วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ฟิทช์' เตือนญี่ปุ่นเสี่ยงสูงหลังหนี้สาธารณะพุ่ง

'ฟิทช์' ยันไม่ปรับเปลี่ยนอันดับความน่าเชื่อถือของญี่ปุ่น หลังหนี้สาธารณะพุ่ง

ฟิทช์ ยันไม่ปรับเปลี่ยนอันดับความน่าเชื่อถือของญี่ปุ่น โดยอิงอยู่กับคำสัญญาที่พรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) เคยให้ไว้ก่อนที่จะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อเดือน ธ.ค. 2555

แอนดรูว์ คาฮูน ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกของฟิทช์ เรทติ้งส์ กล่าวว่า ฟิทช์จะประเมินมาตรการต่างๆของรัฐบาลใหม่ของญี่ปุ่น อาทิแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจและการคลังของญี่ปุ่นโดยรวม ซึ่งรวมถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับภาระหน้าที่ของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ)"

นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะของญี่ปุ่น ย้ำว่า การฟื้นฟูเศรษฐกิจคือสิ่งที่มีความสำคัญอันดับแรกสำหรับรัฐบาลของเขา แต่คำสัญญาของเขาในเรื่องงบรายจ่ายของรัฐบาลทำให้หลายฝ่ายกังวลว่า ภาระหนี้สินของรัฐบาลญี่ปุ่นอาจจะพุ่งสูงขึ้นไปอีก

นายคาฮูน ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า ถ้านโยบายของรัฐบาลญี่ปุ่นชุดใหม่สามารถทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เติบโตขึ้น ปัจจัยนี้ก็อาจส่งผลดีต่ออันดับความน่าเชื่อถือของญี่ปุ่น

นายอาเบะเรียกร้องให้บีโอเจดำเนินมาตรการผ่อนคลายทางการเงินมากยิ่งขึ้นเพื่อแก้ไขภาวะเงินฝืด และเพื่อทำให้อัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่นพุ่งขึ้นสู่ระดับเป้าหมายที่ 2 %

นายคาฮูน กล่าวว่า ทางการญี่ปุ่นน่าจะมีความรู้เป็นอย่างดีในเรื่องที่ว่าการคาดการณ์ภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นจะกระตุ้นให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งตามไปด้วย

นายคาฮูน กล่าวว่า ถ้าหากบีโอเจ ดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณเพิ่มเติม อาจจะช่วยสกัดกั้นการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ที่สามารถจำหน่ายได้ในตลาด ซึ่งสิ่งนี้สอดคล้องกับสิ่งที่ธนาคารกลางของประเทศพัฒนาแล้วแห่งอื่นๆเคยกระทำในช่วงที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี นายคาฮูน กล่าวย้ำว่า สถานการณ์ของญี่ปุ่น "ไม่ได้สดใสมากนัก"

ญี่ปุ่นมีขนาดเศรษฐกิจ 5 ล้านล้านดอลลาร์ แต่ภาระหนี้ของรัฐบาลญี่ปุ่นมีขนาดสูงกว่า 2 เท่าของขนาดเศรษฐกิจประเทศ โดยภาระหนี้สาธารณะดังกล่าว เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆในช่วงที่พรรคแอลดีพี เป็นรัฐบาลมาเป็นเวลานานกว่า 50 ปี

เดือนพ.ค. ปีที่แล้ว ฟิทช์ ได้ปรับลดอันดับความน่าเขื่อถือของญี่ปุ่นลง 1 ขั้น สู่ A+ เนื่องจากมีความขัดแย้งทางการเมืองในเรื่องแผนการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม และเตือนว่ามีความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือลงต่อไป