ยังมีนอกจาก "เหนือเมฆ"

ยังมีนอกจาก "เหนือเมฆ"

คงไม่สามารถไปบังคับให้ช่อง 3 ชี้แจงอะไรมากไปกว่าที่ชี้แจงไว้แล้วได้ โดยเฉพาะที่ว่าการถอดละคร "เหนือเมฆ 2 มือปราบจอมขมังเวทย์"

เพราะส่อว่าขัดมาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551
กฎหมายมาตรานี้เขียนเอาไว้อย่างกว้างขวาง ครอบคลุม มีข้อความประมาณว่า "...มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน" ฉะนั้นเรื่องอะไรที่ไม่ดีๆ มันก็เข้ามาตรานี้ทั้งนั้น

กลายเป็นโยนบาปให้ละครไปเสียนี่!
ที่น่าแปลกก็คือ ละครที่ออกอากาศทางช่อง 3 ไม่เหมือนกับช่อง 7 ที่ "ถ่ายไปออนแอร์ไป" ทว่าเป็นละครที่ถ่ายทำจบแล้ว คำถามจึงย้อนกลับไปยังช่อง 3 ว่าทางสถานีไม่ได้ตรวจสอบก่อนตัดสินใจนำออกอากาศหรือว่าละครเรื่องนี้มัน "กระทบต่อศีลธรรมอันดี..." ตามมาตรา 37

ข้ออ้างของช่อง 3 ในเรื่องนี้นับว่าคิดมาดีและรอบคอบพอสมควร เพราะการถอดละครที่เข้าข่ายความผิดมาตรา 37 ย่อมแสดงให้เห็นว่าสถานีมิได้ "ละเลย" การตรวจสอบ เมื่อไม่ละเลยก็ไม่มีความผิด เท่ากับกฎหมายเปิดให้ "เซ็นเซอร์ตัวเอง" ได้ กลายเป็นเรื่องดีไปเสียอีกแน่ะ

เมื่อช่อง 3 ไม่ยอมชี้แจงใดๆ เพิ่มเติม โดยเฉพาะกรณีที่วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางว่า ละครถูก (สั่ง) ถอด เพราะนักการเมืองไม่พอใจ เนื่องจากมีเนื้อหาเสียดสีตีแผ่พฤติกรรมนักการเมืองฉ้อฉล มันก็ปฏิเสธไม่ได้ที่จะถูกมองเชื่อมโยงกลับไปยังกรณีอื้อฉาวของบริษัทที่ผลิตรายการเล่าข่าวทางช่อง 3 เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งถูกกล่าวหาจากหน่วยงานตรวจสอบทุจริตของรัฐว่ายักยอกค่าโฆษณา
กลายเป็นว่าช่องนี้ ถูกหาว่าโกง...อยู่ เสียดสีคนโกง...ไป! อย่างนั้นหรือ?

ที่หนักกว่านั้น คือ ไม่ใช่มีแค่ละครเรื่องนี้เรื่องเดียวที่ช่อง 3 แบน ถอด หรือเซ็นเซอร์ (แล้วแต่เลือกจะใช้คำไหน) เพราะแม้แต่รายการเบาๆ อย่าง "ครอบครัวข่าวขำ" ที่มาแทนซิทคอมหลังละครเรื่อง "เป็นข่าว" ในทุกๆ คืนวันพฤหัสบดี ก็มีการ "ดูดเสียง" ทุกครั้งที่พูดคำว่า "นักการเมือง" ในแง่ไม่ค่อยดี

ประเด็นที่เป็นตลกร้าย ก็คือ ทุกครั้งที่ตัวละครหรือดาวตลกในรายการนี้ (หรือรายการไหนๆ) พูดถึง "นักการเมือง" มักจะพูดถึงแต่ในแง่ลบ...อันนี้ไม่รู้จะโทษใครดีเหมือนกัน
แต่สิ่งที่ปรากฏ (ดูดเสียง) คงไม่ใช่แค่ทางสถานี "เกรงอกเกรงใจ" บรรดานักการเมืองเท่านั้น แต่น่าจะถึงขั้น "กลัว" อำนาจและอิทธิพลของนักการเมืองมากกว่า ถ้าเป็นอย่างนี้ก็แสดงว่าอาชีพนักการเมืองเป็นอาชีพที่สูงส่งและมีอภิสิทธิ์มากกว่าอาชีพอื่น เนื่องจากถูกพูดถึงในแง่ลบไม่ได้เลย

ในขณะที่อาชีพอื่นถูกด่า แขวะ วิจารณ์ ผ่านละครโทรทัศน์หรือแม้แต่ภาพยนตร์มาแล้วทั้งสิ้น แม้แต่อาชีพ "นักข่าว" อย่างในละครที่ชื่อ "ระบำดวงดาว" ซึ่งช่อง 3 นำมารีรันใหม่เป็นละครตอนบ่ายออนแอร์อยู่ในขณะนี้ นำแสดงโดย คุณพลอย เฌอมาลย์ กับ คุณออย ธนา ก็มีเนื้อหาหลายตอนพูดถึงอาชีพนักข่าวที่ถูกทำให้ดูเหมือนว่าเป็นพวกหิวข่าว กระหายเงิน บิดเบือนข่าวเพื่อแลกเงินและผลประโยชน์

แน่นอนว่า คงมีนักข่าวบางคนมีพฤติกรรมดังที่ละครนำมากล่าวอ้าง แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนแน่ๆ...นักการเมืองก็เช่นกัน ย่อมมีดีเลวปะปนกัน ประชาชนเขาแยกแยะได้
แต่ที่แยกแยะไม่ได้ดูจะเป็นนักการเมืองนั่นแหละ...โดยเฉพาะ "ไอ้โม่ง" ที่สั่งการ เพราะเจ็บร้อนที่บทพูดในละครมันช่างคล้ายคลึงกับพฤติกรรมของตนและพรรคพวกเสียเหลือเกิน!