วันอาทิตย์ ที่ 19 เมษายน 2569

Login
Login

หากว่าเราต้องเสียเขาพระวิหาร...

หากว่าเราต้องเสียเขาพระวิหาร...

กว่าศาลโลกจะตัดสินหาผู้ชนะเจ้าของถาวรของพื้นที่ 4.6 ตร.กม.บนเขาพระวิหาร ก็ยังอีกหลายเดือน ทั้งยังพอหวังได้สักเสี้ยวหนึ่งว่าไทยอาจไม่แพ้

แต่ก็มีผู้เริ่มฟูมฟายกันถึงการสูญเสียพื้นที่กันบ้างแล้วและจะนำไพ่ชาตินิยมมาเล่นกันอีก บนความหวั่นใจของกลุ่มที่ยึดถือความสงบสุขมากกว่าอธิปไตยในโลกยุคไร้พรมแดน ปรากฏการณ์เช่นนี้อาจเร่งให้เกิดอะไรขึ้นก็ได้บน Timeline จากนี้ไปจนถึงวันพิพากษาที่อาจเป็น มิ.ย.หรือ ต.ค. แต่สุดท้ายเราก็ต้องเลือกหนทางเดินต่อไปอยู่ดีหลังผลการตัดสินออกมาแล้ว ในกรณีที่เราเป็นฝ่ายสูญเสียพื้นที่นั้นไปจริงๆ เราก็ต้องยืนหยัดรับสถานการณ์ให้ได้อย่างชาติที่มีอารยะ

ฝ่ายชาตินิยมมีประเด็นที่โมโหในการเป็นรองทางกฎหมายระหว่างประเทศของฝ่ายปกครอง เพราะเห็นจะจะตาว่าปราสาทเขาพระวิหารนั้นศาลโลกยุคนั้นมั่วยกให้เขมรหน้าตาเฉยเหมือนคนไม่รู้จักคำว่าสันปันน้ำคืออะไร แต่ทุกรัฐบาลก็ยอมรับไม่หืออือกับองค์กรระหว่างประเทศ ทั้งรัฐบาลประชาธิปัตย์กับรัฐบาลเครือข่ายทักษิณ ปล่อยให้เขมรอยู่บนเขาได้อย่างเสรีไม่ยอมไล่ ฝ่ายแรกไปเสียเชิงแผนที่ให้แก่ฝ่ายเขา ส่วนฝ่ายหลังก็ถูกมองว่าสนับสนุนให้เขมรได้ปราสาทไป จนฮุนเซนเหิมเกริมไม่เลิก พวกเขาคิดว่าไทยเป็นเจ้าของทั้งเขาพระวิหารอย่างที่ตัดแบ่งให้ได้ไม่ได้ และถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะเอาคืนปราสาทที่ถูกโกงไปคืนมาเสียด้วย ฝ่ายชาตินิยมคิดว่าลูกหลานต้องละอายต่อวิญญาณปู่ที่ตายไปเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินนี้และพวกเขาถือเป็นภาระต้องรักษาอธิปไตยไว้ให้จงได้ด้วยการใช้ยุทธการทุกรูปแบบ แม้แต่ถมศพทหารหรือชาวบ้านลงไปอีกก็ต้องยอมเสียสละ

ความคิดที่ฮึกเหิมเช่นนี้เคยเป็นสิ่งที่คนรักชาติทุกคนในอดีตต้องปฏิบัติตาม แต่ในยุคที่โลกร้อยรัดเป็นหนึ่งเดียว อาณาจักรไทยต้องยอมรับอิทธิพลของนานาชาติไม่มากก็น้อย คนไทยก็อาจต้องยอมกลืนเลือดเหมือนที่ผู้นำที่มีอำนาจในประเทศล้นฟ้าอย่างถนอม-ประภาสยังเคยต้องยอมให้ศาลโลกมาแล้ว ดีกว่ายอมให้คนบางกลุ่มเอาประเด็นนี้มาเล่นเกมแห่งอำนาจหรือต้องมีผู้พลีชีพ มีผู้บ้านแตกสาแหรกขาด อีกมาก แต่แรกสุดคือเราต้องยอมรับความจริงของสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วและไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ด้วยการหักด้ามพร้าด้วยเข่าหรือจะเอาแต่ใจเสียก่อน

เราต้องยอมรับความจริงที่ว่า ไม่ว่าจะโทษกรมพระยาดำรงหรือหม่อมเสนีย์หรือใครก็ตาม ปราสาทเขาพระวิหารก็เป็นของเขาไปแล้ว และรัฐบาลไทยทุกสมัยหลังปี 2505 ก็เลือกห่มผ้าแห่งสันติก่อนที่จะทำสงครามกับเพื่อนบ้านเพราะเรื่องนี้ ทำให้เราไม่ประท้วงศาลโลก ทั้งสนับสนุนให้เขมรแดงสร้างพื้นที่กันชนต้านอิทธิพลเขมรฝ่ายเวียดนามเสียอีก ความคิดนี้ดำรงต่อเนื่องผ่านยุค 2540 ที่ไทยคาดไม่ถึงว่าระบอบฮุนเซนจะจรรโลงอยู่ยาวนานโดยกัมพูชาไม่เปลี่ยนเป็นประชาธิปไตยแบบเต็มใบเสียทีและยังคาดไม่ถึงว่าอีกว่าอิทธิพลฮุนเซนที่ในต้นทศวรรษนั้นยังกุม จ.ชายแดนไว้แทบไม่อยู่เลย วันหนึ่งจะทำทางมาครอบงำพื้นที่จนได้ในปลายทศวรรษนั้น ในยุคของรัฐบาลชวน 2 และทักษิณ จึงปล่อยปละคนเขมรเอ้อระเหยบนเขา วางใจกับสันติภาพและอิทธิพลทางเศรษฐกิจของนายทุนไทยชายแดน

และเป็นเพราะการไม่ยอมรับความจริงนี่เอง ทำให้ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลพรรคพลังประชาชนเอาประเด็นเขาพระวิหารมาเล่นกันจนเลยเถิด บางทีพวกเขาอาจต้องการเหยื่อทางการเมืองมากกว่าความได้เปรียบด้านกฎหมายระหว่างประเทศ พวกเขาไม่สนใจความจริงที่ว่าคนเขมรขมขื่นกับการเสียเปรียบทางภูมิศาสตร์และเศรษฐกิจมานาน กัมพูชายุคที่พอยืนหยัดอย่างมีศักดิ์ศรีในเวทีโลกแล้วนั้นอยากเอาปราสาทเขาพระวิหารมาบริหารเอง แม้จะบริหารได้ห่วยสักหน่อยก็ยังดีกว่าแค่เก็บเศษเงินรองจากไทยเหมือนในอดีต นี่เป็นปมชาตินิยมฝังใจ จนทำให้หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ยอมบริหารร่วมกับไทย แม้ทักษิณจะซี้ฮุนเซนขนาดไหนก็ไม่ฟัง ทางออกที่ดีที่สุดเท่าที่นพดลและข้าราชการประจำไทยยุคสมัครพอจะทำได้ก็คือรับรองให้กัมพูชาเอาแค่ปราสาทเขาพระวิหารไปบริหารจัดการซะ ซึ่งถ้างานนี้สำเร็จ เขมรไม่น่าจะอ้างสิทธิใดๆ นอกตัวปราสาทได้อีก เพราะดันเซ็นรับรู้แถลงการณ์ร่วมกับไทยไปแล้ว แต่น่าเสียดายว่าการเมืองในไทยทำให้ทางออกนี้ปิดลงตลอดกาล กัมพูชายังได้ปราสาทอยู่ดีไม่ว่าไทยจะรับรองสิทธิหรือไม่ พร้อมทั้งยังมีโอกาสเอาพื้นที่เลยปราสาทออกไปอีก ความขัดแย้งถึงขั้นเกลียดชังระหว่างฮุนเซนกับฝ่ายปรปักษ์ในไทยยิ่งทำให้เขมรเร่งพัฒนาพื้นที่เพื่อบริหารภูเขาให้ได้ตามความฝัน ควบคู่กับการเอาสิทธิอย่างเป็นทางการตามกฎหมาย งานนี้ต่อให้สิบรอยยิ้มยิ่งลักษณ์ก็ขวางไม่ได้ เพราะมันคือผลประโยชน์แห่งชาติของกัมพูชา

กับฝ่ายไทย เขาพระวิหารเป็นสัญลักษณ์ที่เตือนใจถึงการเสียดินแดนในอดีต มีผลกระทบทางจิตวิทยาต่อคนไทยอย่างสูง เป็นจุดยุทธศาสตร์สูงข่มแบบเดียวกับภูเขา Golan ของซีเรียที่โดนอิสราเอลยึดไป หากมีความตึงเครียดรุนแรง ไม่มีใครอยากวางกำลังในพื้นที่ต่ำกว่า และที่น่าห่วงคือการเสียภูเขาไม่ได้ประกันว่าเขมรจะไม่รุกต่อไป ได้คืบเอาศอกโดยได้รับการหนุนหลังจากฝรั่งที่ต้องการไถ่บาปในอดีตที่เคยทำกับประเทศนี้เอาไว้ สันติภาพที่ภูมิซรอลจะยั่งยืนขนาดไหนก็ไม่ประกันว่าในอนาคตเราจะไม่เกิดเหตุในอ่าวไทยหรือกลุ่มปราสาทตาเหมือน

ถ้าศาลตัดสินเป็นคุณแก่ฝ่ายไทยก็ดีไป แต่หากศาลตัดสินให้ไทยแพ้กรณี 4.6 ตร.กม.เขาพระวิหาร เราก็สมควรยอมรับฟังประชาคมโลกโดยดุษฎี มิฉะนั้นจะเสียไปมากกว่านี้ ที่ผ่านมาถือว่าเสียค่าโง่ อย่าไปยึดอนุสัญญา Tokyo ที่รัฐบาลจอมพล ป.เคยทำไว้กับจักรวรรดินิยมญี่ปุ่นให้โลกหัวเราะเยาะหรือถอนตัวออกจากศาลโลกแบบไม่สนอารยประเทศ เพราะไม่เพียงแต่เสียเกียรติของชาติที่มีความอดกลั้นและความปรารถนาที่จะอยู่ร่วมกันกับชาติอื่นโดยสันติแล้ว ไทยอาจเสียมิตรในเวทีระหว่างประเทศ และการเสียมิตรนั้นจะยิ่งเป็นการลดระดับความรุ่งเรืองทุกมิติลง สงครามชายแดนจะยิ่งเพิ่มข้อบาดหมางกับเพื่อนบ้านและทำให้โอกาสของความร่วมมือแบบมุ่งสันติมากกว่านามธรรมใดนั้นริบหรี่ลงไป การยอมถอยให้หนึ่งก้าวเพื่อความชอบธรรมและเปิดโอกาสในการสร้างสรรค์อย่างอื่นอีกมากนั้นน่าจะมีคุณค่ากว่าการยอมพินาศไปกับสิ่งที่ตนเองคิดว่าคือความภาคภูมิใจ ซึ่งก็อาจไม่ใช่สิ่งเดียวกับชาวบ้านในพื้นที่ต้องการ