วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เกาะติดขึ้นค่าแรง รัฐรอ3เดือนประเมินผล

รองประธานส.อ.ท.เผยผลปรับขึ้นค่าแรงกระทบเอสเอ็มอี 8-15% "กิตติรัตน์"ปฏิเสธใช้เงินชดเชย เหตุมากเกินไป แต่"เผดิมชัย"ขอเวลาดูผลกระทบ3เดือน

"กรุงเทพธุรกิจทีวี"สัมภาษณ์ นายวัลลภ วัฒนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประเด็น"ส.อ.ท.เล็งปรับเงื่อนไขชดเชยส่วนต่างค่าแรง"ไว้น่าสนใจยิ่ง

ถาม:คำตอบของรัฐบาลเรื่องกองทุนชดเชยส่วนต่าง ในเบื้องต้นเป็นอย่างไรบ้าง
คุณวัลลภ: รองนายกฯ กิตติรัตน์ คงตอบปฏิเสธเห็นบอกว่าใช้งบประมาณมากเกินไป ทางรมต.เผดิมชัย ก็ขอดูผลกระทบ 3 เดือนก่อน ก็อันนี้เรายังไม่ทิ้ง คิดว่าเราจะทำอย่างไร หรือแนวทางปฏิบัติอย่างไร ซึ่งให้ภาครัฐช่วยเหลือในส่วนชดเชยเพราะว่ามันมีผลกระทบกับอุตสาหกรรมเอสเอ็มอีในต่างจังหวัดค่อนข้างจะมาก จริงๆ แล้วค่าแรงก็เป็นส่วนที่สำคัญอยู่ที่ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ 8-10 เปอร์เซ็นต์ บางอุตสาหกรรมอยู่ที่ 12 เปอร์เซ็นต์ 15 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าใช้กับอุตสาหกรรมอะไร แค่ไหน

ถาม: อุตสาหกรรมไหน ณ ตอนนี้สามารถบอกได้แล้วว่าเป็นแรงงานแบบเข้มข้นเลย
คุณวัลลภ: ก็มีอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม รองเท้า เครื่องหนัง เซรามิค เซรามิคน่าเป็นห่วงมากที่สุด ทั้งพลังงานและค่าแรงงานที่ปรับขึ้นด้วย

ถาม:การชดเชยค่าส่วนต่างว่าถ้ารัฐบาลยังยืนยันว่ายังไม่ตั้ง ปฏิเสธข้อเสนอนี้ ในส่วนของ ส.อ.ท. คณะกรรมการ กกร. อาจจะมีวิธีแนว ทการในการผลักดันอย่างไร ที่จะให้การตัดสินใจภาครัฐโน้มเอียงมาตามความต้องการของภาคเอกชน
คุณวัลลภ: เราคงต้องชี้แจงเพิ่มเติม คณะกรรมการ กกร.ก็อาจต้องนัดประชุมกัน โดยเฉพาะคณะทำงานด้านเรื่องแรงงาน นัดกันอยู่แล้วกับสภาหอฯ กลุ่ม ธนาคารว่า จะมาร่วมประชุมกันอีกครั้งหนึ่ง เราก็ขอความเห็นคิดจากต่างจังหวัดว่าการกระทบในส่วนดูแลการชดเชย จะมีรูปแบบไหนทางแบบไหน อย่างไร เพื่อที่จะจูงใจให้ภาครัฐมาช่วยเหลือในบางส่วนกันในส่วนชดเชยนี้

ถาม:เป็นไปหรือไม่ว่าเราจะลดวงเงินของกองทุนนี้จากที่เดิม เราเสนอไปประมาณ5หมื่นล้าน คุณวัลลภ: ก็มีสิทธิครับต้องมองไปที่รายละเอียดเรื่องของอุตสาหกรรมแนวทางปฏิบัติมีอยู่ 3 แนวทาง คือ 1. เฉพาะ 70 จังหวัดเท่านั้น 2. ต้องเป็นเอสเอ็มอีเท่านั้น ที่มีส่วนต่างจ่ายไม่ครบ 300 3. อุตสาหกรรมใดที่จ่าย 300 แล้วเราไม่จ่าย ก็จะเห็นได้ชัดเลยว่าอุตสาหกรรมภายในจังหวัดที่อยู่รอบข้างของ 7 จังหวัด เดิม เขาจ่าย 300 บาทก็ค่อนข้างที่จะมากแล้ว ซึ่งในส่วนนี้ก็ต้องมาดูรายละเอียด ก็อาจจะลดลงไปได้ อาจลดไปสองถึงสามหมื่นล้านด้วยซ้ำ ให้กลุ่มเฉพาะ ที่มีปัญหา เรื่องส่วนต่างของค่าแรงนี้จริงๆ

ถาม:ลดไปประมาณ1หมื่นล้านบาทต้นๆ ประมาณไม่เกิน2หมื่นล้าน
คุณวัลลภ: ไม่น่าจะเกินสี่หมื่นล้านได้ถ้ามาดูรายละเอียดให้ชัดแจง ที่เราขอไปห้าหมื่นล้านมันมีแนวทางปฏิบัติเหมือนกัน ทางกระทรวงแรงงานต้องทำตัวเลข ของผู้ที่อยู่ในประกันสังคมเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ผมอยากชี้แจงว่า รัฐเองได้ประโยชน์ในอนาคต ระยะยาวรัฐได้คืน 1. กระทรวงแรงงานสามารถที่จะใช้ทฤษฎีเข้าสู่ ระบบทุกท่านก็ทราบดี แรงงานที่อยู่นอกระบบมีเป็นครึ่งซึ่งไม่สามารถดึงเข้าสู่ระบบได้ เป็นแนวทางปฏิบัติที่ผมกล่าวไว้แล้ว 2. รัฐเองไม่ได้เสียเงินอันนี้ไปเลย รัฐเก็บชดเชยไหนส่วนไหนทราบไหมครับ ให้คนเข้าสู่ในระบบ การที่ไปอุดหนุนให้กระทรวงสาธารณสุขเรื่องรักษา 30 บาทรักษาทุกโรคกับบัตรทอง รัฐเองก็ จะลดจำนวนเงินนี้ลงไปโดยปริยายถูกต้องไหม เพราะการเข้าประกันสังคมเรื่องรักษาสุขภาพควรคัฟเวอร์มากกว่านี้ 3. ในส่วนทางกระทรวงการคลังเองก็ สามารถขยายฐานภาษีเรื่องนี้ได้ ก็จะมีภาษีเข้าสู่ระบบได้ ผมมองว่าสี่หมื่นถึงห้าหมื่นล้าน ไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย ผมจะชี้แจงในเรื่องนี้ให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่งกับท่านรอง นายกฯ

ถาม:ในส่วนของกองทุนนี้ไม่ว่า4หมื่นล้านถึง5หมื่นล้านบาท ระยะเวลาอย่างที่คุณพยุงศักดิ์ เคยบอกจะใช้ระยะเวลาในการให้รัฐจ่ายชดเชยเงินส่วนต่างตรงนี้ประมาณ 3 ปีใช่ไหม
คุณวัลลภ :ใช่ครับ

ถาม: เราจะปรับลดได้ไหม ถ้าเราลดเงื่อนไขในวงเงิน เราอาจยืดหยุ่นเหลือสักปีหนึ่ง เพื่อที่จะให้รัฐจูงใจให้ยอมที่จะตั้งกองทุนนี้ขึ้นมา
คุณวัลลภ: ปีหนึ่งผมว่าทำไม่ทัน ถ้า 2 ปีในเรื่องของเปอร์เซ็นต์ก็ค่อยๆ ตามกับ 3 ปี ผมคิดว่าเรื่องยังพอไหวอยากให้ภาครัฐดูตรงนี้ด้วย ในความคิดผมโดยส่วนตัว แต่ว่าเปอร์เซ็นต์อาจจะต้องมากขึ้น

ถาม: เบื้องต้นทางรัฐบาลก็มีเพิ่มขึ้นมาให้เอกชนอีก 5 มาตรการแล้ว เบื้องต้นนี้ยังไม่พอใช่ไหม ยังไม่สามารถเยียวยาได้
คุณวัลลภ: 2 มาตรการแรกเป็นของเรื่องท่องเที่ยว ซึ่งไม่เกี่ยวกับอุตสาหกรรม ส่วนมาตรการพัฒนาฝีมือแรงงาน ก็เป็นเรื่องที่รัฐเองต้องทำอยู่แล้ว อีกเรื่องเป็นเรื่องของธงฟ้าซึ่งเรื่องนี้ผมถามนิดเถอะ ธงฟ้าราคาเดียวเป็นอย่างไร ซึ่งราคาถูก ก็ไม่ได้ช่วยเอสเอ็มอีอย่างเต็มที่ ส่วนภาษีหัก ณ ที่จ่ายนี่ที่จะเสนอเข้าครม.พรุ่งนี้ หากเสนอทัน อันนี้ก็เป็นไปตามโครงสร้างภาษีนิติบุคคลอยู่แล้ว 30 เปอร์เซ็นต์ 20 เปอร์เซ็นต์ มันก็เหลือ 2 เปอร์เซ็นต์ ในปีหน้า ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรในการช่วยเหลือ เป็นเรื่องของปกติ