสีจิ้นผิงว่ายืนอยู่ตรงไหนของความขัดแย้งครั้งนี้ เพราะก่อนหน้านี้ไม่กี่สัปดาห์ สีจิ้นผิงเดินทางมากวงโจวตามรอยประวัติศาสตร์ของอดีตผู้นำเติ้งเสี่ยงผิงเพื่อประกาศสนับสนุนแนวทาง “ปฏิรูปและเปิดกว้าง” ของจีน
เรื่องนี้จะจบลงอย่างไรก็ตาม แต่ที่แน่ ๆ คือเสียงเรียกร้องเสรีภาพของคนทำหนังสือพิมพ์ที่เมืองจีนกำลังดังขึ้นมากขึ้นทุกวัน และนี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น





